Antoเป็นกระทงร้อน มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
สบายๆ ชิลๆ
ดาวินชี เกิดที่เมืองวินชีของอิตาลี เมื่อ 15 เมษายน พ.ศ.1995 (ค.ศ.1452)
หรือเมื่อ 554 ปีก่อน เขาเป็นทั้งจิตรกร นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์
นักประดิษฐ์ นักสังเกตธรรมชาติ มีผลงานสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนยุคแล้ว
ยุคเล่า อันที่ จริงแล้ว ดาวินชี่ มีผลงานสิ่งประดิษฐ์มากกว่า 100 ผลงาน
นี่คือผลงานที่เด่นที่สุด รองจากผลงานทางศิลป์
หรือเมื่อ 554 ปีก่อน เขาเป็นทั้งจิตรกร นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์
นักประดิษฐ์ นักสังเกตธรรมชาติ มีผลงานสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนยุคแล้ว
ยุคเล่า อันที่ จริงแล้ว ดาวินชี่ มีผลงานสิ่งประดิษฐ์มากกว่า 100 ผลงาน
นี่คือผลงานที่เด่นที่สุด รองจากผลงานทางศิลป์
Tag: บทความ สิ่งประดิษฐ์ ลีโอนาโด ดาวินชี่
ชนิด:
บทความ
ประเภท:
ไม่ธรรมดา
คะแนน: 48 ชอบ, 12 ไม่ชอบ
จาก
http://www.artsmen.net
47 บทวิจารณ์ |
26,296 คนอ่าน
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
กระแสอื้อฉาวหมิ่นเหม่ต่อความเชื่อของศาสนาคริสต์ที่ปรากฎในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด
“รหัสลับ ดาวินชี” ส่งผลให้เรื่องราวของอัจฉริยะแห่งยุคเรอเนซองก์ “เลโอนาร์โด ดาวินชี” |
ซึ่งถูกผูกโยงเข้ากับเนื้อเรื่องตกอยู่ในความสนใจคนทั่วโลก
ดาวินชี เกิดที่เมืองวินชีของอิตาลี เมื่อ 15 เมษายน พ.ศ.1995 (ค.ศ.1452)
หรือเมื่อ 554 ปีก่อน เขาเป็นทั้งจิตรกร นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์
นักประดิษฐ์ นักสังเกตธรรมชาติ มีผลงานสร้างความตื่นตะลึงให้กับคนยุคแล้ว
ยุคเล่า อันที่ จริงแล้ว ดาวินชี่ มีผลงานสิ่งประดิษฐ์มากกว่า 100 ผลงาน
นี่คือผลงานที่เด่นที่สุด รองจากผลงานทางศิลป์
เรื่องแนะนำ




















































อันดับ 10 เทคนิคการเขียนกลับทาง (Mirror Writing)

เทคนิคการเขียนตัวอักษรย้อนกลับทิศทางจากตัวหลังไปตัวหน้าของดาวินชี
สร้างข้อถกเถียงให้กับนักวิชาการจนถึงวันนี้ ว่า เป็นวิธีการเข้ารหัสแบบโบราณ
ที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นๆ ลอบอ่านและขโมยข้อมูลในบันทึก
ส่วนตัว หรือจริงๆแล้วเป็นเพียงเพราะดาวินชี ‘ถนัดซ้าย’ จึงคิดวิธีเขียนกลับหลัง
แบบนี้เพื่อไม่ให้น้ำหมึกเปื้อนมือกันแน่
อันดับ 9 ชุดดำน้ำ (Scuba Gear)

ผลพวงจากการที่ดาวินชีหลงใหลในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล เป็นที่มาของ การออกแบบอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการดำน้ำขึ้นมา หลายชนิดใน
จำนวนนี้ รวมถึงเรือดำน้ำและชุดประดาน้ำที่ตัวชุดทำจากหนังและเชื่อมต่อกับ
ท่อและโลหะทรงกลมซึ่งทำ หน้าที่เป็นเหมือนสนอร์เกิ้ล หรือหน้ากากดำน้ำยุค
ปัจจุบันนอกจากนั้น ชุดดำน้ำชุดนี้ยังมีถุงเก็บปัสสาวะด้วย แสดงให้เห็นถึงความ
รอบคอมในการออกแบบ
อันดับ 8 สะพานชักรอก (The Revolving Bridge)

ดาวินชีออกแบบสะพานสำหรับใช้ในการเคลื่อนพลผ่านพื้นที่ในสมรภูมิทุรกันดาร
ต่างๆ เช่น การยกพลข้ามแม่น้ำ ตัวสะพานดังกล่าวมีระบบชักรอกและสายพาน
ทำให้ทหารกางออกมาใช้งานและชักรอกเก็บได้อย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในเครื่อง
จักรทุ่นแรงอีกหลายชนิดจากการคิดค้นของดาวินชี
อันดับ 7 เครื่องร่อน (The Winged Gilder)

ภายในคลังจินตนาการอันไม่มีที่สิ้นสุดของดาวินชีนั้น มี ‘เครื่องกลบินได้’ รวมอยู่
ด้วยเป็นจำนวนมาก รวมถึง ‘เครื่องร่อน’ ซึ่งตรงบริเวณปีกมีแผ่นบังคับเปิด-ปิดควบคุม
ทิศทางได้หรือที่ปัจจุบันเรียก ว่า ‘แฟลบ’ และในตัวเครื่องร่อนยังมีเกียร์ควบคุมความเร็ว
ที่นั่งติดอยู่ด้วย
อันดับ 6 ปืนใหญ่ 3 ลำกล้อง (The Triple-Barreled Cannon)
แม้ประวัติของดาวินชีจะเกลียดสงคราม มีลักษณะเป็น ‘นักคิด’มากกว่า ‘นักรบ’ แต่ในใจ
ของเขาก็ยังฝันถึงการคิดค้นงานด้านวิศวกรรม หนทางเดียวที่จะทำเช่นนั้นได้ คือ การออกแบบ
อาวุธสงคราม เพราะได้รับการสนับสนุนจากผู้มีอำนาจมากที่สุด หนึ่งในผลงานการออกแบบอาวุธ
ได้แก่ ปืนใหญ่ที่มีอานุภาพที่มีลำกล้องติดกันถึง 3 กระบอก เหมือนกับที่เห็นในภาพ
อันดับ 5 สกรูบิน (The Aerial Screw)

ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จะลงความเห็นตรงกันว่ามันไม่มีทางที่เจ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้
จะบินขึ้นจากพื้นได้ แต่ ‘เฮลิคอปเตอร์’ ใน แบบของดาวินชีก็ยังคงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน
ผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขา เครื่องกลที่ชวนให้สงสัยนี้ดูเหมือนว่าจะถูกออกแบบให้ทำงาน
โดยใช้คนสี่คนมาหมุนมันพร้อมกัน รวมทั้งน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากกังหันลม ซึ่ง
เป็นของเล่นที่นิยมกันในสมัยนั้นด้วย
อันดับ 4 เมืองในอุดมคติ (The Ideal City)
ยุคสมัยหนึ่ง ดาวินชีอาศัยอยู่ในนครมิลานท่ามกลางสภาพการแพร่ระบาดของโรคร้าย เขาจึงคิดออกแบบผังเมืองใหม่ให้มีความสะอาด เป็นระเบียบถูกสุขอนามัย อาทิ เขียน
แบบให้เมืองในอุดมคติเมื่อหลายร้อยปีก่อนแห่งนี้มี ‘ระบบระบายอากาศ’ เพื่อดึงอากาศ
บริสุทธิ์เข้าสู่ตัวเมือง และมีระบบระบายน้ำเสีย
อันดับ 3 รถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (The Self-Propelled Car)

แน่นอนว่ารถที่ดาวินชีพยายามสร้าง ไม่สามารถวิ่งเร็วหลายร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงเหมือน
รถเฟอร์รารี่ แต่ถ้าคิดว่าเป็นรถที่อยู่ในสมัยนั้นก็ต้องจัด ว่าไฮเทคล้ำยุคสุดๆ เพราะรถที่มีตัวถัง
ทำจากไม้คันนี้ สามารถแล่นขับเคลื่อนด้วยตัวมันเองด้วยแรงส่งและการทำงานอย่างสัมพันธ์กัน
ระหว่างสปริงและเกียร์ที่ล้อ เมื่อปี 2547 นักวิทยาศาสตร์ประจำพิพิธภัณฑ์ในเมืองฟลอเรนซ์
ทดลองสร้างแบบจำลองรถรุ่นนี้ ตามแบบที่ดาวินชีร่างเอาไว้และพบว่าวิ่งได้จริง
พวกหอย ปู ปลาหมึกต่างๆที่พบบนยอดเขานั้น เป็นสิ่งที่หลงเหลือจากการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่
แต่ดาวินชีกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาตั้งข้อสงสัยไว้ (ซึ่งก็ถูกเสียด้วย) ว่าภูเขาเหล่านั้นจะต้องเคย
เป็นชายฝั่งมาก่อน ก่อนที่จะค่อยๆยกตัวสูงขึ้นๆในเวลาต่อมา (wow!!)
อันดับ 1 วิทรูเวียนแมน (The Vitruvian Man)

เชื่อว่าชาวโลกน้อยคนนักที่จะไม่เคยผ่านตากับภาพวาดของบุรุษผู้นี้ นั่นก็คือภาพ
‘วิทรูเวียน แมน’ ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ดาวินชี ศึกษาสัดส่วนกายวิภาคมนุษย์อย่างละเอียด
จนพิสูจน์ทฤษฎีบทของ ‘วิทรูเวียน’ ผู้เป็นสถาปนิกยุคจักรวรรดิโรมันได้สำเร็จว่า
‘ร่างคนยืนกางแขนขาจะตกเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่สมบูรณ์เสมอ’ และนับเป็นการ
เปิดประตูสู่ศาสตร์กายวิภาคครั้งสำคัญ
เลโอนาร์โด ดา วินชี (อิตาลี: Leonardo da Vinci) เป็นชาวอิตาลี (เกิดที่เมืองวินชี วันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1452 - เสียชีวิตที่เมืองออมบัวซ์ ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1519) เป็นอัจฉริยบุคคลที่มีความสามารถหลากหลาย เป็นทั้ง สถาปนิกแบบเรอเนซองส์ นักดนตรี นักกายวิภาค นักประดิษฐ์ วิศวกร ประติมากร นักเรขาคณิต นักวาดภาพ. ดา วินชี มีงานศิลปะที่มีชื่อเสียงหลายชิ้น เช่น พระกระยาหารมื้อสุดท้าย และ โมนา ลิซ่า งานของ ดา วินชี ยังสร้างคุณประโยชน์กับวิชากายวิภาคศาสตร์ ดาราศาสตร์ รวมถึงวิศวกรรมโยธา ด้วยความที่เป็นบุรุษที่มีจิตวิญญาณที่รักในศาสตร์หลายแขนง เลโอนาร์โดทำให้เกิดจิตวิญญาณของสหวิทยาการในสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ และกลายเป็นบุคคลสำคัญของยุคนั้น
ประวัติ
เลโอนาร์โด เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน โดยที่ที่เขาเกิดอยู่ห่างจากหมู่บ้านวินชี ในประเทศอิตาลี ไปราวสองกิโลเมตร บิดาชื่อนายแซร์ ปีเอโร ดา วินชี เป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารของรัฐ มารดาชื่อคาตารีนา เป็นสาวชาวนา เคยมีคนอ้างว่านางคาตารีนาเป็นทาสสาวจากประเทศแถบตะวันออกในครอบครองของปีเอโร แต่ก็ไม่มีหลักฐานเด่นชัดในสมัยนั้นยังไม่มีมาตรฐานการเรียกชื่อและนามสกุลที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป ทำให้ชื่อและนามสกุลของดา วินชี ที่แท้จริงคือ เลโอนาร์โด ดิ แซร์ ปีเอโร ดา วินชี ซึ่งหมายความว่า เลโอนาร์โด บุตรชายของปีเอโร แห่ง วินชี แต่เลโอนาร์โดเองก็มักจะลงลายเซ็นในงานของเขาอย่างง่ายๆว่า เลโอนาร์โด หรือไม่ก็ ข้าเอง เลโอนาร์โด เอกสารสำคัญส่วนใหญ่ระบุว่าผลงานของเขาเป็นของ เลโอนาร์โด โดยไม่มี ดา วินชี พ่วงท้าย ทำให้เข้าใจได้ว่าเขาไม่ได้ใช้นามสกุลของบิดาเนื่องจากเป็นบุตรนอกสมรสนั่นเอง
ภาพเหมือนตัวเอง
นักบุญจอห์น/เทพบาคคัส(นักบุญจอห์นแบ็พทิสต์) (Saint John in the Wilderness Bacchus)
พระเยซูรับศีลจุ่ม (vers 1475-1478)
ภาพเหมือนนักดนตรี (Portrait of a Musician) (v. 1490)
นักบุญเจอโรมในป่า (Saint Jerome) (v. 1480-1482)
การชื่นชมของแมไจ (The Adoration of the Magi) (v. 1481-1482)
La belle Ferronière
ภาพเหมือนล้อเลียน
นักบุญจอห์นแบ็พทิสต์(Saint John the Baptist) (v. 1513-1516)
ศึกษาตัวอ่อนมนุษย์ (Studies of embryos) (v.1509-1514
ภาพสเก็ตช์อาคาร
ภาพสเก็ตช์ทหารสามหมวกเกราะ (Profile
โมนาลิซ่า ภาพวาดที่อาจจะมีชื่อเสียงที่สุดในโลก
ภาพกายวิภาคที่ก้าวล้ำยุคสมัยไปมาก ที่เรารู้จักกันในนามของ "วิทรูเวียนแมน" (Vitruvian Man)
พระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) (1498)
เรื่องพิศวงของ ลีโอนาโด ดาวินชี่
THE DA VINCI CODE รหัสลับระทึกโลก
ภาพ เดอะวิทรูเวียนแมน ถูกวาดขึ้นเมื่อประมาณช่วงปี ค.ศ 1490 เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปิน ลีโอนาโดดาวินชี่ และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพร่างที่ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์มากที่สุด นอกจากนี้ในผลงานจริง จะเห็นว่าด้านบน และล่างของภาพมนุษย์ในวงกลม และสี่เหลี่ยมยังเต็มไปด้วยตัวอักษรหลายบรรทัดซึ่ง ลีโอนาโดบันทึกไว้ด้วยตัวอักษรแบบกลับด้าน ถอดความได้ว่า “ภาพนี้วากขึ้นเพื่อเป็นการศึกษาสรีระของร่างกายมนุษย์เพชาย ตามที่ถูกบรรทึกไว้โดยวิทรูเวียส์ นักปราชญ์ชาวโรมันในยุคก่อนคริสตกาล)
สาเหตุที่ท่านภัณฑรักษ์ โซนิแยร์ เลือกทิ้งปริศานาการตาย เป็นภาพนี้ เพื่อให้แลงดอน ได้ไขปริศนาไปยังผลงานต่างๆของลีโอนาโดดาวินชี่ ต่อไปนั่นเอง
หญิงสาวในรูปคือใคร ทฤษฎีที่ยอมรับมากที่สุด บ่งบอกว่าเธอมีนามว่า ลิซ่า เป็นภรรยาของ จิโอกอนโด พ่อค้าชาวอิตาเลี่ยนผู้ร่ำรวย ซึ่งว่าจ้างให้ลีโอนาโดวาดภาพเหมือนภรรยา คำว่า Mona ในภาษาอังกฤษคือ คำว่า Madam ดังนั้นชื่อภาพ Mona Lisa จึงหมายความว่า มาดาม ลิซ่า แต่ยังมีนักประวัติศาสตร์ อีกหลายท่านเชื่อว่าภาพนี้อาจเป็นภาพของคนอื่นก็เป็นไปได้..ที่ดังที่สุดเห็นจะเป็นความเชื่อที่ว่า ล๊โอนาโดเองนั่นล่ะที่อยู่ในภาพนี้
ภาพ MONA LISA หรือชื่อดั้งเดิมคือ ลาจิโอกองด์ (La Giaconda) ของจริงมีขนาดเพียง 31 นิ้ว x 21 นิ้ว เขียนบนแผ่นไม้ป๊อบ์ลาร์ ซึ่งเป็นการเขียนภาพสไตล์ สฟูมาโต ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญพิเศษของศิลปินเอกผู้นี้ ในการวาดภาพสร้างบรรยากาศให้ภาพเหมือนมีหมอกอาบอยู่บางๆ และรูปร่างของสิ่งต่างๆ ในภาพดูเหมือนจะถูกกลืนเข้าหากันด้วย
ภาพ MONA LISA ถูกเก็บรักษาอย่างดี ในห้องกระจกนิรภัย ภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และนับเป็นสมบัติทางศิลปะที่ประเมินค่าไม่ได้มากที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก จึงมักเป็นที่หมายปองของเหล่ามิจฉาชีพ ภาพนี้เคยถูกปองร้ายจากคนวิกลจริตด้วยการนำน้ำกรดไปสาด แต่ถูกจับได้เสียก่อน ถึงกระนั้นภาพนี้ก็เคยถูกโจรกรรมไปแล้วถึง 2 ครั้ง โดยล่าสุดได้หายไปจากโถงจัตุรัสของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เมื่อปี 1911 และถูกค้นพบอีกครั้งในก้นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ในห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในฟลอเรนซ์ ในอีก 2ปีต่อมา
ชวนเพื่อนชาว@cloudเที่ยวเทศกาลลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ2552
เดอะลาสต์ ซัปเปอร์ คือภาพเขียนบนฝาผนังซึ่งถ่ายทอดเหตุการณ์ อาหารค่ำมื้อสุดท้าย ที่พระเยซูได้ร่วมโต๊ะกับสาวกทั้ง 12 คนก่อนที่จะถูกตรึงไม้กางเขน ลีโอนาโด วาดภาพนี้ ในปี 1495 และใช้เวลาถึง 3 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
ข้อสังเกตของภาพนี้คือ สาวกแต่ละคนล้วนมีท่าทางที่ไม่ปกติ บางคนดูประหลาดใจ บางคนตื่นตระหนก บางคนสงสัย จะมีก็แต่ สาวกที่ชื่อ “จูดาส” ที่อยู่ในเงามืดและมีท่าทีสับสน ซึ่งสอดคล้องกับที่พระคัมภีร์กล่าวว่า พระเยซูทรงทำนายว่าสาวกคนหนึ่งของพระองค์จะทรยศพระองค์ และสาวกคนนั้นก็คือ จูดาสนั่นเอง
ก่อนหน้านั้น เคยมีจิตรกรวาดภาพ อาหารค่ำมื้อสุดท้ายเอาไว้มากมาย แต่มักใส่อภินิหารเข้าไปในภาพ ที่พบเห็นกันมากที่สุดคือ การวาดรัศมีที่ศรีษะของทุกคนในภาพ ยกเว้น จูดาส แต่ของลีโอนาโด เน้นที่ความสมจริง และแฝงการสื่อความหมายลงในภาพอย่าแยบยล จึงได้รับการยกย่องเป็นผลงานชิ้นเอกของโลกศิลปะ
ขอบคุณที่มา http://movie.sanook.com/behind/behind_11110.php
เง้อ ลอยกระทง ลอยมาจากไหนหว่า ?
ขอบคุณพี่จิ้ม ที่ชวนครับ
Wishing you a Beautiful Day
Much Love & Hugs
เยี่ยมชมจ้า ...มาให้กำลังใจกระทงความรู้รอบตัว
ของผมเหลือ ทรานซิสเตอร์ ตัวเดียว..ฮา..(คำนวณหวยยังผิด)
ชิบที่มีก็หายไปเสียแล้ว..(ชิกหาย..)
เก่งได้คลึ่งนึงของเขา ก็บุญโขแล้ว