FreeDomMan_PhUkEtเป็นกระทงร้อน มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
จะดีจะชั่ว อยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำ อยู่ที่ทำตัว
มากมายๆตามนั้น
Tag: บทความ ข้อคิด
ชนิด:
บทความ
ประเภท:
อื่นๆ
คะแนน: 23 ชอบ, 0 ไม่ชอบ
จาก
http://youphuket
17 บทวิจารณ์ |
7,612 คนอ่าน
วีดีโอคลิป
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
หญิงสาวอายุ 16 เข้าไปสารภาพผิดกับบาทหลวง
หญิงสาว : " หลวงพ่อขา เมื่อวานหนูพูดคำไม่สุภาพกับผู้ชายคนหนึ่งคะ หนูด่าเขาว่า ไอ้สารเลว ค่ะ"
บาทหลวง : " ทำไมหนูถึงไปว่าเขาแบบนั้นล่ะ"
หญิงสาว : " เขาจับมือหนูโดยไม่ได้รับอนุญาติค่ะ"
บาทหลวง : " อย่างนี้เหรอ " (พูดแล้วก็จับมือหญิงสาว)
หญิงสาว : " ใช่ค่ะ หลวงพ่อ"
บาทหลวง : " เรื่องแค่นี้ไม่น่าถึงกับต้องด่าเขานี่"
หญิงสาว : " แต่เขาจับหน้าอกหนูด้วยนะคะ หลวงพ่อ"
บาทหลวง : " อย่างนี้เหรอ " (พูดแล้วก็จับหน้าอกหญิงสาวด้วย)
หญิงสาว : " ใช่ค่ะหลวงพ่อ แบบนี้เลยค่ะ"
บาทหลวง : " ก็ยังไม่มีเหตุผลพอที่จะด่าเขาอยู่ดีนั่นแหละ"
หญิงสาว : "นอกจากนั้นแล้ว เขายังถอดเสื้อผ้าหนูด้วยนะคะ"
บาทหลวง : (น้ำลายหก) "อย่างนี้เหรอ" (ว่าแล้วก็จัดแจงถอดเสื้อผ้าเธอ)
หญิงสาว : "ใช่ค่ะหลวงพ่อ"
บาทหลวง : (แสร้งทำหน้าเครียด) " มันชักจะมากไปหน่อยแล้วนะ แต่หนูก็ยังไม่ควรว่าเขาอยู่ดี"
หญิงสาว : "แต่เขาก็เอาใส่เข้าไปในของหนูด้วยนะคะหลวงพ่อ"
บาทหลวง : (ได้โอกาส รีบเอาของตัวdเองใส่เข้าไปบ้าง) "อย่างนี้เหรอออออออออ"
หญิงสาว : "ใช่ค่ะหลวงพ่อ" (หญิงสาวตอบเสียงสั่น)
บาทหลวง : (ทำตาลอย เคลิบเคลิ้ม) "เธอก็ยังไม่ควรด่าเขาว่าไอ้สารเลวอยู่ดี นั้นแหละ"
หญิงสาว : "แต่เขาเป็น เอดส์นะคะ"
บาทหลวง: ไอ้สารเลว
เรื่องแนะนำ











































ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาจากบ้านของเธอ
และได้เห็นชายชราที่มีเคราสีขาว 3 คน
นั่งอยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้านของเ ธอ
เธอไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร เธอพูดกับเขาว่า
' ฉันไม่คิดว่าฉันรู้จักพวกคุณ
แต่ท่าทางคุณต้องหิวแน่เลย
โปรดเข้ามาในบ้านและทานอะไรซักหน่อยเถอะ '
' สามีของเธออยู่ในบ้านไหม ' เขาถาม
' ไม่ ' เธอตอบ ' เขาออกไปข้างนอก '
' ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็เขาไปข้างในไม่ได้ดอก ' เขาตอบ
ในตอนเย็น เมื่อสามีเธอกับมาบ้าน
เธอเล่าให้เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
' ไปบอกพวกเขาซิ ฉันกลับมาบ้านแล้ว
และเชิญเข้ามาในบ้านเถิด '
เธอก็ออกไปและเชิญพวกชายชรานั้นให้เข้ามาในบ้าน
' เราเข้าไปในบ้านพร้อมกันไม่ได้หรอก ' เขาตอบ
' ทำไมล่ะ ' เธอถาม
ชายชราคนหนึ่งอธิบายว่า ' เขาชื่อ ความมั่งคั่ง '
เขาพูดและชี้ไปยังเพื่อนของเขา
และชี้ไปยังอีกคนหนึ่งว่า
' เขาคือ ความสำเร็จ และฉันคือ ความรัก '
เขากล่าวต่อไปว่า
' บัดนี้ จงเข้าไปข้างในและปรึกษากับสามีของเธอว่า
คนไหนในพวกเราที่คุณต้องการจะให้เข้าไปในบ้านของคุณ '
เธอกลับเขามาข้างในและบอกกับสามีของเธอ
สามีของเธอรู้สึกดีใจมาก
' วิเศษจริงๆ ' เขากล่าว
' เมื่อ เป็นเช่นนี้ เราจะเชิญ ความมั่งคั่ง
เมื่อเขาอยู่กับเรา บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง '
ฝ่ายภรรยาไม่เห็นด้วย
' ที่รัก ทำไมเราไม่เชิญ ความสำเร็จ ล่ะ '
ขณะนั้นลูกสะใภ้ได้ยินทั้งสองกำลังปรึกษา
จากมุมหนึ่งของบ้าน เธอก็เข้ามาและแนะนำว่า
' จะไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเราเลือก ความรัก
บ้านของเราจะเต็มไปด้วยความรักไง '
' เราฟังสิ่งที่ลูกสะใภ้แนะนำเถอะ '
สามีกล่าวกับภรรยา
' ออกไปข้างนอกและเชิญความรัก
เข้ามาเป็นแขกของเราเถอะ '
ภรรยาออกไปและถามชายชราทั้ง 3 ว่า
' ใครคือความรัก โปรดเข้ามา
และเป็นแ ขกของเราเถอะ '
ความรักลุกขึ้นและเดินไปยังบ้าน
ชายชราอีก 2 คนก็ลุกขึ้นและตามเขาไป
ด้วยความประหลาดใจ
ภรรยาถาม ความมั่งคั่ง และความสำเร็จว่า
' ฉันเชิญเพียงความรัก ทำไมคุณถึงเข้ามาด้วยล่ะ '
ชายชราตอบพร้อมกันว่า
' ถ้าคุณเชิญความมั่งคั่ง หรือ ความสำเร็จ
คนใดคนหนึ่ง อีกสองคนก็จะอยู่ข้าง นอก
แต่เมื่อคุณเชิญความรัก ที่ใดที่เขาไป
เราจะไปกับเขา ที่ใดมีความรัก
ที่นั่นก็จะมีความมั่งคั่งและความสำเร็จ '
คุณมีตัวเลือก 2 ข้อคือ
1. ปิดมันเสีย
2. เชิญความรัก
โดยแบ่งปันเรื่องนี้กับทุกคนที่รัก ( อย่าเอาความมั่งคั่ง , สำเร็จในการงาน
โดยไม่คำนึงถึงความรักต่อเพื่อนร่วมงาน , สังคม และครอบครัว)
ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเอกชน
เพื่อให้เป็นวิทยากรพิเศษสอนวิชาปรัชญาให้กับนักศึกษาปริญญาโท
เขาเตรียมการสอนอยู่หลายวันจึงตัดสินใจจะสอนนักศึกษาเหล่านั้นด้วยแบบฝึกหัดง่ายๆ
แต่แฝงไว้ด้วยข้อคิด
เขาเดินเข้าห้องเรียนมาพร้อมด้วยของสองสามอย่างบรรจุอยู่ในกระเป๋าคู่ใจ
เมื่อได้เวลาเรียน เขาหยิบ
เหยือกแก้วขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วใส่
ลูกเทนนิสลงไปจนเต็ม
'พวกคุณคิดว่าเหยือกเต็มหรือยัง?' เขาหันไปถามนักศึกษาปริญญาโท
แต่ละคนมีสีหน้าตาครุ่นคิดว่าอาจารย์หนุ่มคนนี้จะมาไม้ไหนก่อนจะตอบพร้อมกัน
'เต็มแล้ว...'
เขายิ้มไม่พูดอะไรต่อหันไปเปิดกระเป๋าเอกสารคู่ใจ
หยิบกระป๋องใส่กรวดออกมา แล้วเทกรวดเม็ดเล็กๆจำนวนมากลงไปในเหยือกพร้อมกับเขย่าเหยือกเบาๆกรวดเลื่อนไหลลงไปอยู่ระหว่างลูกเทนนิสอัดจนแน่นเหยือก เขาหันไปถามนักศึกษาอีก
?เหยือกเต็มหรือยัง?'
นักศึกษามองดูอยู่พักหนึ่งก่อนจะหันมาตอบ 'เต็มแล้ว...'
เขายังยิ้มเช่นเดิม หันไปเปิดกระเป๋าหยิบเอาถุงทรายใบย่อมขึ้นมา
และเททรายจำนวนไม่น้อยใส่ลงไปในเหยือก
เม็ดทรายไหลลงไปตามช่องว่างระหว่างกรวดกับลูกเทนนิสได้อย่างง่ายดาย
เขาเทจนทรายหมดถุง
เขย่าเหยือกจนเม็ดทรายอัดแน่นจนแทบล้นเหยือก
เขาหันไปถามนักศึกษาอีกครั้ง ?เหยือกเต็มหรือยัง?'
เพื่อป้องกันการหน้าแตกนักศึกษาปริญญาโทเหล่านั้นหันมามองหน้ากัน
ปรึกษากันอยู่นาน
หลายคนเดินก้าวเข้ามาก้มๆ เงยๆ
มองเหยือกตรงหน้าอาจารย์หนุ่มอยู่หลายครั้ง
มีการปรึกษาหารือกันเสียงดังไปทั้งห้องเรียน จวบจนเวลาผ่านไปเกือบห้านาที
หัวหน้ากลุ่มนักศึกษาจึงเป็นตัวแทน เดินเข้ามาตอบอย่างหนักแน่น
?คราวนี้เต็มแน่นอนครับอาจารย์'
?แน่ใจนะ'
?แน่ซะยิ่งกว่าแน่อีกครับ'
คราวนี้เขาหยิบน้ำอัดลมสองกระป๋องออกมาจากใต้โต๊ะแล้วเทใส่เหยือกโดยไม่รีรอ
ไม่นานน้ำอัดลมก็ซึมผ่านทรายลงไปจนหมดทั้งชั้นเรียนหัวเราะฮือฮากันยกใหญ่
เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
?ไหนพวกคุณบอกว่าเหยือกเต็มแน่ๆ ไง' เขาพูดพลางยกเหยือกขึ้น
?ผมอยากให้พวกคุณจำบทเรียนวันนี้ไว้ เหยือกใบนี้ก็เหมือนชีวิตคนเรา
ลูกเทนนิสเปรียบเหมือนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต เช่น ครอบครัว คู่ชีวิต
การเรียน สุขภาพ ลูก พ่อแม่และเพื่อน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณต้องสนใจจริงจัง
สูญเสียไปไม่ได้
เม็ดกรวดเหมือนสิ่งสำคัญรองลงมา เช่น งาน บ้าน รถยนต์
ทรายก็คือเรื่องอื่นๆ ที่เหลือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราจำเป็นต้องทำ
แต่เรามักจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้
เหยือกนี้เปรียบกับชีวิตของคุณ ถ้าคุณใส่ทรายลงไปก่อน
คุณจะมัวหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็กๆน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา
ชีวิตเต็มแล้ว... เต็มจนไม่มีที่เหลือให้ใส่กรวด
ไม่มีที่เหลือใส่ให้ลูกเทนนิสแน่นอน'
ชีวิตของคนเราทุกคน ถ้าเราใช้เวลาและปล่อยให้เวลาหมดไปกับเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ เราจะไม่มีที่ว่างในชีวิตไว้สำหรับเรื่องสำคัญกว่า
เพราะฉะนั้นในแต่ละวันของชีวิต
เราต้องให้ความสนใจกับเรื่องที่ทำให้ตัวเราและครอบครัวมีความสุข
ใช้ชีวิตเล่นกับลูกๆ หาเวลาไปตรวจร่างกาย
พาคู่ชีวิตกับลูกไปพักผ่อนในวันหยุด พากันออกกำลังกาย
เล่นกีฬาร่วมกันสักชั่วโมงสองชั่วโมง เพื่อสุขภาพและความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิต
พาพ่อแม่ไปเที่ยวพักผ่อนหรือทานข้าว โทรศัพท์หาเพื่อนบ้างให้รู้ว่าเรายังคิดถึงและเป็นห่วง
เราต้องดูแลเรื่องที่สำคัญที่สุดจริงๆ ดูแลลูกเทนนิสของเราก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด
หลังจากนั้นถ้ามีเวลาเหลือเราจึงเอามาสนใจกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา
นักศึกษาคนหนึ่งยกมือขึ้นถาม
?แล้วน้ำที่อาจารย์เทใส่ลงไปล่ะครับ
หมายถึงอะไร?'
เขายิ้มพร้อมกับบอกว่า ?การที่ใส่น้ำลงไปเพราะอยากให้เห็นว่า
ไม่ว่าชีวิตของเราจะวุ่นวายสับสนเพียงใด
ในความสับสนและวุ่นวายเหล่านั้นคุณยังมีที่ว่างสำหรับการแบ่งปันน้ำใจให้กันเสมอ...'
แล้วเหยือกของคุณล่ะเต็มหรือยัง
ขออนุญาตบวกเปิดซิง
ได้สาระดีค่ะ
อุอุ
เลววววว มาก !!
๕๕๕+
จะจำไว้สอนลูกค่ะ