เขี้ยว นับว่าเป็นเครื่องรางของขลัง ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ชนิดหนึ่ง เกจิอาจารย์บางท่านนำเขี้ยวมา แกะสร้างเครื่องรางของขลัง จนได้รับความนิยม ให้นั่งอยู่แถวหน้า ประเภทเครื่องรางยอดนิยม เช่น เสือของหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน หรือ เสือ อาจารย์เฮง วัดเขาดิน เป็นต้น
เสือเป็นสัญลักษณ์ ของอำนาจ ราชศักดิ์สำแดงฤทธิ์ ทำให้เป็นที่คร้ามเกรง นับถือแก่ปวงชนทั้งหลาย
เขี้ยวเสือที่ นำมาสร้างเครื่องรางของขลังเหล่านี้ เชื่อกันว่า มีความขลังในตัวอยู่แล้ว ยิ่งนำมาทำพิธีปลุกเสกด้วย ยิ่งเพิ่มความขลังเป็นทวีคูณขึ้นหลายเท่า
คุณวิเศษ ...ดีทางมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด
คาถาพญาเสือโคร่ง
"พยัคโฆ พยัคฆสัญญา ลัพพะติ อิติหิหัมหึม"
คาถาพญาเสือมหาอำนาจ ตั้งนะโม ๓ จบ "ตะมัตถัง ปะกาเสนโต ตัวกูคือ พญาพยัคโฆ สัตถาอาหะ พยัคโฆ จะ วิริยะ อิมังคาถามะหะ อิติฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม"
*** เคล็ดลับในการภาวนาพระคาถา ให้ภาวนา
ตั้งแต่ "ตะมัตถัง มาจนถึง อิมังคาถามะหะ" ให้
กลั้นลมหายใจภาวนาให้มั่น ทำจิตให้ดุเหมือนเสือ
แล้วจึงย้ำว่า "อิติ ฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม" จึงผ่อนลมหายใจ
คาถาใช้เสกเมื่อทำควายธนูว่า
โอม ปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอีศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ
เหตุผล ที่กล่าวว่าสุดยอด ในบรรดาพระเครื่องด้วยกันก็เพราะว่า เป็นพระเครื่องที่มีอายุ เก่าแก่มากกว่า หลายร้อยปี พิมพ์นิยมสวยงาม ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนเชื่อถือในความศักด์สิทธ์ทางด้านพุทธคุณ เป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่ต้องการ ของนักสะสมพระเครื่องเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีราคาสูงมากๆชนิดว่าคนจนหมดสิทธ์เป็นเจ้าของ
ผู้ที่ นับถือศาสนาพราหมณ์ฮินดูต่างก็ให้ความเคารพและนับถือเทพและพระแม่ตาม ศรัทธา ส่วนใหญ่แล้วจะกราบไหว้และบูชาทุกองค์ แต่จะมีองค์ใดองค์หนี่งที่จะนับถือเป็นเทพประจำตัวและจะทำการบูชาองค์นั้น เป็นหลักโดยที่แต่ละองค์จะมีมันตระ ( มนต์ ) ประจำสำหรับใช้ในการบูชา
เพื่อ ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นสิ่งที่จะเสริมมงคลให้กับผู้ที่นับถือ ได้มีการสร้างเทวะมหายันตระขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่นับถือได้ใช้ในการสักการะ บูชาและนำมาประดิษฐานไว้ในบ้านหรือสถานที่ประกอบการเพื่อเป็นสิริมงคลและ ขจัดอุปสรรคต่าง ๆ และเพื่อที่จะให้ได้ผลตามที่ปรารถนาด้วยการสวดและบูชามหายันตระนั้นๆ
การ สร้างเทวะยันตระนี้ทำด้วยการอัญเชิญเทวฤทธานุภาพของเทพแต่ละองค์มารวมกับมัน ตระ( มนต์ ) ผสมผสานกันตามศาสตร์โบราณและรังสรรค์เป็น “เทวะมหายันตระ”ขึ้นมา
ส่วนใหญ่แล้ว “เทวะมหายันตระ” นี้ จะทำการจารึกลงบนแผ่นทองแดงและทำการเทวาภิเษกองค์เทพแต่ละองค์ตามที่ได้ บัญญัติไว้ในคัมภีร์พระเวท ซึ่งเมื่อผู้ที่มีศรัทธารับไปแล้วควรจะทำพิธีปลุกพลังอีกครั้งหนึ่งด้วยตัว เองด้วยมันตระ( มนต์)ที่ได้กำหนดไว้ และหากกระทำด้วยใจที่เต็มไปด้วยศรัทธาแล้วเชื่อกันว่าเทพองค์นั้นจะประทานพร ให้ได้ผลตามที่ต้องการแน่นอน
ต่อมา เครื่องรางทางศาสนากลาย เป็นการแสดงความศรัทธา และเคารพนับถือพระสงฆ์ โดยมากจะเป็นรูปของพระสงฆ์องค์นั้นๆ ในรูปแบบของพระเครื่องที่ทำมาจากดินเหนียวเพื่อรำลึกถึงพระที่เคารพนับถือ ในขณะที่ธรรมชาติของเครื่องลางตั้งแต่สมัยก่อนนั้น เชื่อว่าเครื่องลางสามารถที่จะมอบพลังให้กับคนที่สวมใส่อยู่ ทหารไทยสมัยโบราณพยายามจะแสวงหาเครื่องลางของขลังด้วยความเชื่อที่ว่าพลัง พิเศษจากเครื่องลางนั้นจะช่วยให้พวกเค้าพ้นจากอันตรายในสงคราม การเลือกเครื่องลางที่ถูกต้องควบคู่กันกับรอยสักด้วยการเขียนภาษาเขมรนั้น มอบพลังคุ้มครองสุดยอดยิ่งกว่าเกราะไหนๆ
ปัจจุบัน นี้การค้าขายเครื่องรางมีกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ตลาดค้าขายมีกันอย่างแพร่หลาย สามารถหาได้ตามโฆษณาทางหนังสือพิมพ์และนิตยสารซึ่งบรรยายคุณสมบัติเด่นต่อ เครื่องราง(พระเครื่อง)นั้นๆ ทหารและตำรวจค้นหาเครื่องลาง(พระเครื่อง) เพื่อป้องกันตัวเองจากกระสุน นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าต้องการเครื่องรางนำความโชคดีมาสู่ตน ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามเครื่องรางดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญต่อทุกๆคน และเครื่องรางที่เชื่อว่ามีความพิเศษกว่าอันอื่นสามารถขายได้ในราคากว่าสิบ ล้านบาท
เสียง วิพากษ์วิจารณ์และทัศนคติในสังคมที่เกี่ยวกับเครื่องรางมีมากมาย ต่างๆนาๆ บ้างก็ว่าเป็นวัตถุลวงโลก บ้างก็ว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคล ช่วยคุ้มครองปกป้องป้องกันอันตราย ซึ่งสะท้อนและย้ำเตือนว่านี่แหละ คือวัฒนธรรม และค่านิยมเรื่องความเชื่อของสยามประเทศ
อ่ะ ๆ ๆ . . . คุง corum คะ แวะมาทงนี้ก่องคร่า . . .^^
แจ่มเลย
| แนะนำเว็บ DrJoke
นำทัพดาราชาย มาดเข้มแบบไทยๆ มาประชันกับเครื่องรางของขลัง
สามารถ พยัคฆ์อรุณ
เขี้ยวเสือมหาอำนาจวาสนา
เขี้ยว นับว่าเป็นเครื่องรางของขลัง ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ชนิดหนึ่ง เกจิอาจารย์บางท่านนำเขี้ยวมา แกะสร้างเครื่องรางของขลัง จนได้รับความนิยม ให้นั่งอยู่แถวหน้า ประเภทเครื่องรางยอดนิยม เช่น เสือของหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน หรือ เสือ อาจารย์เฮง วัดเขาดิน เป็นต้น
เสือเป็นสัญลักษณ์ ของอำนาจ ราชศักดิ์สำแดงฤทธิ์ ทำให้เป็นที่คร้ามเกรง นับถือแก่ปวงชนทั้งหลาย
เขี้ยวเสือที่ นำมาสร้างเครื่องรางของขลังเหล่านี้ เชื่อกันว่า มีความขลังในตัวอยู่แล้ว ยิ่งนำมาทำพิธีปลุกเสกด้วย ยิ่งเพิ่มความขลังเป็นทวีคูณขึ้นหลายเท่า
คุณวิเศษ ...ดีทางมหาอำนาจ คงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด
คาถาพญาเสือโคร่ง
"พยัคโฆ พยัคฆสัญญา ลัพพะติ อิติหิหัมหึม"
คาถาพญาเสือมหาอำนาจ
ตั้งนะโม ๓ จบ
"ตะมัตถัง ปะกาเสนโต ตัวกูคือ พญาพยัคโฆ
สัตถาอาหะ พยัคโฆ จะ วิริยะ อิมังคาถามะหะ อิติ
ฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม"
*** เคล็ดลับในการภาวนาพระคาถา ให้ภาวนา
ตั้งแต่ "ตะมัตถัง มาจนถึง อิมังคาถามะหะ" ให้
กลั้นลมหายใจภาวนาให้มั่น ทำจิตให้ดุเหมือนเสือ
แล้วจึงย้ำว่า "อิติ ฮ่ำ ฮึ่ม ฮึ่ม" จึงผ่อนลมหายใจ
หนุ่ม คงกระพัน แสงสุริยะ
ควาย ธนู เป็นเครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ สะท้อนให้เห็นระบบความเชื่อทางไสยศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม อันมีความผูกพันกับวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานในด้านการเกษตร วิชาเหล่านี้เป็นการทำหุ่นพยนต์รูปแบบหนึ่ง หุ่นพยนต์สามารถทำได้ทั้งรูปคนและสัตว์ ที่นิยมมีทั้งวัวธนูและควายธนู สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น สานจากไม้ไผ่ ปั้นด้วยดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า ,เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น เอามาหลอมรวมกันหล่อเป็นรูปควาย
บางสำนักใช้โครงเป็นไม้ไผ่แล้วพอกด้วยครั่งที่ได้จากต้นพุททรา เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องปลุกเสกตามพิธีกรรม แล้วเลี้ยงไว้ให้ดี ต้องหาหญ้าและน้ำเลี้ยงเสมอ เชื่อว่าสามารถใช้ให้เฝ้าบ้านหรือไร่นา ใช้งานได้ตามความประสงค์ ทั้งป้องกันภูตผีและโจรผู้ร้าย และสามารถสั่งให้ไปสังหารคู่อริได้อีกด้วย มี
คาถาใช้เสกเมื่อทำควายธนูว่า
โอม ปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอีศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ
เบญจภาคี คือ พระเครื่อง 5 ชนิด ที่ถือว่าเป็น สุดยอดและล้ำค่าเป็นอย่างมากของพระเครื่อง ได้แก่ พระสมเด็จ พระนางพญา พระกำแพง พระผงสุพรรณ และพระรอด
เหตุผล ที่กล่าวว่าสุดยอด ในบรรดาพระเครื่องด้วยกันก็เพราะว่า เป็นพระเครื่องที่มีอายุ เก่าแก่มากกว่า หลายร้อยปี พิมพ์นิยมสวยงาม ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนเชื่อถือในความศักด์สิทธ์ทางด้านพุทธคุณ เป็นอย่างมาก ทำให้เป็นที่ต้องการ ของนักสะสมพระเครื่องเป็นจำนวนมาก จนทำให้มีราคาสูงมากๆชนิดว่าคนจนหมดสิทธ์เป็นเจ้าของ
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ตาม หลักศาสนาพราหมณ์ฮินดูนั้นมีเทพและพระแม่หลายองค์ แต่ละองค์มีการอวตารหรือมีการเสกให้กำเนิดขึ้นมาตามความต้องการในแต่ละช่วง เวลาและสถานการณ์ในเวลานั้น ๆ ซึ่งต่างก็มีเทวานุภาพ คุณสมบัติและอำนาจที่แตกต่างกันตามความจำเป็น ณ ช่วงเวลานั้น
ผู้ที่ นับถือศาสนาพราหมณ์ฮินดูต่างก็ให้ความเคารพและนับถือเทพและพระแม่ตาม ศรัทธา ส่วนใหญ่แล้วจะกราบไหว้และบูชาทุกองค์ แต่จะมีองค์ใดองค์หนี่งที่จะนับถือเป็นเทพประจำตัวและจะทำการบูชาองค์นั้น เป็นหลักโดยที่แต่ละองค์จะมีมันตระ ( มนต์ ) ประจำสำหรับใช้ในการบูชา
เพื่อ ให้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นสิ่งที่จะเสริมมงคลให้กับผู้ที่นับถือ ได้มีการสร้างเทวะมหายันตระขึ้นมาเพื่อให้ผู้ที่นับถือได้ใช้ในการสักการะ บูชาและนำมาประดิษฐานไว้ในบ้านหรือสถานที่ประกอบการเพื่อเป็นสิริมงคลและ ขจัดอุปสรรคต่าง ๆ และเพื่อที่จะให้ได้ผลตามที่ปรารถนาด้วยการสวดและบูชามหายันตระนั้นๆ
การ สร้างเทวะยันตระนี้ทำด้วยการอัญเชิญเทวฤทธานุภาพของเทพแต่ละองค์มารวมกับมัน ตระ( มนต์ ) ผสมผสานกันตามศาสตร์โบราณและรังสรรค์เป็น “เทวะมหายันตระ”ขึ้นมา
ส่วนใหญ่แล้ว “เทวะมหายันตระ” นี้ จะทำการจารึกลงบนแผ่นทองแดงและทำการเทวาภิเษกองค์เทพแต่ละองค์ตามที่ได้ บัญญัติไว้ในคัมภีร์พระเวท ซึ่งเมื่อผู้ที่มีศรัทธารับไปแล้วควรจะทำพิธีปลุกพลังอีกครั้งหนึ่งด้วยตัว เองด้วยมันตระ( มนต์)ที่ได้กำหนดไว้ และหากกระทำด้วยใจที่เต็มไปด้วยศรัทธาแล้วเชื่อกันว่าเทพองค์นั้นจะประทานพร ให้ได้ผลตามที่ต้องการแน่นอน
ชาคริต แย้มนาม
คชสีห์และราชสีห์(สิงห์)
คชสีห์ เป็นสิงห์ผสมที่มีกายเป็นสิงห์ และมีช่วงหัวเป็นช้าง ตามตำรากล่าวว่าคชสีห์มีพลังเทียบเท่าช้างและสิงห์รวมกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นสัตว์ที่น่าเกรงขาม คชสีห์มีลักษณะคล้ายสัตว์หิมพานต ์อีกชนิดหนึ่งชื่อทักทอ
คชสีห์และราชสีห์(สิงห์) เป็นสัญญลักษณ์ แห่ง อำนาจ ตบะ และเดชะ เป็นที่น่าเกรงขาม จะเห้นได้ว่ามีการใช้รูปของคชสีห์และราชสีห์เป็นพระราชลัญจกร ของพระมหากษัตริย์ในอดีตของไทยเรามาอย่างยาวนาน นอกจากนั้นในกองทัพไทยแต่โบราณก็ยังมีการใช้ตราคชสีห์และราชสีห์เป็นเครื่อง หมายอันบ่งบอกถึงความมีอำนาจและน่าเกรงขา ม มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
การ นำรูปของคชสีห์และราชสีห์มาสร้างเป็นเครื่องรางนั้น ถ้าเป็นสิงห์ก็มีมากมายหลายสำนัก กล่าวถึงไม่ครบแน่ๆ ด้วยวัสดุหลายๆชนิด เช่น งา ไม้ โลหะ ส่วนคชสีห์นั้น เท่าที่เห็น ก็จะมีงาแกะ หลวงพ่อเดิม และคชสีห์โลหะหล่อ หลวงปู่หมุน วัดบ้านจาน
ต่อมา เครื่องรางทางศาสนากลาย เป็นการแสดงความศรัทธา และเคารพนับถือพระสงฆ์ โดยมากจะเป็นรูปของพระสงฆ์องค์นั้นๆ ในรูปแบบของพระเครื่องที่ทำมาจากดินเหนียวเพื่อรำลึกถึงพระที่เคารพนับถือ ในขณะที่ธรรมชาติของเครื่องลางตั้งแต่สมัยก่อนนั้น เชื่อว่าเครื่องลางสามารถที่จะมอบพลังให้กับคนที่สวมใส่อยู่ ทหารไทยสมัยโบราณพยายามจะแสวงหาเครื่องลางของขลังด้วยความเชื่อที่ว่าพลัง พิเศษจากเครื่องลางนั้นจะช่วยให้พวกเค้าพ้นจากอันตรายในสงคราม การเลือกเครื่องลางที่ถูกต้องควบคู่กันกับรอยสักด้วยการเขียนภาษาเขมรนั้น มอบพลังคุ้มครองสุดยอดยิ่งกว่าเกราะไหนๆ
ปัจจุบัน นี้การค้าขายเครื่องรางมีกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ตลาดค้าขายมีกันอย่างแพร่หลาย สามารถหาได้ตามโฆษณาทางหนังสือพิมพ์และนิตยสารซึ่งบรรยายคุณสมบัติเด่นต่อ เครื่องราง(พระเครื่อง)นั้นๆ ทหารและตำรวจค้นหาเครื่องลาง(พระเครื่อง) เพื่อป้องกันตัวเองจากกระสุน นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้าต้องการเครื่องรางนำความโชคดีมาสู่ตน ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตามเครื่องรางดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญต่อทุกๆคน และเครื่องรางที่เชื่อว่ามีความพิเศษกว่าอันอื่นสามารถขายได้ในราคากว่าสิบ ล้านบาท

อีกหนึ่งอันที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ เครื่องรางที่มีลักษณะเหมือนอวัยวะเพศชาย หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “ปลัดขิก” รากฐานของเครื่องรางมาจากชาวฮินดูและแต่เดิมมีไว้เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อย คลานแต่ปัจจุบันนี้ผู้คนใช้เพื่อนำความโชคดี พ่อค้าแม่ค้าตามถนนผูกมันติดกับตะกร้า ร้านค้าต่างๆเก็บมันไว้ในลิ้นชักใส่เงิน หรือแม้แต่ผู้เข้าแข่งขันประกวดต่างๆเกี่ยวกับความสวยงามก็จะผูกเครื่องราง ติดกับผมในขณะที่ขึ้นเวทีกันอย่างแพร่หลาย
เสียง วิพากษ์วิจารณ์และทัศนคติในสังคมที่เกี่ยวกับเครื่องรางมีมากมาย ต่างๆนาๆ บ้างก็ว่าเป็นวัตถุลวงโลก บ้างก็ว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคล ช่วยคุ้มครองปกป้องป้องกันอันตราย ซึ่งสะท้อนและย้ำเตือนว่านี่แหละ คือวัฒนธรรม และค่านิยมเรื่องความเชื่อของสยามประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
อ่ะ ๆ ๆ . . . คุง corum คะ แวะมาทงนี้ก่องคร่า . . .^^
ให้ดูของขลังหรืออะไรแน่คะเนี่ย อิอิอิ รูปสวยดีคะ หะ แหล่ม เลยยยย
แจ่มเลย
เยี่ยมเลย
ว้าววววววววววว