บทความ เปลือยชีวิต... โสเภณี !!! จำยอม จำใจ หรือ จำเป็น ขายตัว

moo_may
เป็นกระทงร้อน มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
(¯`°.•°•.★* .. " คunี่๑ีกว่า eัJTJก็๓้oJ๑ีกว่า" ... *★ ..•°•.°´¯)
โสเภณีหรือผู้หญิงขายบริการ! อาชีพที่หญิงใดก็ตามยึดเป็นช่องทางหาเลี้ยงชีพ ย่อมหนีไม่พ้นการถูกตราหน้าจากสังคมไทยว่า แต่เหตุใดผู้หญิงเหล่านี้จึงยอมพลิกผันตัวเองสู่การเป็น เครื่องบำบัดความใคร่ชั่วคราว

Tag: บทความ 18+ สังคมศาสนา ผู้หญิง โสเภณี ขายตัว เปลือยชีวิต

ชนิด: บทความ
ประเภท: สังคมศาสนา
คะแนน: 39 ชอบ, 0 ไม่ชอบ
จากคอมพิวเตอร์ของผู้โพส
28 บทวิจารณ์  |  147,237 คนอ่าน
39
คะแนน
เปลือยชีวิต... โสเภณี !!! จำยอม จำใจ หรือ จำเป็น  ขายตัว
วีดีโอคลิป
 
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
เปลือยชีวิต..."โสเภณี"!!! จำยอม จำใจ หรือ จำเป็น "ขายตัว""โสเภณี หรือ ผู้หญิงขายบริการ"!!!

อาชีพที่หญิงใดก็ตามยึดเป็นช่องทางหาเลี้ยงชีพ ย่อมหนีไม่พ้นการถูกตราหน้าจากสังคมไทยว่า "ชั่ว" ทว่า แม้จะเป็นอาชีพที่ชั่วอย่างไร กลับยังมี สาวน้อย-สาวใหญ่ หลั่งไหลเข้าสู่ "วงจรเปื้อนน้ำกาม" นี้อย่างไม่ขาดสาย หลายคนจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอะไรรออยู่เบื้องหน้า แต่เหตุใดผู้หญิงเหล่านี้จึงยอมพลิกผันตัวเองสู่การเป็น "เครื่องบำบัดความใคร่ชั่วคราว"
"จำยอม-จำใจ-จำเป็น...ฯลฯ" เหตุผลใดกันแน่ที่ทำให้พวกเธอยอม "พลีกาย-ขายพรหมจรรย์ แลกกับ เงิน"!!!
"ฐานะทางบ้านเมื่อก่อนจัดว่าดีมาก เรียกว่าอยากกินอยากใช้อะไรก็มี แต่ช่วงฟองสบู่แตกติดหนี้อยู่ 20 ล้าน ช่วงนั้นมันเหมือนเรารับไม่ได้ เพราะเราเคยรวยอยู่ดีๆก็เป็นอย่างนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวที่บ้านมีปัญหาครอบครัวก็เลยเตลิดหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 18 ปี บังเอิญมีคนเลี้ยง เพื่อนแนะนำให้ เป็นคนฮ่องกง ส่งเงินให้ใช้เดือนละแสนห้า หรือสองแสนแล้วแต่จะขอ แต่พออายุ 20 ปีก็เลิกกับคนเลี้ยง จึงเริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเอง" 

"น้ำ" สาวไซด์ไลน์ เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลที่ที่เดินเข้าสู่การ "ขายตัว" พร้อมกับยืนยันว่า ไม่ใช่ เด็กใจแตก และกล้าพูดได้ว่าผู้หญิงที่ทำงานตรงนี้ไม่ใช่ว่า 100% เป็นเด็กใจแตก "น้ำ" บอกอีกว่า หลังไม่มีคนเลี้ยง ก็เริ่มรับงานไซด์ไลน์ โดยมีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้ติดต่อให้ มาอยู่จุดนี้คิดว่ามันไม่เสียหายอะไร และอย่างน้อย ๆ คิดว่าเราก็ไม่เดือดร้อนใครและยังมีเงินส่งให้พ่อแม่เดือนละเยอะ ๆ เงินที่ได้น้ำให้ที่บ้านเดือนละ 50,000 บาท ผ่อนรถเดือนละ 30,000 บาท ค่าเช่าคอนโดเดือนละ 20,000 บาท และตอนนี้กำลังปลูกบ้านอยู่ด้วย 

"น้ำ" กล่าวอีกว่า ถ้าถามว่าเสียใจกับชีวิตที่ผ่านมาไหม ก็เคยคิดเสียใจว่าทำไมเราต้องมีชีวิตเป็นอย่างนี้ ทำไมต้องทำอาชีพนี้ แต่คิดอีกทีว่าถ้าเราไม่ทำตรงนี้คงไม่มีปัญญามีทุกอย่าง สู้เรากัดฟันทำตอนนี้ไปก่อน จนเราสร้างอนาคตได้ มีบ้าน มีรถ มีธุรกิจ ชีวิตเราจะต้องการอะไรอีก รถเราก็มี บ้านเราก็มี ชีวิตไม่ต้องการอะไรแล้ว ตอนนี้เหลืออย่างเดียว คือ อยากมีเงินเก็บ 


"เรื่องศักดิ์ศรี ตรงนั้นยอมรับ แต่ศักดิ์ศรีมันช่วยให้น้ำมีธุรกิจร่ำรวยได้ไหม น้ำถามว่าถ้าเรียนจบไป และเลิกทำงานตรงนี้น้ำไปเปิดธุรกิจ และแปลงร่างกลายเป็นอีกคน มีใครจำเราได้ไหม ไม่มีเลย เชื่อไหม" ภาพสะท้อนจากการสนทนากับ "น้ำ" แสดงให้เห็นว่าหญิงสาวหลายต่อหลายคนที่ยอมทิ้งคำว่า "ศักดิ์ศรี" ก้าวเข้ามาสู่แวดวงนี้ เพราะเห็นถึงความง่ายของการได้เงินจำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว โดยหวังว่าเมื่อมีเงินมากตามต้องการ จะทิ้งทุกอย่างให้เป็นความหลัง "ตา" อดีตนักศึกษาสาวไซด์ไลน์ ก็เคยมีความคิดเช่น แต่ในความเป็นจริงทุกอย่างกลับตรงกันข้าม!!! 

"ส่วนมากผู้หญิงที่มาทำงานตรงนี้จะถูกชักชวนจากเพื่อนที่ทำอยู่ก่อน ตอนเรียนตาเป็นคนต่างจังหวัด พักอยู่กอใกล้ๆมหาวิทยาลัย ก็มีเที่ยวมีเล่นเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป แต่ไม่ใช่เด็กใจแตก จนมีเพื่อนมาชวน เพราะรู้ว่าฐานะของเราไม่ค่อยดี เราเห็นเพื่อนมีรถขับ มีเงินใช้สบาย ๆ อยากมีบ้าง จึงมาทำงานนี้" ตา เล่าถึงเหตุที่เลือก "พลีกายแลกเงิน" ซึ่งนอกจากอยากทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากความลำบากแล้ว ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง นั่นคือมีปัญหาเลิกกับแฟน เธอเสียใจมาก เพราะทั้งกายและใจ ตกเป็นของเขาแล้ว 

"ตอนนั้นก็คิดว่าเราเสียไปแล้ว พอดีเพื่อนมาชวน คิดว่าจะทำสักพัก แค่เก็บเงินเปิดร้านขายขนมเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง จึงตกลง โดยเริ่มจากรับงานนอก แต่มักพบปัญหาโดนชักเปอร์เซ็นต์มากเกินไป ส่วนมากเอเย่นต์ คือ เพื่อนที่เป็นคนรับงานให้ หรือร้านเสริมสวยตามหอพักนักศึกษา ซึ่งจะรู้กันภายในว่าเบื้องหลังเป็นธุรกิจ นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องความปลอดภัย เพราะต้องไปกับแขก 2 ต่อ 2 จึงเปลี่ยนมารับงานผ่านอาบอบนวด รายได้ก็ตกเดือนละเป็นแสน" 

เงินจากการทำอาชีพนี้ทำให้ชีวิตตาเปลี่ยนไป เธอมีรถมีเสื้อผ้าชุดละเป็นหมื่น ขณะที่ความสน ใจในเรื่องเรียน ตกลงไป จนกระทั่งตัดสินใจหยุดเรียนชั่วคราว ซึ่งในที่สุดเธอก็ไม่มีโอกาสกลับไปเรียนอีกเลย "ตอนนั้นคิดว่าน้ำขึ้นให้รีบตักเลยดรอปเรียน คิดว่าได้เงินสักก้อนค่อยกลับไปเรียนก็ได้ แต่พอทำไปสักพักมันเหมือนเราต้องอยู่ในลักษณะแบบนี้ เงินได้เยอะก็มีเรื่องต้องใช้เยอะ" ตา เล่าถึงชีวิตที่ผ่านมา 

ด้าน "เมย์" อีกหนึ่ง "สาวนั่งตู้" เล่าให้ฟังว่าเธอเคยทำงานบาร์มาก่อนเมื่อตอนแรกรุ่น รู้จักกับชาวญี่ปุ่นคบเป็นแฟนกัน ต่อมาจึงซื้อบ้านให้เธออยู่ แล้วก็หายตัวไป เขาบอกว่ากลับไปทำธุร กิจ แต่ก็หายไปเลย เมย์กลัวบ้านหลุดเลยกลับไปทำงานแล้วก็ส่งน้องด้วย ตอนนี้บ้านอีก 2 งวดก็หมด แล้ว 

ขณะที่ อดีตโสเภณี นางหนึ่ง บอกเล่าเรื่องราวผ่าน "สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ" ว่า ดิฉันทำงานอาบอบนวด แห่งหนึ่งใน กทม. วันหนึ่งรับแขกไม่ต่ำกว่า 5 คนขึ้นไป ผู้ที่มาใช้บริการไม่เลือกวัย มีทั้งสุภาพ หยาบคายและนักบุญ ครั้งหนึ่งเคยถูก "ขี้เมาลวนลามไม่ใส่ถุงยางอนามัย" แขกพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแขกของเจ้าของอาบอบนวด ทำให้เราไม่กล้าฟ้อง ต้องก้มหน้าทำด้วยความขมขื่น 

ไม่ต้องบอกนะว่าทำไมไม่เลือกเดินทางอื่น มันไม่พอกินค่ะ แล้วดิฉันก็เคยโดนข่มขืนหมู่มาแล้ว ไม่มีใครตามคดีช่วยดิฉันได้ เลยคิดประชดตัวเองด้วยการทำงานนี้ซะเลย แต่ก็ไม่ได้สบายดังที่คิดนัก นั่นเพราะหลังจากนั้นเธอผู้นี้ติด "โรคร้ายแรง"!!! 


"อดีตโสเภณี" ผู้นี้ บอกว่า ต่อมามีการตรวจโรค ดิฉันติด "เอดส์" อยู่ในขั้นแรกๆ จึงต้องหยุดงานและรักษาตัวเรื่อยมา เงินสะสมก็ร่อยหรอลงไป จึงคิดเรียนและหางานทำ แต่มีแขกบางคนไม่รู้ แวะเวียนมาใช้บริการที่ห้องบ่อย ๆ มีรายได้จากการขายตัวเดือนละ 2-3 หมื่นบาท ก็อยู่ได้ แต่แขกพิเศษที่แวะเวียนมา จะทำตัวสนิทสนมมากเกินไป ไม่ยอมสวมถุงยาง ดิฉันก็ไม่กล้าบอกว่าเป็นอะไร ในเมื่อห้ามไม่ฟังก็ต้องยอมให้แต่โดยดี 

"บางคนในระยะที่ทำงานนวดอยู่ด้วยกัน เขาเป็นโรคแล้วก็เปลี่ยนที่ทำงานไปเรื่อย ๆ หากแขกต้องการไม่สวมถุงยาง เขาจะตามใจทันที เขาสมน้ำหน้าที่ไม่ระวังเอง ทุกคนที่เที่ยวต้องระวัง นี่เรื่องจริงทีเดียว" เธอเล่าต่อไปอีกว่า ในระยะหลัง ๆ คุณภาพชีวิตของดิฉันดีขึ้นจนเกือบปกติ รับแขกได้มากและแขกก็สวมถุงยางทุกคนทุกครั้ง ยกเว้น แขกใหม่ที่เพื่อนแนะนำให้ ต่อมาแขกใหม่ผู้นี้นัดดิฉันไปเที่ยวที่ระยอง บอกว่าจะมีเพื่อนอีก 3 คนไปด้วย ให้ราคาดี ดิฉันจึงไป เขาเมามายและ หื่น มากๆ ร่วมกับดิฉันนัวเนียไปหมด พร้อมกัน 4 คน ที่สำคัญบังคับดิฉันโดยไม่สวมถุงยางอนามัย เขานอนพร้อมๆกับดิฉันตลอด 3 วัน ดิฉันน่ะคุ้มมาก แต่พวกเขาจะคุ้มหรือไม่ฉันรู้ดี และคิดว่าทุกคนต้องติดโรคจากดิฉันแน่นอน 

"อยากขอเตือนนักเที่ยวทั้งหลาย เมื่อเที่ยวผู้หญิงเขาห้ามอะไรต้องเชื่อ เพราะว่าเขารู้ตัวเองดี จงตระหนักว่าผู้หญิงทุก ๆ คนที่คุณไปใช้บริการนั่น กาหัวไว้ก่อนเลยว่าเธอเป็นเอดส์ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ป้องกันตัว แต่เป็นเพราะผู้ชายบังคับเขา ดังนั้นจึงเป็นส่วนหนึ่งที่เขาได้แก้แค้นผู้ชายโดยไม่ตั้งใจ ติดโรคไปสู่เมียที่บ้าน มีลูกพลอยติดโรคไปด้วย ชีวิตที่เคยเป็นจะเป็น..... นรก!!!
คัดลอกมาจาก แนวหน้า
เรื่องแนะนำ
บทวิจารณ์ของ @cloud
oatxxx
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
อำมา 2 ปีกว่าแย้วววว..ไม่มีใครดีหรือเลว 100% (ที่รักหมายเลข 1-8 คือ ตาเบียร์ ตาโต๋ ตาต้อง ตากานต์ ตาอ็อด ตาโบ้ ตาจิ้ม ตาเปิ้ล เรียงตามลำดับค ...
อืมห์....พวกชอบกินที่ร้าน(ไม่ใส่ถุง)..ระวังไว้เน้อ
1 คะแนน  | 
map
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
.....
ไม่รู้จักระวังตัวเอง แล้วจะไปโทษใคร พวกไม่รักเมียทั้งหลาย
1 คะแนน  | 
Duth
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
เป็นกลาง ไม่มีเรา ไม่มีเขา ไร้ดี ชั่ว ก็เบิกบาน ^^

เงินเท่านั้น  ใครได้ผู้หญิงพวกนี้ ไป คุณเธอก็สบายใจ และมีความสุขแต่ คุณท่านทั้งหลาย คิดเอาเอง ถ้าไม่รู้ หรือเป็นผู้ชายดี ๆ มีศักดิ์ศรีก็เหมือน ผู้หญิงเอาบาปไปให้ผู้ชาย

เออนี่ ปกติผู้ชายทำมาหากิน ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นต้อง ไปขายตัวนะ โดยพื้นฐาน แต่ผู้หญิง
แบบเรียกร้องสิทธิมั้งก็เลยเอาบ้าง แต่ไม่มีปัญญาหากินแบบคนทั่วไปที่เขา มีความคิด หรือเปล่าก็เลย ต้องใช้แต่ หน้าตารูปร่างหากิน เอาเงินไปให้พ่อแม่ ก็คงจะดีใจมากเนอะ ที่ได้อยู่สุขสบายบนเรือนร่างลูกสาวที่ตัวเองรักดูแลถนอมมากว่าจะโตนักหนา

1 คะแนน  | 
Duth
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
เป็นกลาง ไม่มีเรา ไม่มีเขา ไร้ดี ชั่ว ก็เบิกบาน ^^
อันนี้ไม่ได้เหมารวมนะ แบบสุ่ม ๆ
0 คะแนน  | 
santoes
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
สองล้อพอเพียง ชีวิตก็เพียงพอ...
เสียวอ่ะ...
0 คะแนน  | 
caty
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
กระดาษทรายคือใจเธอ สากเสมอสำหรับฉัน เมื่อลองสัมผัสมัน แสบเจ็บคันอย่าบอกใคร
บางคนก็น่าเห็นใจนะคะ แต่บางคนพวกที่จมไม่ลงทั้งหลาย ขอแค่งานง่ายๆสบายๆ จริงอยู่ ศักดิ์ศรีมันไม่ทำให้อิ่มท้อง...แล้วคุณเคยคิดถึงอนาคตบ้างไหม...ทำไมต้องประชดไอ้พวกผู้ชายงี่เง่าที่มันไม่เห็นค่าของเราด้วยการขายตัว...มันคุ้มกันหรือกับชีวิตทั้งชีวิต....
1 คะแนน  | 
pui_pui
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
รักเธอแต่ไม่กล้าที่จะบอกเพราะกลัวจะเสียระยะห่าง..."_"
สะเอี้ยว
0 คะแนน  | 
oatxxx
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
อำมา 2 ปีกว่าแย้วววว..ไม่มีใครดีหรือเลว 100% (ที่รักหมายเลข 1-8 คือ ตาเบียร์ ตาโต๋ ตาต้อง ตากานต์ ตาอ็อด ตาโบ้ ตาจิ้ม ตาเปิ้ล เรียงตามลำดับค ...
ที่เสียวๆกันนี่ เพราะกินที่ร้านกันใช่ป่ะ 555
0 คะแนน  | 
GiftSTFZ
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
จบได้แล้วครับ
ปัญหาสังคม  

ต้องจัดโซนนิ่ง ดูแลสุขภาพพวกคุณเธอเหล่านั้นทั้งหมด

ต้องลงทะเบียนและเสียภาษีต่างจากบุคคลทั่วไป
0 คะแนน  | 
jirasak5
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
สัu๓ิสุv..จJlกิ๑กัUTaกvoJlsา
จะยังไงก็ตาม...อยากให้น่วยงานที่รับผิดชอบ...รีบเข้ามาลบค่านิยมอันผิดๆของเหล่านักศึกษาทั้งหนุ่ม ทั้งสาว ให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ไม่ใช่ใช้ชีวิตอย่าง..ไม่เพียงพอ....
0 คะแนน  | 
Peekaka
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
นตฺถิ ตณฺหาสมา นที แม่น้ำเสมอด้วยตัณหาไม่มี
โสเภณี อาชีพที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่ยุค เมโสโมตาเมีย อารยธรรมต้น ๆ ของมนุษยชาติ ซึ่งอยู่ในดินแดนของประเทศอีรักในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี มีนักมนุษยวิทยาบางท่านเชื่อว่า น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยมนุษย์ถ้ำด้วยซ้ำไป หากแต่ไม่สามารถจะหาหลักฐานทางวัตถุใด ๆ มาพิสูจน์ได้เท่านั้น

       เรื่องของอาชีพนี้ในไทย อรสม สุทธิสาคร เป็นนักเขียนหญิงผู้หนึ่งที่ได้เพียรค้นคว้าชะตากรรมของผู้หญิงที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ในสังคม และถูกสังคมย่ำยีอย่างน่าสงสาร หนังสือ 2 เล่มของคนเก่งและขยันท่านนี้ที่ผมรู้จักคือ “ชีวิตจากเงาเวลา” และ ”สนิมดอกไม้ ชีวิตจริงในมุมมืดของหญิงไทย” เล่มแรกผมอ่านจากหอสมุดแห่งชาติ เล่มหลังตอนนี้คงหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป เพราะ “สำนักพิมพ์สารคดี” พิมพ์ขึ้นเป็นครั้งที่ ๗ แล้วตั้งแต่พิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 ผมขออนุญาตเฉือนเพียงบางส่วนมานำเสนอพอเป็นกระษัยไว้ ณ ที่นี้คือ…

กำเนิด “โคมเขียว”
อดีตของหญิงนครโสเภณี

       “มาตราหนึ่ง ชายใดสู่ขอเอาหญิงคนขับคนรำเที่ยวขอทานเลี้ยงชีวิต แลหญิงนครโสเภณีมาเลี้ยงเป็นเมีย ทำชั่วเหนือผัวก็ดี…ผู้รู้ด้วยประการใด ๆ พิจารณาเป็นสัจไซ้ ท่านให้ผจานหญิงชายนั้นด้วยไถนา ส่วนหญิงอันร้ายให้เอาเฉลวปะหน้าทัดดอกฉบาทั้งสองหู ร้อยดอกกบาลเป็นมาไลยใส่ศีศะ ใส่คอ แล้วให้เอาหญิงนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง ชายชู้เข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง ผจานด้วยไถนาสามวัน ถ้าแลชายผัวมันยังรักเมียมันอยู่มิให้ผจานไซ้ ท่านให้เอาชายผู้ผัวนั้นเข้าเทียมแอกข้างหนึ่ง หญิงอยู่ข้างหนึ่ง อย่าให้ปรับไหมชายชู้นั้นเลย”

       นี่ คือบางตอนจากกฎหมายสมัยพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาที่ทรงตราไว้เมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๔ ที่กล่าวถึงนครโสเภณีไว้ ถือเป็นเอกสารหลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่มีอยู่ แสดงให้เห็นว่าหญิงนครโสเภณีได้มีมาแล้วอย่างน้อยก็ในสมัยต้นกรุงศรีอยุธยา คือเมื่อ ๖๒๘ ปีที่ผ่านมา ตามความเป็นจริงของสังคมไทยนั้น โสเภณีอาจมีมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ เพียงแต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด

       และต่อมา จากคำให้การของขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม เอกสารจากหอหลวงได้กล่าวถึงหญิงนครโสเภณีสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนกรุงแตกเมื่อ พ.ศ.๒๓๑๐ มีว่า

       “…มีตลาดบนบกนอกกำแพงพระนครตามชานพระนครบ้าง ตามฝั่งฟากกรุงบ้าง ติดแต่ในรอบบริเวณขนอนใหญ่ทั้ง ๔ ทิศ รอบกรุงเข้ามาจนฟากฝั่งแม่น้ำตามกรุง แลชานกำแพงกรุงนั้นด้วยรวมเป็น ๓๐ ตลาดคือ…ตลาดบ้านจีนปากคลองขุนละครไชย มีหญิงนครโสเภณีตั้งโรงอยู่ท้ายตลาด ๔ โรงรับจ้างทำชำเราแก่บุรุษ ตลาดนี้เป็นตลาดใหญ่ใกล้ทางเรือแลทางบก มีตึกกว้างร้านจีนมาก ขายของจีนมากกว่าของไทย มีศาลเจ้าจีนศาลหนึ่งอยู่ท้ายตลาด ๑“

       เนื่องจากตลาดบ้านจีนเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของคนจีน จึงสันนิษฐานว่า นอกจากหญิงนครโสเภณีที่เป็นคนไทยแล้ว คงจะมีหญิงโสเภณีคนจีนด้วย

       ยุครัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ ๕ มีการตราพระราชบัญญัติป้องกันสัญจรโรค รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๗ (พ.ศ.๒๔๕๑) ตอนหนึ่งมีความว่า “ต้องมีโคมแขวนไว้หน้าโรงเป็นเครื่องหมาย…” ทั้งนี้ไม่ได้บังคับว่าจะต้องเป็นโคมสีอะไร แต่สันนิษฐานว่าที่ใช้โคมสีเขียวคงเป็นในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ คือทำโคมใช้กระจกสีเขียวเป็นตัวอย่าง โคมดังกล่าวจึงเป็นสีเขียวเหมือนกันหมด กฎหมายฉบับนี้ จัดเป็นฉบับแรกที่ตราใช้บังคับหญิงนครโสเภณีให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ดังเหตุผลที่ตรากฎหมายฉบับนี้มีความตอนหนึ่งว่า

       “ทุกวันนี้หญิงบางจำพวกประพฤติตนอย่างที่เรียกว่าหญิงนครโสเภณี มีหัวหน้ารวบรวมกันตั้งเงินโรงหาเงินขึ้นหลายตำบล แต่ก่อนมาการตั้งโรงนครโสเภณี นายโรงช่วยไถ่หญิงมาเป็นทาส รับตั๋วจากเจ้าภาษี แล้วตั้งเป็นโรงขึ้น ครั้นต่อมา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เลิกทาสเสียแล้ว หญิงบางจำพวกที่สมัครเข้าเป็นหญิงนครโสเภณี ก็รับตั๋วจากเจ้าภาษี แล้วมีหัวหน้ารวบรวมกันตั้งขึ้นในท้องที่โรงอันควรบ้างมิควรบ้าง กระทำให้มีเหตุเกิดการวิวาทขึ้นเนือง ๆ อีกประกรหนึ่ง หญิงบางคนป่วยเป็นโรค ซึ่งอาจจะติดต่อเนื่องไปถึงผู้ชายที่คบหาสมาคมได้ ก็มิได้มีแพทย์ตรวจตรารักษา โรคร้ายนั้นอาจจะติดเนื่องกันไปจนเป็นอันตรายแก่ร่างกายและชีวิตมนุษย์เป็นอันมาก”

       กฎหมาย ฉบับนี้ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้ที่จะเป็นนายโรงหญิงนครโสเภณีได้ ต้องเป็นผู้หญิงและต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน นางโรงต้องมีบัญชีหญิงนครโสเภณีที่มีอยู่ประจำแลที่เข้ามาอยู่ใหม่ ห้ามนายโรงรับหญิงนครโสเภณีที่ไม่มีใบอนุญาต ห้ามนายโรงรับเด็กหญิงที่มีอายุต่ำกว่า ๑๕ ปีมาไว้ในโรง ห้ามนายโรงกักขังและทำสัญญาผูกมัดหญิงนครโสเภณี ตลอดจนห้ามไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดบังคับหรือล่อลวงผู้หญิงผู้ใดที่ไม่สมัครใจ เป็นหญิงนครโสเภณี

       ชาวบ้านเรียกโรงหญิงนครโสเภณีในสมัยนั้นว่า “โรงโคมเขียว” และเรียกหญิงนครโสเภณีว่า “หญิงโคมเขียว” ตามลักษณะโคมที่แขวน

ย่านโคมเขียวชื่อดังของวันวาน
       สำเพ็งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวจีนมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ นอกจากเป็นย่านการค้าแล้วยังเป็นย่านของโสเภณีด้วย ด้วยเหตุนี้จึงมีคำด่าหญิงโสเภณีหรือหญิงที่ประพฤติตัวไม่ดีว่า “อีสำเพ็ง” ส่วนคนจีนจะเรียกหญิงโสเภณีที่เป็นคนจีนว่า “หยำฉ่า” คำเรียกนี้ แม้ปัจจุบันจะได้พัฒนามาใช้คำอื่นแทนแล้วก็ตาม เช่น ออหรี่ ช็อกการี อีตัว ผู้หญิงหาเงิน ผู้หญิงขายตัว ผู้หญิงอาชีพพิเศษ คุณโส ฯลฯ แล้วแต่จะสารพัดสรรกันมาเรียก แต่คำว่าหญิงหยำฉ่า หรือแม่สำเพ็งก็ยังเป็นที่รับรู้ในความหมายของคนยุคนี้เป็นอันดี

       โรงหญิงนครโสเภณีสมัยรัชกาลที่ ๔ ถึงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีทั่วไปแทบทุกตรอกซอกซอย แต่ที่มีนักเที่ยวไปใช้บริการกันคับคั่งคือที่ ตรอกเต๊า โรงยายแฟง โรงแม่กลีบ โรงแม่เต้า ยายแฟงเป็นแม่เล้าใจบุญ ได้นำเงินไปสร้างวัดใหม่ขึ้นวัดหนึ่งที่ตรอกวัดโคก ชาวบ้านเรียก วัดใหม่ยายแฟง หรือ วัดคณิกาผล ส่วนแม่กลีบได้สร้างวัดที่ปากตรอกเต๊า เรียก วัดกันมาตุยาราม

กาญจนาคพันธ์ได้เล่าถึงผู้หญิงโคมเขียวที่ตรอกเต๊าไว้ดังนี้
       “ในตรอกเต๊านี้ เป็นห้องแถวยาวติดต่อกันไปตลอดตรอก ทุกห้องแขวนโคมเขียวไว้หน้าห้องเป็นแถว และเวลาก่อนค่ำ จะเห็นพวกโสเภณีเขาจุดรูปราวกำมือหนึ่ง (ราวสัก ๒๐ ดอก) มาลนที่ใต้โคมเขียวหน้าห้อง ข้าพเจ้าเคยถามเขาว่าลนทำไม เขาบอกว่าลนให้มีแขกเข้ามามาก ๆ พวกนี้ราคาอยู่ใน ๖ สลึงหรือสองบาท ส่วนที่ตึกใหญ่ตรงกันข้ามกับตรอกนี้ก็มีอาชีพเช่นเดียวกัน แต่เขาแขวนโคมเขียวไว้ให้ลับเข้าไปมองไม่เห็น นอกจากคนเคยแล้วก็รู้จักมีนามว่า “ยี่สุ่นเหลือง” เป็นชั้นสูงหน่อย ไม่จุ้นจ้านเหมือนพวกตรอกเต๊า ราคาราว ๓ บาทถึง ๕ บาท ข้าพเจ้าเคยเข้าไปหลายครั้ง ออกจะสภาพเรียบร้อยดี ห้องแต่ละห้องในตึกก็ตกแต่งดี แปลว่ารับแขกชั้นสูง ไม่สัพเพเหระเหมือนตรอกเต๊า”

       นอกจากแถวตรอกเต๊า ยังมีย่านสำเพ็ง ตรอกสัวเนียม ตรอกเว็จขี้หรือตรอกอาจม มีแม่ทิมเป็นเอเย่นต์ใหญ่ ตรอกโรงโคมมีแม่อิ่มขาวเป็นเจ้าลือชื่อ หลังวัดสามจีนมีโรงแม่สุดเป็นโรงเด่น ตรอกโพธิ์ ตรอกญวน มีโสเภณีชาวญวนแบะเขมรทั้งตรอก หน้าโรงหวยมี “อีไบ้” เป็นดารายอดนิยม สะพานเหล็ก หลังลหุ สะพานถ่าน ถนนดินสอ ตรอกหม้อ วรจักร วงเวียน ๒๒ กรกฎา ตรอกแขก ถนนรองเมือง สี่แยกมหานาค โบ๊เบ๊ สะพานขาว นางเลิ้ง บางลำพู นอกจากนี้ ยังมีหญิงโสเภณีตามโฮเต็ลต่าง ๆ ไม่ผิดกับสมัยนี้ โดยเฉพาะตามโฮเต็ลใหญ่ละแวกสี่พระยาและสุรวง มีทั้งโสเภณีจีน ฝรั่ง และญี่ปุ่นชั้นสูง

       จากสถิติเมื่อสมัยรัชกาลที่ ๖ ของกรมสุขาภิบาล กระทรวงมหาดไทย พบว่าผู้ชายในพระนครเป็นกามโรคกันถึงร้อยละ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะสมัยนั้นยังไม่มียารักษา ใครเป็นต้องกินยาไทยต้มเป็นหม้อ ๆ หายก็มี เรื้อรังก็มาก

       ค่าจ้างกระทำชำเราชายในยุคเมื่อ ๖๐ - ๗๐ กว่าปีมาแล้ว ราคาชั่วคราวคือครั้งเดียวคิดเพียง ๒ สลึง แต่ถ้าเป็นชั้นสูง รูปร่างหน้าตาดี บริการที่ดี ห้องและที่นอนสะอาดสะอ้าน ราคาประมาณ ๑ บาท ถ้าเป็นหญิงญี่ปุ่นหรือฝรั่ง ราคาแพงขึ้นมาหน่อย ครั้งละ ๒ บาท เหมาตลอดคืน ๔ บาท ยุคนั้นราคาข้าวสารถังละ ๒ สลึงถึง ๑ บาท

       ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐ มีซ่องโสเภณีเกิดขึ้นมากมาย ที่ดัง ๆ เป็นที่รู้จัก มีแถว แพร่งสรรพศาสตร์ แถวโบสถ์พรหมณ์ เสาชิงช้า ซ่องตรอกไข่ ซ่องหน้าโรงหวย ซ่องสะพานถ่าน ซ่องป้าหยิบ ซ่องป้าอบ ซ่องแถวบางลำพู ซ่องตาเพิ่มศรีย่าน ซ่องสะพานยาวนางเลิ้ง ซ่องซอยกลางสุขุมวิท นอกนี้ยังมีบังกะโบพักแรมละแวกซอยร่วมฤดี ซึ่งเป็นแถบที่เงียบเชียบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับชายหญิงมาหาความสำราญเพียงสองต่อสอง (หมายเหตุ: ความเป็นมาของโสเภณีในอดีตจากหนังสือ “หญิงโคมเขียว” ของ เทพชู ทับทอง)

       ขอ อนุญาตนำเสนอเพียงแค่นี้ ผู้สนใจอาจไปหาหนังสืออ่านกันเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวของ โสเภณีเรือแจว แถวสะพานเฉลิมโลก ประตูน้ำ น่าสนใจพอ ๆ กับที่ต้องขนหัวลุก การที่คุณธรรมไม่ได้เจริญทัดเทียมกับทางวัตถุในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่มาจากครอบครัวยากจนในชนบท และบ้างความฟุ้งเฟ้อสำหรับบางครอบครัว จะทำให้เด็กสาวจำนวนหนึ่ง ต้องพบกับชะตากรรมจากมนุษย์ด้วยกันเองทำได้ถึงเพียงนี้ และมาถึง พ.ศ.นี้ อาจยังมีเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังความเจริญของบ้านเมือง ที่ค่านิยมของสังคม ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงให้มันถูกทาง มีมนุษยธรรม

       “สนิมดอกไม้ฯ” ได้เผยให้เห็นถึงความจริงอันโหดร้ายในสังคมเรา อ่านแล้วเครียด หดหู่ เมื่อพูดถึง ซ่องป้าหยิบ แถวราชดำเนิน โดยเฉพาะ ซ่องตาเพิ่มที่ศรีย่าน คุณอรสมได้รวบรวมไว้ ก็แฝงไว้ด้วยอารมณ์ขำขันน่ารักหลายอย่างของ โลกผู้ชาย กับความเป็นนักผวนคำของคนไทย ทำให้ยิ้มอยู่หลายตอน เรื่องอย่างนี้ แม้ สุนทรภู่ มหากวีโลกของเรา ท่านยังได้ลิขิตไว้ใน “นิราศเมืองแกลง” ตอนนั่งเรือผ่านบริเวณสำเพ็งว่า
       ถึงสำเพ็งเก๋งตั้งริมฝั่งน้ำ                                   แพประจำจอดเรียงเคียงขนาน
       มีซุ้มซอกตรอกนางจ้างประจาน                           ยังสำราญร้องขับไม่หลับลง
       โอ้ธานีศรีอยุธยาเอ๋ย                                        นึกจะเชยก็ได้ชมสมประสงค์
       จะลำบากยากแค้นไปแดนดง                               เอาพุ่มพงเพิงเขาเป็นเหย้าเรือน

       และผู้ใหญ่นักเขียนผู้สูงศักดิ์เช่น พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส หรือ น.ม.ส. ที่นักอ่านในอดีตส่วนใหญ่จะรู้จัก ได้ทรง เห็นสัจธรรมของความอนิจจังในสังขาร หญิงสาวที่สวยหยาดเยิ้มที่สุดในยามราตรี แต่กลับซูบซีดเมื่อเห็นชัดในตอนกลางวัน จึงได้ทรงประพันธ์ขึ้นในหนังสือของท่าน และเหล่าผู้ชายทั้งหลายนำไปท่องในสังคมตลอดมาคือ
       พอสิ้นแสงเทียนส่องห้องสว่าง                            นางทุกนางสวยสมอุดมศรี
       เพราะความมืดอำนวยความสวยดี                         ทุกนารีงามสรรพเมื่อดับเทียน

       ผลงาน “สนิมดอกไม้ฯ” ของคุณอรสมฯ เล่มนี้ ยังมีข้อมูลเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากสำหรับจะตักตวงอ่านกัน หลาย ๆ ตอน อ่านแล้วหดหู่ใจ แต่หลาย ๆ ตอน ผมเชื่อว่าเต็มไปด้วยอารมณ์ขันสำหรับคนอ่านชายที่มีประสพการณ์เคยชอบสนุก ผมเชียร์ให้ไปหาซื้อมาเก็บไว้เป็นเจ้าของ เพราะจะหาหนังสืออย่างนี้ไม่ได้ง่าย ๆ ถ้าหาอ่านกันไม่ได้จริง ๆ ไปพึ่งหอสมุดแห่งชาตินะครับ

       เป็นที่น่าสังเกตว่า ในย่อหน้าสุดท้ายเมื่อพูดถึงช่วงก่อน พ.ศ.๒๕๐๐ ได้กล่าวถึง ซ่องซอยกลางสุขุมวิท รวมอยู่ด้วย ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นแห่งเดียวกับ บ้านพี่สมร ซึ่งตรงกับที่พี่ปุ๊ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ได้เขียน “สนิมสร้อย” ขึ้นมา อันเป็นรอยต่อที่อาชีพนี้ เริ่มซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการบังคับเคี่ยวเข็ญ และซื้อขายกันมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมาสู่ปัจจุบันเช่นทุกวันนี้ /.

       จรูญ วรรธนะสิน

ที่มา: http://www.tuneingarden.com/work/b-04sn08.shtml

3 คะแนน  | 
o0_DuReX_MaN_0o
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
รักแท้แพ้คนหลายใจ
^ ^ ^ ^ ^ ^ ขอให้ติดเอดส์นะคับเวน์ย แช่งออกมาจากใจเลย สาธุ
0 คะแนน  | 
pump_ae111
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
เออ...
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้
0 คะแนน  | 
Topaz
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
พิจิกา-
เลือกที่จะเป็นได้นะครับ มันไม่ใช่ทางออกสุดท้ายเสมอไป
1 คะแนน  | 
nuyty
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
ผมชอบกระต่าย ^^

ผมอดทน จีบมาปีกว่าครับ กว่าจะได้ของสะอาดบริสุทธิ์

อดทนไว้....

ผมมะง้อผู้หญิงครับ เพราะผมหล่อ....

ปล. ใส่ถุงไว้ดีที่สุดนะ อิอิ อย่าอายที่จะชื้อ เพราะพนักงานเซเว่นมันก็ใช้

0 คะแนน  | 
 
bema
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
ทำไมคนเล่นอินเตอร์เน็ตชอบพิมพ์ภาษาไทยผิดๆ

ไม่เที่ยว ดีที่สุด

0 คะแนน  | 
mommypoko
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
•.★*... MOMMYPOKO ...*★.•

เก็บตังค์ไว้ดีกว่าคะ......

0 คะแนน  | 
yarisme
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
YARISME-JAN
 คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ......แต่เลือกที่จะเป็นคนดีได้...
0 คะแนน  | 
yAm_hOt
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
Lover Girl .............@@@
..........
0 คะแนน  | 
busoh_sensen
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
ภาษากายสอนใจภาษาไทยสอนเธอภาษาพ่อเธอเหรอสอนเธอหลายใจ
+ไปนะครับ แต่ผมศักดิ์ศรีต้องเคียงคู่กันอ่ะ นานาจิตตังนะ
1 คะแนน  | 
maax2004
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน
............
0 คะแนน  | 
maxyahoo
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
@ รักเธอ.....................@
ใช่คะต้องอดทนไว้....
0 คะแนน  | 
Tman
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
★★★ รักคุณ 24 ชั่วโมง ★★★
0 คะแนน  | 
The_Ple
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
อ่า นึกถึงบรรยากาศเก่าๆเลยนะ มานั่งเล่น @cloud แบบนี้ ^_^
เงินที่ได้ ได้มาง่าย เสียไปก็ง่ายเช่นกัน
0 คะแนน  | 
ตำรวจสาว
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
สวัสดีค่ะ..

...เรื่องราวน่าสนใจมากๆค่ะ...

อาชีพโสเภณี...เป็นอาชีพ ที่โดนดูถูก ดูแคลน...

แต่ถ้าเรา มองในมุม กลับกัน.....พวกเธอเหล่านั้น ลดปัญหาคดี
 
อาชญากรรมทางเพศ ให้มีจำนวนที่ลดลง...ยังไงก็อาชีพ สุจริต..ถึงแม้พวกเธอ

จะเต็มใจหรือ ไม่เต็มใจก็ตาม......หนุ่มๆ ก็ป้องกัน ด้วยนะคะ....
1 คะแนน  | 
gdya_hoo
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
ดั่งนกเจ็บ ***********
.................
0 คะแนน  | 
gd_so_hot
เมื่อ มากกว่า 4 ปีที่แล้ว
รักจริงนะ...................★
..................
0 คะแนน  | 
GhostGanja
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
มองตารู้ใจ
เงินชื้อกายได้ แต่ชื้อใจไม่ได้(มั่ง)
0 คะแนน  | 
เสนอบทวิจารณ์กระทงด้วย Facebook
โปรดละเว้นการโพสข้อความหรือภาพอันผิดกฎหมาย หรือลบหลู่สถาบันหลักของชาติ ระบบจะบันทึก IP Address ของท่านตามกฎของกระทรวง​หากเราถูกดำเนินคดี ข้อมูลของท่านจะถูกส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป
ขอความกรุณาอย่างพึ่งโพสต์ กระทง/กระทู้/บทวิจารณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ขอบคุณค่ะ
เรื่องล่าสุด: สังคมศาสนา
แนะนำจาก Facebook
เพื่อนคุณจาก Facebook


คุณสามารถใช้บัญชี Facebook กับเว็บ @cloud ได้