frigเป็นกระทงร้อน มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
โขน ไม่น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากการละเล่น อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว (อย่างที่เคยอธิบายกันสืบมาว่า โขน มีกำเนิดมาจากชักนาคดึกดำบรรพ์ หรือ มีกำเนิดมาจากหนัง เป็นต้น) แต่โขนควรเป็นการละเล่น ซึ่งก่อรูปขึ้นมาจากประเพณีหลาย ๆ อย่างที่มีอยู่ก่อนแล้ว คือ หนัง ระบำ รำเต้น ชักนาคดึกดำบรรพ์ ให้รวมเข้าด้วยกัน แล้วกลายเป็นสิ่งใหม่ เรียกชื่อว่า โขน
Tag: ข่าวสารสาระ
ชนิด:
บทความ
ประเภท:
บันเทิง
คะแนน: 29 ชอบ, 0 ไม่ชอบ
จากคอมพิวเตอร์ของผู้โพส
6 บทวิจารณ์ |
9,953 คนอ่าน
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ระบำ รำเต้น เล่นอาวุธสู้รบ
สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการละเล่นโขน ไว้ใน ศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ ร้องรำทำเพลง ดนตรีและนาฏศิลป์ชาวสยาม ไว้ว่า "โขน ไม่น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากการละเล่น อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว (อย่างที่เคยอธิบายกันสืบมาว่า โขน มีกำเนิดมาจากชักนาคดึกดำบรรพ์ หรือ มีกำเนิดมาจากหนัง เป็นต้น) แต่โขนควรเป็นการละเล่น ซึ่งก่อรูปขึ้นมาจากประเพณีหลาย ๆ อย่างที่มีอยู่ก่อนแล้ว คือ หนัง ระบำ รำเต้น ชักนาคดึกดำบรรพ์ ให้รวมเข้าด้วยกัน แล้วกลายเป็นสิ่งใหม่ เรียกชื่อว่า โขน" พร้อมทั้งกล่าวอ้างถึง การระบำรำเต้นที่เรียกว่า สรรพยุทธ-สรรพคิลา อันเป็นการละเล่นที่เลียนรูปแบบการออกท่าทาง มาจากการสู้รบ, ชักนาคดึกดำบรรพ์ การละเล่นเรื่องกวนเกษียรสมุทร หรือ กวนน้ำอมฤต ของราชสำนักเขมร ซึ่งได้แพร่หลายเข้ามายังสยาม หนัง ละคร และอีกหลาย ๆ การละเล่น เพื่อชี้ให้เห็นถึงรูปแบบ และ ลักษณะเด่นของการละเล่นแต่ละประเภท ที่ได้ผสมผสานกลมกลืนกัน อยู่ในการแสดงโขน
ซึ่งหากเราเชื่อตามข้อสันนิษฐานดังกล่าวแล้ว จะพบว่า โขน ก็คือ รูปแบบของการพัฒนาขั้นสูง ที่รวมเอาศิลปะการแสดงครบกระบวนการ ทั้งระบำ รำ และเต้นเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งผู้แสดงเองก็จำต้องเรียนรู้ทักษะการแสดงทางศิลปะ หลากหลายแขนง ผสานเป็นท่วงท่าอลังการ ซึ่งทำให้การแสดงโขนถูกยกย่องว่า เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของ มหรสพไทยเสมอมา การแสดงโขนยังถูกสงวนไว้เฉพาะงานพระราชพิธี หรือเนื่องในโอกาส เหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง นอกจากนั้น เรื่องที่ใช้เล่น ก็จะต้องเป็นเรื่องรามเกียรติ์เท่านั้น อันแสดงให้เห็นถึงการวางตำแหน่งของมหรสพ ประเภทนี้ไว้ในระดับยอดของสังคมไทย นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การแสดงโขนนั้น ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ยกเว้นเพียงตัวตลกเท่านั้น มีผู้พากย์ ผู้ร้อง และพูดเจรจาแทนผู้แสดง ส่วนดนตรีที่บรรเลงประกอบ คือ วงปี่พาทย์ ซึ่งขนาดของวงจะขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมของสถานที่และโอกาส การแสดงโขนจากอดีต มาจนถึงปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท คือ
โขนกลางแปลง เป็นการแสดงบนพื้นดินกลางสนาม ไม่จำเป็นต้องมีโรง เดิมคงมีแต่การแสดงในส่วนของการยกทัพ และรบกัน มีบทพากย์และบทเจรจา พร้อมปี่พาทย์บรรเลงหน้าพากย์
โขนโรงนอก หรือโขนนั่งราว จัดแสดงบนโรง ไม่มีเตียงหรือตั่งสำหรับนั่ง มีแต่ราวขนาดตามส่วนยาวของโรง สำหรับผู้แสดงนั่ง หลังจบการแสดงบทบาทของตนแล้ว ไม่มีการขับร้อง มีแต่บทพากย์กับบทเจรจา ปี่พาทย์บรรเลงแต่เพลงหน้าพากย์
โขนหน้าจอ คือ โขนที่เล่นหน้าจอ ซึ่งใช้สำหรับการเล่นหนังใหญ่ ในยุคแรกจะมีการเล่นโขนหน้าจอ สลับกันไปกับการเล่นหนังใหญ่ แม้ต่อมามีการสร้างโรงโขนยกพื้นขึ้นมา เพื่อการแสดงโขนโดยเฉพาะแล้วก็ตาม การสร้างฉากหลังให้เหลือเค้าของจอหนัง ก็ยังคงเป็นประเพณีสืบมา
โขนโรงใน เป็นการนำโขนมาผสมกับละคร การแสดงมีทั้งออกท่ารำ เต้น และมีบทพากย์เจรจาตามแบบโขน นำเพลงขับร้องและเพลงประกอบกิริยาของดนตรีแบบละครใน
โขนฉาก เป็นโขนที่ใช้ฉากประกอบเรื่องตอนต่าง ๆ คล้ายละครดึกดำบรรพ์ แต่วิธีแสดงเป็นแบบโขนโรงใน มีขับร้อง กระบวนท่ารำ มีท่าเต้น มีหน้าพากย์ ตามแบบละครใน และโขนโรงใน
เรื่องแนะนำ













































ว้าววววววววววว