บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ ชนิดราชวรมหาวิหาร
วัดพระพุทธบาท ราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท ห่างจากตัวจังหวัดสระบุรีประมาณ ๒๘ กม. มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไป ๑ กม.
ปูชนียสถานที่สำคัญคือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้ในแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี ลักษณะของรอยพระพุทธบาทคล้ายเท้าคน กว้าง ๒๑ นิ้ว ยาว ๕ ฟุต ลึก ๑๑ นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ ๑๐๘ ประการ จึงโปรดให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบรอยพระบาทไว้ ต่อมาได้มีการก่อสร้างต่อเติมอีกหลายสมัย
-รอยพระพุทธบาท-
ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท ๗ ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสองปิดประดับกระจกโดยรอบ ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนมและมีพุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับชั้นเยี่ยมของเมืองไทย ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย หมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงมาจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริดเป็นนาค ๕ เศียร บริเวณรอบพระมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตี เป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย พระอุโบสถและพระวิหารต่างๆ ที่อยู่รายรอบ ล้วนสร้างตามแบบศิลปกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ประวัติความเป็นมาของวัดพระพุทธบาท
พระพุทธบาทตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาทค้นพบโดยพรานบุญในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมพระมหากษัตริย์ผู้ปกครองกรุงศรีอยุธยาระหว่างปี พ.ศ. ๒๑๕๓- ๒๑๖๗ กว้าง ๒๑ นิ้ว ยาว ๖๐ ลึก ๑๑ นิ้ว มีหลักฐานในพงศาวดารของไทยว่า พระเถระจากอยุธยาไปนมัสการพระพุทธบาทบนยอดเขาสุมนกูฏ และได้รับคำแนะนำจาก พระเถระในลังกาว่าในไทยเองก็มีรอยพระพุทธบาทอันแท้จริงซึ่งพระพุทธเจ้าได้ประทับประทานไว้เช่นกันสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงมีพระดำรัสให้ทำการสือหา และในปีพุทธศักราช ๒๑๖๕ ก็มีผู้พบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ โปรดให้สร้างพระมณฑปน้อยครอบรอยพระพุทธบาท โดยมีมณฑปใหญ่ครอบอีกชั้นหนึ่ง สถาปนาขึ้นเป็น "มหาเจดีย์สถาน" ทรงอุทิศเนื้อที่โยชน์หนึ่งโดยรอบพระพุทธบาทถวายเป็นพุทธบูชา กัลปนาผลสำหรับบำรุงพระพุทธบาท โปรดเกล้า ฯ ให้ตัดถนนหนทาง สร้างพระ มณฑปครอบรอยพระพุทธบาทกำหนดเป็น "พุทธเจดีย์" และสร้างอารามวัตถุอื่นๆ เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาเปรียญ และเสนาสนสงฆ์เป็นต้น จัดเป็นสังฆาราม และโปรดสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก
พระองค์เสด็จมานมัสการรอยพระพุทธบาทโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและสถลมารคอย่างยิ่งใหญ่ ในเดือน ๓ และ เดือน ๔ ถือเป็นราชประเพณีสืบตั้งแต่สมัยนั้น พระมหากษัตริย์ไทยแบบทุกพระองค์ในรัชกาลต่อมา ได้เสด็จมานมัสการ และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงทำนุ บำรุงมหาปูชนียสถานสำคัญนี้ไว้เป็นสมบัติของชาติไทย ให้พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยทั้งชาวต่างประเทศได้เดินทางมาสักการะบูชา นอกจากจะสะดวกประหยัดค่าใช้ จ่ายแล้ว ยังได้รับความรู้ความดีงามด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างครบถ้วนเป็นการอนุรักษ์มรดกของบรรรพบุรุษที่สู้อุตส่าห์ปกป้องประคับประคองให้คงสภาพอยู่คู่กับประเทศ ไทย ทุกปีจะมีการฉลองปีละ ๒ ครั้ง คืองานขึ้น ๑ - ๑๕ ค่ำเดือน ๓ และขึ้น ๘ - ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ และวัดพระพุทธบาทนี้ยังมีประเพณีตักบาตรดอกไม้ซึ่งมีเพียงแห่งเดียว ในประเทศไทยในวันเข้าพรรษาของทุกปี และพิพิธภัณฑสถานเป็นที่เก็บโบราณวัตถุอันล้ำค่า เช่น เครื่องทรงของพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลายครามสังคโลก เครื่องทอง สำริดโบราณศาสตราวุธโบราณ ท่อประปาสมัยพระนารายณ์มหาราชและอื่นๆ
ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมจักรีวงษ์ก็ได้เจริญตามพระ ราชประเพณีกรุงศรีอยุธยา รับพระพุทธบาทแห่งนี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อมี การซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์มณฑปรอยพระพุทธบาทแล้วเสร็จคราใด จะเสร็จ พระราชดำเนินยกยอดพระจุลมงกุฎมณฑปพระพุทธบาท มีหลักฐานประวัติศาสตร์ กล่าวถึง ๓ รัชกาล คือ รัชกาล ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระ ราชดำเนินในปีพุทธศักราช ๒๔๐๓ , รัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเจ้าอยู่ หัว เสด็จพระราชดำเนินในปีพุทธสักราช ๒๔๕๖ และรัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินในปี ๒๔๙๕ และเสด็จ ฯ อีก ครั้งในคราวเปิดพระบรมราชานุสรณ์พระเจ้าทรงธรรม และทรงยกช่อฟ้าพระ อุโบสถวัดพระพุทธบาทในปีพุทธศักราช ๒๕๐๓
พระพุทธบาทแห่งนี้พระมหา กษัตริย์เกือบทุกรัชกาลเสร็จมานมัสการ และมีพระราชศรัทธาเลื่อมใส ทำนุบำรุง มหาปูชนียสถานสำคัญนี้ไว้เป็นสมบัติของชาติไทยเพื่อให้พุทะศาสนิกชนทั้งชาว ไทยทั้งชาวต่างประเทศเดินทางมาสักการะบูชาตลอดชั่วอายุขัย ดังที่ปรากฏใน หลักฐานการบูรณปฏิสังขรณ์ ตั้งแต่ ๒๓๒๕ - ปัจจุบัน ว่า พระบาทสมเด็จพระ พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) พระองค์มิไดเสด็จ ฯ ด้วยพระองค์เองแต่มีพระ บรมราชโองการดำรัสให้สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล เสด็จขึ้นไปเป็นแม่การยกพระมณฑปพระพุทธบาท พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) ไม่ปรากฏว่าพระองค์เสด็จ ฯ พระพุทธบาท เพียงแต่ โปรด ฯ ให้สร้างพระมณฑปน้อยสวมรอยพระพุทธบาทข้างในให้บริบูรณ์ตามเดิม รัชกาลที่ ๓-๔ ไม่ปรากฏว่าพระองค์เคยเสด็จดำเนินไปนมัสการพระพุทธบาท แต่ อย่างไรก็ตามที พระพุทธบาทนี้ก็ได้รับความรับรองเลื่อมใสนับถือว่าเป็นพระมหา เจดียสถาน พระบาลสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ได้เสด็จพระ ราชดำเนินไปนมัสการพระพุทธบาทถึง ๔ ครั้ง คือเสด็จ ฯ ก่อนมีทางรถไฟ ๒ ครั้ง เมื่อ พ.ศ.๒๔๑๕ และ พ.ศ.๒๔๒๕ , ครั้งที่ ๓-๔ เสด็จเมื่อมีรถไฟแล้ว พ.ศ. ๒๔๔๕ และ พ.ศ.๒๔๔๙ เสด็จพระราชดำเนินนมัสการพระพุทธบาทและพระ ราชทานพระกฐินหลวงในปีนั้นด้วย ครั้งที่ ๔ เสด็จไปนมัสการเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๔๙
และพระองค์ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้ซ่อมผนังข้าวในพระมณฑป โดยให้เขียนเป็นรายทองและบันไดนาคทางขึ้นพระมณฑปนั้นของเดิมที่มีอยู่ ๒ สาย โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างเพิ่มอีก ๑ สายรวมเป็น ๓ สาย พร้อมกับให้หล่อศีรษะ นาคด้วยทองสัมฤทธิ์ไว้ที่เชิงบันได พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระมณฑปต่อมาจนสำเร็จ และเสด็จพระ ราชดำเนินไปยกยอดพระมณฑปพระพุทธบาท เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ แล้วมีต่อมาได้ โปรดให้สร้างเครื่องสูงประดิษฐานไว้ในพระมณฑปเพื่อเป็นเกีรยติของพระ พุทธบาทอีกด้วย รัชกาลที่ ๗-๘ มีพระราชกรณียกิจประจำพระองค์อยู่เป็นอันมาก จึงมิได้มีโอกาสเสด็จ ฯ ไปมนัสการพระพุทธบาท แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทำการบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธบาท และเสด็จ ฯ ครั้งแรกทรง ประกอบพิธียกพระจุลมงกุฏสวมยอดพระมณฑปพระพุทธบาท ในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๔๙๕ , อีกครั้งหนึ่งเสด็จ ฯ เปิดพระบรมราชานุสรณ์พระเจ้าทรงธรรม และยก ช่อฟ้าพระอุโบสถวัดพระพุทธบาทในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๐๓ และในวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒ พระองค์มิได้เสด็จ ฯ ด้วยพระองค์เอง แต่มีพระบรมราช โองการดำรัสให้ พระบรมโอรสาธิราช สยามกุฏราชกุมาร เสด็จ ฯ ทรงประกอบพิธี ยกจุลมงกุฏสวมยอดพระมณฑปพระพุทธบาท
พระพุทธบาท และพิพิธภัณฑสถาน วิหารหลวง
พระพุทธบาทตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาท ค้นพบโดยพรานบุญในสมัยสมเด็จ พระเจ้าทรงธรรมระหว่างปี พ.ศ. ๒๑๕๓-๒๑๖๗ พระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ภายในพระมณฑปที่สวยงาม และวัดพระพุทธบาทนี้ยังมีประเพณีตักบาตรดอกไม้ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยในวันเข้าพรรษาของทุกปี และพิพิธภัณฑสถาน เป็นที่เก็บโบราณวัตถุอันล้ำค่า เป็น เครื่องทรงของพระเจ้าทรงธรรม เครื่องลาย ครามสังคโลก เครื่องทองสำริดโบราณ ศาสตราวุธโบราณ ท่อประปาสมัยพระนา รายณ์มหาราช และอื่น
ลำดับผู้กำกับการ และเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทในอดีต ลำดับตำแหน่งผู้กำกับการพระพุทธบาท เท่าที่ปรากฏในหลักฐาน ตั้งแต่รัชกาล ที่ 4 ลงมา คือ 1. พระพิมลธรรม (ยิ้ม) วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ (รัชกาลที่ 4) 2. พระมงคลเทพมุนี (เที่ยง) วัดพระเชตุพน ฯ กรุงเทพ (พ.ศ.-๒๔๓๙) 3. พระพุฒาจารย์(มา อินทสโร)วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ(๒๔๓๙-๒๔๕๗) 4. พระเทพมงคลมุนี (เอี่ยม) วัดราชสิทธาราม รักษาการร่วมกับพระพุฒาจารย์ 5. พระมงคลทิพยมุนี (มุ้ย ปณฑิโต) วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพ (๒๔๕๗ - ๒๔๖๔) 6. สมเด็จพุฒาจารย์ (นวม พุทธสรมหาเถระ) อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม กรุงเทพ ฯ (2465-2499) 7. สมเด็จมหาโพธิวงศาจารย์ (สาลี อินทโชตมหาเถระ) อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม กรุงเทพ ฯ (2499-2511)
ลำดับเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท 1. พระครูพุทธบาล (พา) เป็นเจ้าอาวาสมาตลอดรัชกาลที่ 3 เท่านั้น 2. พระครูพุทธบาล (นุช) พ.ศ. - 2440 3. พระครูพุทธบาล (พุฒ) พ.ศ. 2440-2479 4. พระครูญาณมุนี (เปล่ง อโกสช?โฌ น.ธ.ตรี) พ.ศ.2479-2489 5. พระครูสรกิจพิมล (ฉิม ชินวํโส ป.ธ. 5 น.ธ. เอก) พ.ศ.2490-2496 6. พระธรรมรัตนากร (มณี สุวโจ ป.ธ. 6 น.ธ. เอก) พ.ศ. 2497-2533 7. พระราชรัตนกวี (เสวก ธม?มวโร ป.ธ.7) พ.ศ. 2534-2536 8. พระเทพปริยัติโมลี (ชวลิต อภิวฑ?ฒโน ป.ธ. 9) พ.ศ. 2537-ปัจจุบัน
|
คนบ้านเดียวกัน อิอิ
แนะนำให้เพื่อนๆที่ยังไม่เคยไป
ลองไปสักการะรอยพระพุทธบาทดูนะค่ะ
สระบุรีไม่ไกลอย่างที่คิด
อีกอย่าง ไปแล้ว ไปเที่ยวที่อื่นด้วยก็ดี
สระบุรีมีให้เที่ยวอีกเยอะค่ะ
แหะๆ โปรโมทจังหวัดตัวเองหน่อย
อ่อ อีกอย่าง แนะนำให้ไปรอยพระพุทธฉายด้วยนะค่ะ
ไม่ไกลค่ะ น่าอัศจรรรย์มากด้วย
ลักษณะของพระมณฑป มองจากมุมสูง
เยี่ยมเลย
เพื่อนที่สระบุรีแนะ อย่าไป วัด ออกแนว พุทธพาณิชย์
ผมไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร แต่เห็นส่งรูปมาให้ดูน่าไปนะ
เคยไปนมัสการค่ะ..
ที่พระฉายก็ไปบ่อย ทางขึ้นยากหน่อย ลิงเยอะ แต่สนุกค่ะ
คนบ้านเดียวกัน อิอิ
แนะนำให้เพื่อนๆที่ยังไม่เคยไป
ลองไปสักการะรอยพระพุทธบาทดูนะค่ะ
สระบุรีไม่ไกลอย่างที่คิด
อีกอย่าง ไปแล้ว ไปเที่ยวที่อื่นด้วยก็ดี
สระบุรีมีให้เที่ยวอีกเยอะค่ะ
แหะๆ โปรโมทจังหวัดตัวเองหน่อย
อ่อ อีกอย่าง แนะนำให้ไปรอยพระพุทธฉายด้วยนะค่ะ
ไม่ไกลค่ะ น่าอัศจรรรย์มากด้วย
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก