Tag: บทความ รักมิอาจขวางกั้นเธอและเขา พีรามัสกับธิสบี เทพนิยายปกรณัม รูมิโอกับจูเลียต
ตามที่เคยสัญญาเอาไว้ วันอาทิตย์เฮนรี่จะนำเรื่อง เทพนิยายปกรณัมมาฝากค้าบ ... เฮนรี่พิมพ์เนื้อหาจากหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งเป็นหนังสือที่เฮนรี่ชอบมากอ่านแล้ววางไม่ลงค้าบ ตอนที่เฮนรี่เลือกพิมพ์และนำเสนอมานี้ กล่าวถึง “พีรามัสกับธิสบี” ความรักของหนุ่มสาวคู่นี้ บอกตรงๆค้าบเฮนรี่ว่าเหมือนกับ “รูมิโอกับจูเลียต” เลย (เหอๆ..) เพื่อไม่ให้เสียอรรถรสอ่านกันเลยค้าบ ... ถ้าจะเอาไปเผยแพร่ต่อกรุณาให้เครดิตเฮนรี่ด้วยนะค้าบ ผมจะได้หาหนังสือดีๆน่าอ่านมาแบ่งปันอีกค้าบ ...
พีรามัสกับธิสบี
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ลูกเบอร์รี่แดงก่ำบนต้นมัลเบอร์รี่ยังเป็นสีขาวเหมือนหิมะ สี่ที่เปลี่ยนไปนั้นเกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาดและแสนเศร้า สาเหตุคือความตายของคู่รักหนุ่มสาวสองคน
พีรามัสกับธิสบี เขาเป็นหนุ่มรูปงาม ส่วนเธอก็หญิงสาวสวยที่สุดในดินแดนตะวันออก ทั้งสองอาศัยอยู่ในบาบิลอนนครแห่งราชินีเซมิรามิส ต่างอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงที่มีกำแพงเดียวกันขวางกั้น พวกเขาจึงเติบโตขึ้นมาด้วยกันและรักกัน ทั้งสองปรารถนาจะแต่งงานกัน แต่พ่อแม่ของทั้งคู่ต่างขัดขวางไว้ อย่างไรก็ตาม ความรักไม่มีอะไรมาขวางกั้นไว้ได้ ยิ่งปิดเปลวเพลิงเอาไว้เพียงไร ไฟก็ยิ่งจะร้อนขึ้นเพียงนั้น นอกจากนั้นความรักยังหาหนทางไปได้เสมอ ไม่มีทางที่จะมาพรากหัวใจรักสองดวงที่ร้อนรุ่มเป็นไฟได้
กำแพงที่กั้นกลางระหว่างบ้านทั้งสองนั้นมีรอยร้าวเล็กๆอยู่ ไม่มีใครเคยสังเกตเห็นมาก่อน แต่ไม่มีอะไรที่คนที่ตกอยู่ในความรักจะไม่ทันสังเกต หนุ่มสาวทั้งสองของเราพบรอยร้าวนี้ และทั้งคู่ใช้รอยร้าวนี้กระซิบพร่ำพลอดคำรักกันผ่านไปมา ธิสบีอยู่ด้านหนึ่ง พีรามัสอยู่อีกด้าน กำแพงที่น่ารังเกียจที่แยกพวกเขาจากกันกลับกลายเป็นหนทางให้พวกเขาติดต่อถึงกันได้ “แต่ถ้าไม่มีเจ้า เราก็สัมผัสกันได้ จุมพิตกันได้” พวกเขาจะกล่าว “แต่อย่างน้อย เราไม่ได้ไม่รู้สึกบุญคุณดอก” พวกเขาจะพูดคุยกันเช่นนั้น และเมื่อล่วงสู่ยามกลางคืนเมื่อถึงคราวต้องลาจากกันไป แต่ละคนจะบรรจงแนบปากลงกับกำแพงเพื่อจุมพิตอำลาโดยไม่อาจผ่านไปถึงริมฝีปากของคนรักที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งได้
ทุกเช้าเมื่อแสงอุษาดับรัศมีดารา และพระอาทิตย์ทอแสงให้หยาดน้ำค้างแข็งบนใบหญ้าเหือดแห้งไป พวกเขาจะแอบย่องมาที่รอยแตกนั้น และยืนพร่ำพลอดคำรักร้อนแรงสลับกับพิลาปรำพันถึงโชคชะตาอันร้ายกาจของพวกเขา แต่ต้องกระซิบกระซาบให้เบาที่สุดอยู่เสมอ ในที่สุดก็ถึงวันที่พวกเขาไม่อาจหักห้ามใจไว้ได้อีกต่อไป พวกเขาตกลงใจว่าคืนนั้นเองพวกเขาจะหลบออกมาและลอบออกจากเมืองไปสู่ท้องทุ่งกว้างซึ่งจะได้อยู่ร่วมกันอย่างเสรีในที่สุด พวกเขาตกลงจะพบกัน ณ สถานที่ที่รู้จักกันดี คือสุสานแห่งไนนัส ใต้ต้นมัลเบอร์รี่สูงใหญ่ที่ออกผลสีขาวราวหิมะสะพรั่ง ใกล้บ่อน้ำผุดเย็นใส พวกเขาพอใจในแผนการนี้ วันนั้นทั้งวันดูจะยาวนานเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด
ในที่สุดพระอาทิตย์ก็จมหายไปในทะเล และราตรีผุดทะมึนขึ้น ธิสบีแอบย่องออกมาในความมืดและลอบคลำทางไปสู่สุสาน พีรามัสยังไม่มาเสียที นางยังรอเขาอยู่ ความรักทำให้นางไม่หวั่นไหวเกรงกลัวสิ่งใด แต่ในทันใดนางก็เหลือบแลไปเห็นนางสิงโตอยู่กลางแสงจันทร์ สัตว์ร้ายนั้นเพิ่งจะขม้ำตัวอะไรมา ขากรรไกรเปื้อนเลือด และกำลังดื่มน้ำในบ่อ มันยังอยู่ห่างจากธิสบีพอที่จะหลบหนีไปได้ แต่ระหว่างที่ธิสบีหนีไป นางทำเสื้อคลุมหล่นไว้ นางสิงโตเดินผ่านมาพบเข้าระหว่างทางที่จะกลับไปยังถ้ำ มันจึงคาบขึ้นมาฉีกก่อนจะลับตัวหายไปในป่า พีรามัสมาพบเสื้อคลุมเข้าเมื่อเขามาถึงในอีกไม่กี่นาทีถัดมา เขาเห็นเศษเสื้อคลุมเปื้อนเลือดกองอยู่ตรงหน้า และมีรอยตีนสิงโตปรากฏชัดเจน ข้อสรุปที่เกิดขึ้นจีงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาไม่ได้สงสัยเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ธิสบีตายเสียแล้ว เขาปล่อยให้คนรักของเขาซึ่งเป็นสาวน้อยแสนอ่อนแอมายังที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายตามลำพัง โดยที่เขาไม่ได้มารออยู่ก่อนเพื่อปกป้องนาง “ข้าเป็นคนฆ่าเจ้าเอง” เขากล่าว เขาหยิบเศษเสื้อคลุมที่เหลืออยู่ขึ้นจากพื้นดินที่ถูกเหยียบย่ำ จุมพิตเสื้อนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า และนำไปที่ต้นมัลเบอร์รี่ “ทีนี้” เขากล่าว “เจ้าจะได้ลิ้มรสเลือดข้าด้วย” เขาชักดาบออกและแทงเข้าไปในสีข้างของตน เลือดพุ่งกระฉูดขึ้นโดนผลมัลเบอร์รี่ย้อมให้เป็นสีแดงคล้ำ
แม้ว่าธิสบีจะหวาดกลัวนางสิงโต แต่นางก็ยังกลัวว่าจะทำให้คนรักผิดหวังยิ่งกว่า นางทำใจกล้ากลับมายังต้นไม้ที่นัดพบ ต้นมัลเบอร์รี่ที่มีผลสีขาวผุดผ่อง นางหาต้นไม้นั้นไม่เจอ มีต้นไม้อยู่ที่นั่น แต่กิ่งก้านไม่ปรากฏสีขาวสักน้อยนิด ขณะที่นางจ้องดูอยู่นั้นก็มีบางสิ่งบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่บนพื้นใต้ต้น นางผงะถอยหลังตัวสั่น แต่อึดใจต่อมา เมื่อนางเม้นมองฝ่าเงามืดไป นางก็เห็นสิ่งที่อยู่ตรงนั้น พีรามัสนอนจมกองเลือดอยู่และกำลังจะสิ้นใจ นางถลาเข้าไปหาเขา โอบกอดเขาไว้ในอ้อมแขน จุมพิตริมฝีปากเย็นชืดของเขา และขอให้เขามองดูนาง พูดกับนาง “นี่ข้าเอง ธิสบีของเจ้า สุดที่รักของเจ้า” นางร้องบอกเขา เมื่อเขาได้ยินชื่อนาง เขาก็เปิดเปลือกตาหนักหน่วงขึ้นมองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วความตายก็มาปิดตาเขาไว้
นางเห็นดาบของเขาหล่นจากมือตกอยู่ข้างกาย และใกล้ๆนั้นคือเสื้อคลุมเปื้อนเลือดของนางที่ฉีกขาด นางเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้ “เจ้าฆ่าตัวตายเอง” นางกล่าว “ด้วยความรักที่มีต่อข้า ข้าก็จะกล้าหาญได้เช่นกัน ข้าก็รักได้เช่นกัน มีแต่ความตายเท่านั้นที่มีอำนาจจะมาพรากเราได้ หากบัดนี้ความตายจะไม่มีอำนาจนั้นอีกแล้ว ” นางใช้ดาบที่ยังอาบเลือดที่พรากชีวิตของเขาไปแทงเข้าหัวใจตนเอง
บรรดาเทพเจ้าล้วนเมตตาสงสารต่อจุดจบนี้ รวมทั้งพ่อแม่ของคู่รักทั้งสองด้วย ผลแดงก่ำของต้นมัลเบอร์รี่เป็นอนุสรณ์ชั่วกาลนานของคู่รักที่แท้จริงคู่นี้ และเป็นประดุจโกศใบเดียวที่บรรจุอัฐิของทั้งสองที่แม้แต่ความตายก็ยังไม่อาจพรากจากกันได้
เศร้ามั้ยค้าบ ... เฮนรี่พิมพ์ไป เมื่อยไป เศร้าใจกับเรื่องราวไปด้วย T_T
ขอขอบคุณ
ผมต้องขออนุญาตการเผยแพร่มาในครั้งนี้
เฮนรี่ต้องการนำเสนอในด้านการศึกษา
ทางด้านเทววิทยา ไม่ได้มีเจตนาใดๆแอบแฝง
เฮนรี่ขอกราบขอบพระคุณ
ซึ่งผมพิมพ์มาจากหนังสือ
“Mythology” written by เอดิธ แฮมิลตัน
Amarin Book มากนะค้าบ
ภาพประกอบ
classicsunveiled.com/
ibiblio.org/
wikimedia.org/
elite-view.com/
art-prints-on-demand.com/
xchange.teenee.com/
vanguardworks.com/
latein-pagina.de/
art110.wikispaces.com/
images.ucomics.com/
สำหรับข้อมูลดีๆค้าบ
↓
↓
↓
เฮนรี่ขอฝากเวปไซต์ที่รวบรวมเนื้อหาสาระไว้มากมาย
เข้าไปอ่านกันได้ฟรีๆค้าบผม.......
จิ้ม>>คลับของคนมีคลาส
จิ้ม>>Facebook ของ คลับคนมีคลาส
ไว้ในอ้อมใจด้วยนะค้าบผม ^_^
| เฮนรี่ขอเสริมนิดหน่อยว่า เชคสเปียร์ได้แรงบันดาลใจแต่ง โรมิโอ และ จูเลียต จากเรื่องนี้ค้าบบ |
ผู้คน..ทำให้โลก " น่าเบื่อ "|
|
สวัสดีจ้า....|
|
เย้!!! tag กลับมาแล้ว |
|
| ค้าบผม |























































