fafhaเป็นกระทงร้อน มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
เส้นทางเสด็จประพาส เชื่อมโยงไทย-นอร์เวย์
การบินไทย ร่วมส่งเสริมเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงสองวัฒนธรรม ไทย-นอร์เวย์ และ เผยแพร่ร่องรอยประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสยุโรปในรัชกาลที่ 5 จัดนิทรรศการ จากสยามสู่ยุโรป บนเส้นทางซ่อนวาระ ในวาระที่การบิน ไทยเปิดจุดบินใหม่ เส้นทางบินตรง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้รับเกียรติจาก มิส อันเน ลิลเลโอเรน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม
การบินไทย ร่วมส่งเสริมเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงสองวัฒนธรรม ไทย-นอร์เวย์ และ เผยแพร่ร่องรอยประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสยุโรปในรัชกาลที่ 5 จัดนิทรรศการ จากสยามสู่ยุโรป บนเส้นทางซ่อนวาระ ในวาระที่การบิน ไทยเปิดจุดบินใหม่ เส้นทางบินตรง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้รับเกียรติจาก มิส อันเน ลิลเลโอเรน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม
Tag: ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ นิทรรศการ
ชนิด:
บทความ
ประเภท:
อื่นๆ
คะแนน: 42 ชอบ, 0 ไม่ชอบ
จาก
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_ ...
20 บทวิจารณ์ |
9,464 คนอ่าน
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
การบินไทย ร่วมส่งเสริมเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงสองวัฒนธรรม ไทย-นอร์เวย์ และ เผยแพร่ร่องรอยประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสยุโรปในรัชกาลที่ 5 จัดนิทรรศการ "จากสยามสู่ยุโรป บนเส้นทางซ่อนวาระ" ในวาระที่การบิน ไทยเปิดจุดบินใหม่ เส้นทางบินตรง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ได้รับเกียรติจาก มิส อันเน ลิลเลโอเรน อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานเปิดนิทรรศการ ที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ มิวเซียมสยาม ไกรฤกษ์ นานา นักวิชาการทางประวัติศาสตร์ กล่าวถึง "เส้นทางซ่อนวาระ" เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯยังนอร์ เวย์ในการประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ว่า พระองค์เสด็จประพาสยุโรปครั้งนั้น นอกจากเหตุผลตามพระราชนิพนธ์ไกลบ้านว่าเสด็จฯเป็นการส่วนพระ องค์ ในการรักษาพระวรกายตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่นักวิชาการตั้งข้อสังเกตคือเสด็จฯเพื่อทรงหาวิธีไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับฝรั่งเศส ในการคืนจังหวัดจันทบุรีและตราดของไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อและหาข้อตกลงมาเป็นเวลานาน



















































จากนั้นทรงมุ่งสู่ทางเหนือ จุดหมายที่นอร์ทเคป สูงสุดของยุโรป หรือดินแดนอันไกลสุดหล้า ฟ้าเขียว ทอดพระเนตรพระอาทิตย์เที่ยงคืน ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 หลังจากพระเจ้าออสการ์ที่ 2 ของนอร์เวย์เสด็จประพาส ในครั้งนั้นพระองค์ทรงสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ไว้ที่หินเป็นที่ระลึก
สำหรับนิทรรศการแบ่งเป็น 2 ห้อง ห้องแรกบอกเล่าถึงการติดต่อกับยุโรปที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และเส้นทางการเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที่ 5 รวมไปถึงความศิวิไลซ์ของสยามที่รัชกาลที่ 5 ทรงนำกลับมาพัฒนาบ้านเมืองทั้งด้านการแต่งกาย การคมนาคม มารยาททางสังคม พร้อมชมเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามในนอร์เวย์
ห้องที่ 2 เป็นการแสดงสถาปัตย กรรมการประดับตกแต่ง ลวดลายในแง่ศิลปะและงานช่างที่คล้ายคลึงกันทั้งด้านรูปแบบและคติความเชื่อ เช่น งานแกะสลักไม้ ลวดลายและสัญ ลักษณ์ของชาวนอร์เวย์สมัยไวกิ้งและยุคกลางกับวัฒนธรรมล้านนาซึ่งหยั่งรากสู่ภาคเหนือของไทยในศตวรรษที่สิบสาม มีการจัดแสดงตัวอย่างซุ้มประตูโบสถ์ของนอร์เวย์ที่สลักไม้เป็นรูปอัศวินปราบมังกร ซึ่งถือเป็นสัตว์ดุร้ายและน่ากลัวที่สุดที่มักจะนำมาไว้ตรงหน้าประตูหรือบนหลังคา เพื่อเป็นการคุ้มครอง เปรียบเทียบกับหน้าบันไม้ของวัดในทางเหนือของไทยที่แกะสลักเป็นรูปพญานาค
แม้สองดินแดนจะอยู่ห่างไกลคนละซีกโลก แต่มีศิลปะและความเชื่อที่ใกล้เคียงกันมากอย่างน่าประหลาด ผลงานต่างๆ นำเสนอในรูปแบบนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยผ่านสื่อสมัยใหม่ เน้นการสร้างความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของสองประเทศสู่คนรุ่นใหม่ เช่น การจำลองเสาไม้ลายคำ ศิลปะทางเหนือของไทย มาไว้คู่กับเสาไม้โบราณของโบสถ์อูรน์เนสที่จะสูงยาวขึ้นไปเปรียบเหมือนเสาสู่สวรรค์ โดยตามเสาต่างๆ จะมีภาพศิลปะต่างๆ ของทั้งสองชาติจัดตกแต่งให้ผู้ร่วมงานชมอย่างเพลิดเพลิน
สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องพิพิธเพลิน มิวเซียมสยาม ถนนสนามไชย ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 09.30 -18.00 น.
เยี่ยมมากลุง...........