รบแต่กัน ประชาชนไม่มีจะแดกอยู่แล้วไม่ต่างกับนักการเมืองไทยเลย
รบกันจริงๆจะสู้ได้หรอ เราจะไหวมั้ยประสบกาน มันแยอะนะ
พม่า เป็นประเทศคู่รักคู่แค้นคู่สงครามกับไทยมาตั้งแต่โบราณ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เหมือนเวรที่คู่กับกรรมยังไงยังงั้น กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน สิ่งที่ยังคงฝังอยู่ในจิตใจสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น โคตรต่อโคตร คือความรู้สึกที่เป็นศัตรู มันซ่อนลึกอยู่ในหัวใจของชนทั้งสองประเทศอย่างปฎิเสธไม่ได้ ปัจจุบันเราอาจเห็น ไทย -พม่า มีการฑูตที่ดีต่อกัน นั่นมันเป็นไปตามหลักสากล รัฐต่อรัฐ แต่ประชาชนต่อประชาชน ใครจะปฎิเสธความจริงดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นได้
พม่าเป็นรัฐเผด็จการทหาร ไทยเป็นรัฐประชาธิปไตย หากจะมองในแง่ของการทหารแล้ว รัฐเผด็จการทหารอย่างพม่าที่ดำรงอยู่ได้ด้วยกองทัพ ย่อมต้องคงดำรงไว้ซึ่งแสนยานุภาพทางทหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ การทำนุบำรุงกองทัพ การเสริมสร้างกำลังรบและเทคโนโลยีทางทหาร ของพม่าทำได้ง่ายกว่าไทยมากนัก ด้วยเหตุที่เป็นรัฐเผด็จการทหาร ผู้มีอำนาจตัดสินใจในทุกเรื่องของประเทศคือ ทหาร
อย่างไรก็ตาม พม่าก็มีข้อจำกัดมากมายในการคงไว้ซึ่งแสนยานุภาพของกองทัพ เพราะถูกตัดหางปล่อยวัดจากนานาประเทศ ทำให้พม่าขาดเทคโนโลยีชั้นสูงที่จำเป็นต่อกองทัพสมัยใหม่ แต่ในข้อเสียก็มีข้อดีเช่นกัน การที่พม่าโดนนานาประเทศบอยคอตโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตกับนานาประเทศนั้น ทำให้โลกใบนี้รู้ความเป็นไปในกองทัพพม่าอย่างน้อยมาก ขีดความสามารถที่แท้จริงของกองทัพพม่า จำนวนกำลังพล ยุทธโธปกรณ์ เทคโนโลยี ก็ได้แต่ประมาณการกันเอาเองทั้งนั้นจากข้อมูลเก่าและจากข่าวสารลับที่บางประเทศไปเสาะหามา พม่ามีทหารกี่กองพล มีอาวุธอะไรบ้างมีการจัดการกองทัพอย่างไร ซื้ออาวุธอะไรมา ผลิตอาวุธเองได้ไหม ฝึกกองทัพอย่างไรเหล่านี้ล้วนแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัด แต่ที่เห็นๆ กันแน่ๆ คือ กองทัพพม่าทำสงครามตลอดมา รบกับชนกลุ่มน้อยอยู่ตลอดมา รบทั้งในฤดูและนอกฤดู และนับวันยุทธวิธีของกองทัพพม่ายิ่งเปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดา สิ่งนี้เองที่นักการทหารมองว่า ทหารพม่าเป็นทหารที่มีขีดความสามารถสูง มีประสบการณ์ในการรบ ในการวางแผน การข่าวการรบกับชนกลุ่มน้อยในประเทศตัวเองตามแนวชายแดน เป็นการฝึกชั้นดีที่ทหารทุกประเทศไม่เคยสัมผัส ไล่ลงมาตั้งแต่ ผบ.เหล่าทัพ ฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายข่าว กำลังรบทั้งนายทหาร ชั้นประทวน และพลทหาร ทุกระดับชั้นผ่านประสบการณ์ในการรบจนชาชินจนเป็นเรื่องธรรมดาในกองทัพพม่า ภูมิประเทศ อากาศ ป่าดง รกชัฎ เทือกเขา แถวแนวชายแดน ไทย-พม่า กองทัพพม่ารู้ดีทุกเส้นหญ้า หากปะทะกับเราแบบภาคพื้น ทัพบกต่อทัพบก หลับตานึกภาพเอาเถิดว่าใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ เรารู้เกี่ยวกับกองทัพพม่าเท่าๆ กับที่ตะวันตกรู้ ทั้งๆ ที่เราติดกับพม่าจนหลังคาบ้านชนกัน แต่พม่ารู้ไส้รู้พุงเราดีทุกขด เพราะเราชอบอวด มีคนไทยสักกี่คนที่จะไปเดินขายถั่ว หรือเป็นจับกังในพม่า แต่กลับกัน คนพม่าเดินเพ่นพ่านไปทั่วทั้งกรุงเทพ ทั้งหัวเมืองใหญ่น้อยในประเทศไทย มีอะไรบ้างไหมที่เป็นความลับของไทยที่พม่าไม่รู้ และเราล่ะรู้อะไรเขาบ้าง ก็ขนาดเขาย้ายเมืองหลวงโครมๆ ถ้าพม่าไม่บอกเอง ชาวโลกก็ไม่รู้ เออเอากะมันสิ
ทุกวันนี้พม่าชำระตำรับตำราทางทหาร ก็พิชัยสงครามนั่นแหละ อย่างต่อเนื่องโดยไม่อิงหลักจาก รร.นายร้อยที่ไหน พม่าทำเอง คิดเอง พิสูจน์เอง และจัดการกองทัพของตัวเองตามแบบที่ตนเองเชี่ยวชาญและได้เปรียบ ชัยภูมิประเทศ แนวชายแดน ฝั่งทะเล ป่าเขา พม่าปรับเปลี่ยนกองทัพตามองค์ประกอบของประเทศ ความชำนาญ ความคุ้นเคย และภัยคุกคามตามลำดับสภาวะการณ์ปัจจุบัน ในแผนที่ฝ่ายทหารของไทยที่วางแผนเกี่ยวกับพม่า มาร์คไว้แล้วว่าตรงนี้มีกองพลปืนใหญ่ ตรงนู้นมีกองพลทหารราบ ตรงนั้นมีไอ่นั่น มีไอ่นี่ ถึงเวลาหากจะซัดกัน จะได้ขนเครื่องบินไปกระหน่ำยิงปืนใหญ่ถล่ม ได้แบบเป๊ะๆ ไม่ต้องหาพิกัดให้เมื่อย เพราะส่งทหารรบพิเศษไปเดินดุ่มๆ หาข่าวมาแล้ว รบตามตำราเวสพอทย์ทุกชอท
มันเก่าไปแล้วพี่ไทยเอ๋ย พม่าไม่เดินทัพแบบบุเรงนองอีกแล้ว ยุคนี้เป้าหมายทางทหารหลักๆ ที่พม่าจะใช้ยันกับไทยในเวลาเกิดสงคราม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ย้ายไปนู่น ย้ายไปนี่ หน่วยทางทหารของพม่าที่ทำบาลานซ์กับไทย ไม่เคยอยู่นิ่งๆ สลับผลัดเปลี่ยนพื้นที่อยู่แทบทุกฤดูกาล ค่าย คู ประตู หอรบ เปลี่ยนแปลงไปจนข่าวสารที่เรามีกลายเป็นเศษกระดาษ เชื่อไหม พม่ารู้เรื่องทหารเราแม้กระทั่ง ผบ.ร้อย ผบ.พัน แถวชายแดนไทยชื่ออะไร จบ จปร.รุ่นไหน เก่งหรือเปล่า เป็นคนที่ไหน ผ่านหลักสูตรอะไรมา เขารู้ขนาดนั้นได้อย่างไร สงสัยล่ะสิ ทุกวันนี้โลกไร้พรมแดน ฝ่าย ขว.กรองพม่า ทำได้ทุกอย่าง แล้วเราก็ชอบอวด เวปรุ่น ประวัติส่วนตัว จะเอารุ่นไหนล่ะมีทุกรุ่นพม่าเขาก็ใช้เนทเป็น เขาไม่ล้าหลังแบบที่เราคิดจนสุดกู่หรอก ไทยเราล่ะรู้เหมือนเขามั้ย รู้สิ รู้ว่า ผบ.พันที่ตั้งอยู่ประจันกับเราชื่ออะไร รู้แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ เพราะไปถามๆ พวกกระเหรี่ยงเดินดงมา แล้วให้มาม่าเป็นเครื่องตอบแทนข่าว อย่างอื่นประมาณเอาทั้งนั้น มีกำลังพลเท่าไร มีอาวุธยาว-สั้น-โค้งอะไรบ้าง ขีดความสามารถแค่ไหน จริงๆ แล้วเราไม่รู้หรอก เราประมาณ+ประเมิณ+มั่วเอา กองพันพม่ามาตั้งอยู่พอให้เราดูเพลินๆ แป๊บๆ เดี๋ยวกองพันใหม่มาอีกแล้ว กองพลพม่าตั้งอยู่ตรงนี้ วันก่อนเครื่องบินถ่ายภาพมาได้ ผ่านไปเดือนนึง เครื่องบินมาถ่ายเพื่อยืนยันใหม่ อ้าว ที่ตั้งกองพลพม่าหายไปแล้ว มันย้ายไปแล้ว ก็พม่าเขาไม่โง่นี่ เขาตามดูว่าเราจะทำอะไรตลอดเวลา ยิ่งเวลาตึงเครียดด้วยการเมือง การทหาร ยิ่งจับตามองเราเป็นพิเศษ เขามองเราเป็นศัตรูตลอด รร.เสธ.พม่าเขาก็สอนเสธ.เขาโดยให้ข้าศึกสมมติเป็นไทยอยู่เกือบทุกบท เขาเรียนเขาสอนกันรุ่นต่อรุ่นว่าเราจะเป็นอันตรายหมายเลขหนึ่งสำหรับบ้านเขา แข่งบอลซีเกมส์เมื่อไร หากชนะไทยได้รับรองพม่าฉลองกันทั้งประเทศ แข่งกีฬาทุกประเภท หากพม่าชนะไทยได้เขาจะดีใจเป็นล้นพ้น เขาคิดกับเราอย่างนี้ แล้วเราล่ะ เราคิดกับเขาอย่างไรเราสู้พม่าไหวไหม ยังไม่ทันอ่าน ทุกท่านทั้งที่เป็นทหารและพลเรือน คิดเหมือนกันหมดแน่ๆ ว่าไหวสิวะไม่กลัวอยู่แล้ว กองทัพไทยไม่กลัวหน้าไหนทั้งนั้น พร้อมสละชีพเพื่อชาติอยู่แล้ว ทหารไทยเก่งกว่าพม่าอยู่แล้ว เรามีเอฟ ๑๖ เป็นฝูง มีเรือจักรีนฤเบศธ์ มีรถถังสติงเรย์ ป้อมร้าว มีสกอร์เปี้ยนที่เซอร์วิสทิ้ง มีที-69 ที่เอาลำไยไปแลก มีไอ้นู่น มีไอ้นี่ ทุกคนคงคิดอย่างนี้ แล้วเรารู้มั้ยพม่ามีอะไร ไม่รู้ ? รู้เพราะฟังเขามา รู้เพราะอเมริกาบอก รู้เพราะกระเหรี่ยงติดสินบนมาม่ามาบอก ตามหลักทางทหารในยุคใหม่ การรบกับข้าศึกที่เราไม่รู้ เป็นอันตรายกว่ารบกับข้าศึกที่เก่งกว่าเรารู้จัก ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตกเพียวๆ ทำกองทัพของหลายประเทศฉิบหายมาหลายชาติแล้ว ดูการรบที่ร่มเกล้าเป็นตัวอย่าง ความไม่รู้ เป็นคำตอบที่นายทหารระดับ ผบ.เหล่าทัพปฎิเสธไม่ได้ คนที่บอกว่าเราชนะ หรือเสมอ ในครั้งนั้น มันหลอกตัวเอง ความเก่งกาจของทหารปืนใหญไทยที่เคยลือลั่นไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่ในการยุทธที่ร่มเกล้า-ช่องบก หมดแล้ว หมดสิ้น เพราะความชอบอวด เพราะความอวดเก่ง เพราะความถือตัวหลงตัว ข้าศึกรู้หมดทุกอย่าง รู้ว่าเราจะทำอะไร รู้ว่าเราจะรบแบบไหน รู้ว่าเราคิดอย่างไร รู้ว่าเราเรียนจากตำราเล่มไหน รู้ๆๆๆๆๆๆ รู้ไปหมด ส่วนเรานั้น ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ และก็ ไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั้งทหารที่เรารบด้วยนั้น ทหารลาวหรือทหารเวียดนาม เอ ??? หรือทหารอเมริกันหว่า..ช่างเถอะ เอาเป็นว่าผลการรบออกมาในแบบที่เรารู้ๆ กันอยู่ ศาสตร์ทางทหารที่ทรงพลังและใช้ได้ดีในทุกพื้นที่ทั่วโลกในยุคนี้คือ ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตก+ตะวันออก เราเรียกว่า ตำราพิชัยสงครามผสม การทหารทั่วโลกนิยมจัดกองทัพตามรูปแบบตะวันตก แน่นอน ศาสตร์แบบนี้ใช้ได้ดีกับประเทศที่ด้อยกว่าทางการทหาร ประเทศที่ด้อยกว่าในเรื่องระบบระเบียบในกองทัพล้าหลัง เพราะมีประสิทธิภาพในการบัญชาการ มีประสิทธิภาพทางยุทโธปกรณ์ มีประสิทธิภาพทางยุทธวิธี เราจะเห็นได้จากยุคล่าอาณานิคมในสมัยรัชกาลที่ ๕ ว่ากองทัพแบบตะวันตกมีความสามารถกับใครกับแบบไหน แต่ในโลกเราทุกวันนี้ เกือบทุกประเทศได้เรียนรู้ ได้ทำได้จัดกองทัพไปในทิศทางเดียวกัน ศาสตร์เดียวกัน ตำราเกือบจะเล่มเดียวกัน หากรบกัน ก็วัดกันที่อาวุธและขนาดของกองทัพเท่านั้น ส่วนศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออกนั้น มีแบบมีแผนที่ล้ำลึกไม่ตายตัว มีรุก รบ ร่น ถอย ลวง รั้ง หน่วง ทำลาย ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออกนี้ หัวใจหลักคือ ผู้บัญชาการยุทธและเหล่าเสนาธิการ การยุทธแบบตะวันออก ไม่มีขีดจำกัดใดๆ ตายตัว มุ่งเอาทุกอย่างที่หาได้ใกล้ตัวเป็นเครื่องมือในการรบ เช่น ดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ อุปนิสัยใจคอคน จิตวิทยา ประชาชน โรคภัยไข้เจ็บ ความเชื่อ ฯลฯ เยอรมันกองทัพเกรียงไกรประสิทธิภาพสูง เดี้ยงมาแล้วจากการแพ้อากาศตอนตีรัสเซีย ล้อมได้ล้อมไป บุกได้บุกมา เดี๋ยวรอหน้าหนาว อากาศจะเป็นอาวุธของเรา รัสเซียคิดอย่างนี้ ทัพพม่าแสนกว่าคน ยกมาตีอยุธยา พระนเรศวรมีกำลังแค่เจ็ดหมื่นคน มึงมาเยอะมึงต้องหาที่พักทัพยากเพราะแถวที่มึงมาเป็นป่ารกทึบ ทางเดินทัพก็แคบ มึงยกมาเป็นแสนมึงจะเดินทัพยังไงหมด ดังนั้นมึงคงต้องแยกกันยกมา แยกกันพัก พอมึงจะบุก มึงถึงจะมารวมกำลังกันที่ทุ่งใดทุ่งหนึ่ง ฉะนั้น กูจะยกพลเจ็ดหมื่นไปทุ่มตีพวกมึงทีละทัพ ไม่ให้พวกมึงรวมกันติด เพราะถ้ามึงรวมกันได้คนจะมาก กูจะเสียเปรียบ ว่าแล้วพระองค์ก็สั่งหน่วยรบพิเศษของพระองค์ไปรื้อสะพาน ไปดักฆ่ากองเกียกกาย ไปทำภารกิจแบ่งแยก แล้วพระองค์ก็ยกพลไปทำลายที่ละจุด พม่าก็เจ๊ง ขวัญกำลังใจไพร่พลที่ไหนจะเหลือ วันนี้ได้รับข่าว กองนู้นแตก กองนั้นตายเกลี้ยง วันต่อมาได้รับข่าวอีก แม่ทัพคนนั้นตาย กองทัพนั้นยอมแพ้ กองทัพนู้นโดนไล่ขยี้ ผลสุดท้าย เจ๊งทุกทัพ ภารกิจตีอยุธยาจึงล้มเหลว เนี่ย ตัวอย่างของศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออก หากแต่วันนี้ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตก+ตะวันออก รวมกันเป็นศาสตร์ผสม ข้อดีถูกหลอมรสรวมกัน ลองคิดดูว่าจะทรงประสิทธิภาพเพียงไร หากใช้มันเป็นกองทัพไทยจัดกำลังตามศาสตร์ทางทหารแบบไหน ใครรู้บ้าง ใครจบ จปร. ลองคิดดูซิว่าคุณเรียนมาแบบไหน ตำราเรียนวิชาทางทหารหลักๆ ลอกแบบหรือแปลมาจากประเทศใดหรือเปล่า รร.เสธ. หลักสูตรที่นายทหารมาเรียนจบไปแล้วเทียบเท่าปริญญาโทนั้น ตำราเรียน รูปแบบ เป็นแบบไหน จบมาแล้วออกไปวางแผนรบให้หน่วย แล้วใช้ได้จริงหรือเปล่า ใครจะตอบได้หากไม่ใช่ผู้เรียน
อย่าลืมว่าเราเป็นทหารไทย ประเทศไทยไม่ใช่อเมริกา หลักสูตรบางอัน อาจจำเป็นต้องใช้เหมือนเขาในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ในหลายๆหลักสูตร จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ถึงเวลาหรือยังที่กองทัพไทยควรจะมีตำรารบเป็นของตนเอง ที่เหมาะสมกับภัยคุกคาม สภาวะแวดล้อมแบบบ้านเรา ยุทธวิธีแบบไทยๆ คนไทยเป็นคนสายพันธ์พิเศษ มีทักษะรบเก่งตั้งแต่เกิด เด็กอายุ ๔ – ๕ ขวบ ไม่มีใครสอน ทะเลาะกันมันก็เตะเป็นแล้ว ฝรั่งบางคนเตะเป็นเมื่ออายุ ๑๐ กว่าขวบ เตะคนนะไม่ใช่เตะบอล คนไทยน่ะ เตะคนเก่งกว่าเตะบอล ดังนั้นมันไม่ยากหรอกหากเราจะพัฒนาหลักสูตรทางทหารหลักๆ ในแบบของเราเอง เรียนทำไมยูโด เทควันโด้ คาราเต้ จะเข้ามาจับทุ่ม มาสับด้วยมือ มาโดดเตะ เจอมวยไทยเข้าไป หงายเงิบตั้งแต่ยังไม่ถึงตัว อ่านมา คงพอคิดออกนะว่า ไทยรบพม่าเราสู้ไหวมั้ย จริงๆ แล้วเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อแผ่นดิน ยังไงมันก็ต้องไหว แต่ประเด็นมันอยู่ที่เราจะสู้ หรือใจเราสู้ หรือจะสู้แบบไหน เท่านั้นเอง นิสัยอย่างไทยเราจะรบกับใครก็ได้ทั้งนั้น หากมารังแกเราก่อน แต่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้ตัวไม่รู้อาวุธ รู้รบไม่รู้วิธี รู้ตัวเองแต่ไม่รู้ข้าศึก กว่าเราจะชนะผลต่างจะอยู่ที่จำนวนศพทหาร อเมริกามีบทเรียนในเรื่องนี้ดีกว่าใครๆ รูปแบบในการทำสงครามของอเมริกาหลังจากสงครามเวียดนามจึงเปลี่ยนไป ทหารตายน้อยลง ข่าวสารสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง วางแผนแล้วประเมินเป็นอันดับสอง หากคำนวนแล้วชนะแต่ตายเยอะ แผนจะไม่ได้อนุมัติ หากคำนวนแล้วอาจยืดเยื้อและถูกรุม อเมริกาจะหาพวก หากคำนวนแล้วเปลืองงบแต่ชนะ อเมริกาจะใช้แล้วเอาคืน ทุกวันนี้อเมริกา ชาติที่เกรียงไกรในแสนยานุภาพทางทหาร เขาเปลี่ยนศาสตร์ทางทหารมาใช้แบบผสมแล้ว และใช้อย่างได้ผล ลดอัตราการสูญเสีย และชนะแน่ๆ ทุกสนาม ทุกอย่างในกองทัพอเมริกัน สมดุลย์และเป็นเอกเทศ ไม่ถูกล้วง ถูกควัก ไม่อิงกับอำนาจใดๆ มีสถานะเหมือนลูกคนโต ที่เวลาพ่อจะใช้ก็เรียกมาใช้ได้ทันที พอใช้เสร็จงาน ลูกคนนี้ก็กลับเข้าบ้าน และพ่อก็ดูแลลูกคนนี้เป็นอย่างดี เพราะลูกคนนี้ถือว่าเป็นอำนาจหลักของพ่อ ที่เพื่อนบ้านจะเกรงกลัวในฤทธิ์เดช ทำให้พ่อมีอำนาจมากในทุกภูมิภาคที่พ่อเข้าไป แต่ไทยเรานั้น ลูกของพ่อเป็นลูกที่พิการ เพราะโดนเพื่อนพ่อทั้งล้วงทั้งควัก จนลูกพ่อคนนี้เป็นง่อย พ่อสั่งอย่างไรลูกก็คลานตามไป บางทีพ่อก็เผลอเดินเหยียบลูก แต่ลูกก็ไม่บ่นสักคำ วันข้างหน้า หากข้างบ้านเกเร พ่อจะให้ลูกไปสู้กับเขา ลูกจะสู้เพื่อพ่อเพื่อบ้านเรา แม้ลูกจะพิการ แต่ลูกก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อ
| แนะนำเว็บ DrJoke
รบแต่กัน ประชาชนไม่มีจะแดกอยู่แล้ว
ไม่ต่างกับนักการเมืองไทยเลย
รบกันจริงๆจะสู้ได้หรอ เราจะไหวมั้ย
ประสบกาน มันแยอะนะ
คําพูดของคุณ เชื่อถือไม่ได้เลย ขอบอกตามตรงนะครับ
คุณทราบหรือไม่ว่า พม่า สามารถระดมทหารได้ 3000000 นายภายใน 1 อาทิตย์
แสนยานุภาพ กองทัพทหารพม่า ยิ่งใหญ่มาก ๆ และอาวุธก็ร้ายแรงมากด้วย
รบกัน จริง ๆ ไทย แพ้ ครับ
พม่า เป็นประเทศคู่รักคู่แค้นคู่สงครามกับไทยมาตั้งแต่โบราณ ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เหมือนเวรที่คู่กับกรรมยังไงยังงั้น กาลเวลาผ่านมาเนิ่นนาน สิ่งที่ยังคงฝังอยู่ในจิตใจสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น โคตรต่อโคตร คือความรู้สึกที่เป็นศัตรู มันซ่อนลึกอยู่ในหัวใจของชนทั้งสองประเทศอย่างปฎิเสธไม่ได้ ปัจจุบันเราอาจเห็น ไทย -พม่า มีการฑูตที่ดีต่อกัน นั่นมันเป็นไปตามหลักสากล รัฐต่อรัฐ แต่ประชาชนต่อประชาชน ใครจะปฎิเสธความจริงดังที่กล่าวไว้ในตอนต้นได้
พม่าเป็นรัฐเผด็จการทหาร ไทยเป็นรัฐประชาธิปไตย หากจะมองในแง่ของการทหารแล้ว รัฐเผด็จการทหารอย่างพม่าที่ดำรงอยู่ได้ด้วยกองทัพ ย่อมต้องคงดำรงไว้ซึ่งแสนยานุภาพทางทหารอย่างเลี่ยงไม่ได้ การทำนุบำรุงกองทัพ การเสริมสร้างกำลังรบและเทคโนโลยีทางทหาร ของพม่าทำได้ง่ายกว่าไทยมากนัก ด้วยเหตุที่เป็นรัฐเผด็จการทหาร ผู้มีอำนาจตัดสินใจในทุกเรื่องของประเทศคือ ทหาร
อย่างไรก็ตาม พม่าก็มีข้อจำกัดมากมายในการคงไว้ซึ่งแสนยานุภาพของกองทัพ เพราะถูกตัดหางปล่อยวัดจากนานาประเทศ ทำให้พม่าขาดเทคโนโลยีชั้นสูงที่จำเป็นต่อกองทัพสมัยใหม่ แต่ในข้อเสียก็มีข้อดีเช่นกัน การที่พม่าโดนนานาประเทศบอยคอตโดยไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตกับนานาประเทศนั้น ทำให้โลกใบนี้รู้ความเป็นไปในกองทัพพม่าอย่างน้อยมาก ขีดความสามารถที่แท้จริงของกองทัพพม่า จำนวนกำลังพล ยุทธโธปกรณ์ เทคโนโลยี ก็ได้แต่ประมาณการกันเอาเองทั้งนั้นจากข้อมูลเก่าและจากข่าวสารลับที่บางประเทศไปเสาะหามา พม่ามีทหารกี่กองพล มีอาวุธอะไรบ้างมีการจัดการกองทัพอย่างไร ซื้ออาวุธอะไรมา ผลิตอาวุธเองได้ไหม ฝึกกองทัพอย่างไรเหล่านี้ล้วนแต่ไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างแน่ชัด แต่ที่เห็นๆ กันแน่ๆ คือ กองทัพพม่าทำสงครามตลอดมา รบกับชนกลุ่มน้อยอยู่ตลอดมา รบทั้งในฤดูและนอกฤดู และนับวันยุทธวิธีของกองทัพพม่ายิ่งเปลี่ยนไปจนยากจะคาดเดา
สิ่งนี้เองที่นักการทหารมองว่า ทหารพม่าเป็นทหารที่มีขีดความสามารถสูง มีประสบการณ์ในการรบ ในการวางแผน การข่าวการรบกับชนกลุ่มน้อยในประเทศตัวเองตามแนวชายแดน เป็นการฝึกชั้นดีที่ทหารทุกประเทศไม่เคยสัมผัส ไล่ลงมาตั้งแต่ ผบ.เหล่าทัพ ฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายข่าว กำลังรบทั้งนายทหาร ชั้นประทวน และพลทหาร ทุกระดับชั้นผ่านประสบการณ์ในการรบจนชาชินจนเป็นเรื่องธรรมดาในกองทัพพม่า ภูมิประเทศ อากาศ ป่าดง รกชัฎ เทือกเขา แถวแนวชายแดน ไทย-พม่า กองทัพพม่ารู้ดีทุกเส้นหญ้า หากปะทะกับเราแบบภาคพื้น ทัพบกต่อทัพบก หลับตานึกภาพเอาเถิดว่าใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ เรารู้เกี่ยวกับกองทัพพม่าเท่าๆ กับที่ตะวันตกรู้ ทั้งๆ ที่เราติดกับพม่าจนหลังคาบ้านชนกัน แต่พม่ารู้ไส้รู้พุงเราดีทุกขด เพราะเราชอบอวด มีคนไทยสักกี่คนที่จะไปเดินขายถั่ว หรือเป็นจับกังในพม่า แต่กลับกัน คนพม่าเดินเพ่นพ่านไปทั่วทั้งกรุงเทพ ทั้งหัวเมืองใหญ่น้อยในประเทศไทย มีอะไรบ้างไหมที่เป็นความลับของไทยที่พม่าไม่รู้ และเราล่ะรู้อะไรเขาบ้าง ก็ขนาดเขาย้ายเมืองหลวงโครมๆ ถ้าพม่าไม่บอกเอง ชาวโลกก็ไม่รู้ เออเอากะมันสิ
ทุกวันนี้พม่าชำระตำรับตำราทางทหาร ก็พิชัยสงครามนั่นแหละ อย่างต่อเนื่องโดยไม่อิงหลักจาก รร.นายร้อยที่ไหน พม่าทำเอง คิดเอง พิสูจน์เอง และจัดการกองทัพของตัวเองตามแบบที่ตนเองเชี่ยวชาญและได้เปรียบ ชัยภูมิประเทศ แนวชายแดน ฝั่งทะเล ป่าเขา พม่าปรับเปลี่ยนกองทัพตามองค์ประกอบของประเทศ ความชำนาญ ความคุ้นเคย และภัยคุกคามตามลำดับสภาวะการณ์ปัจจุบัน ในแผนที่ฝ่ายทหารของไทยที่วางแผนเกี่ยวกับพม่า มาร์คไว้แล้วว่าตรงนี้มีกองพลปืนใหญ่ ตรงนู้นมีกองพลทหารราบ ตรงนั้นมีไอ่นั่น มีไอ่นี่ ถึงเวลาหากจะซัดกัน จะได้ขนเครื่องบินไปกระหน่ำยิงปืนใหญ่ถล่ม ได้แบบเป๊ะๆ ไม่ต้องหาพิกัดให้เมื่อย เพราะส่งทหารรบพิเศษไปเดินดุ่มๆ หาข่าวมาแล้ว รบตามตำราเวสพอทย์ทุกชอท

มันเก่าไปแล้วพี่ไทยเอ๋ย พม่าไม่เดินทัพแบบบุเรงนองอีกแล้ว
ยุคนี้เป้าหมายทางทหารหลักๆ ที่พม่าจะใช้ยันกับไทยในเวลาเกิดสงคราม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ย้ายไปนู่น ย้ายไปนี่ หน่วยทางทหารของพม่าที่ทำบาลานซ์กับไทย ไม่เคยอยู่นิ่งๆ สลับผลัดเปลี่ยนพื้นที่อยู่แทบทุกฤดูกาล ค่าย คู ประตู หอรบ เปลี่ยนแปลงไปจนข่าวสารที่เรามีกลายเป็นเศษกระดาษ เชื่อไหม พม่ารู้เรื่องทหารเราแม้กระทั่ง ผบ.ร้อย ผบ.พัน แถวชายแดนไทยชื่ออะไร จบ จปร.รุ่นไหน เก่งหรือเปล่า เป็นคนที่ไหน ผ่านหลักสูตรอะไรมา เขารู้ขนาดนั้นได้อย่างไร สงสัยล่ะสิ ทุกวันนี้โลกไร้พรมแดน ฝ่าย ขว.กรองพม่า ทำได้ทุกอย่าง แล้วเราก็ชอบอวด เวปรุ่น ประวัติส่วนตัว จะเอารุ่นไหนล่ะมีทุกรุ่น
พม่าเขาก็ใช้เนทเป็น เขาไม่ล้าหลังแบบที่เราคิดจนสุดกู่หรอก ไทยเราล่ะรู้เหมือนเขามั้ย รู้สิ รู้ว่า ผบ.พันที่ตั้งอยู่ประจันกับเราชื่ออะไร รู้แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ เพราะไปถามๆ พวกกระเหรี่ยงเดินดงมา แล้วให้มาม่าเป็นเครื่องตอบแทนข่าว อย่างอื่นประมาณเอาทั้งนั้น มีกำลังพลเท่าไร มีอาวุธยาว-สั้น-โค้งอะไรบ้าง ขีดความสามารถแค่ไหน จริงๆ แล้วเราไม่รู้หรอก เราประมาณ+ประเมิณ+มั่วเอา กองพันพม่ามาตั้งอยู่พอให้เราดูเพลินๆ แป๊บๆ เดี๋ยวกองพันใหม่มาอีกแล้ว กองพลพม่าตั้งอยู่ตรงนี้ วันก่อนเครื่องบินถ่ายภาพมาได้ ผ่านไปเดือนนึง เครื่องบินมาถ่ายเพื่อยืนยันใหม่ อ้าว ที่ตั้งกองพลพม่าหายไปแล้ว มันย้ายไปแล้ว ก็พม่าเขาไม่โง่นี่ เขาตามดูว่าเราจะทำอะไรตลอดเวลา ยิ่งเวลาตึงเครียดด้วยการเมือง การทหาร ยิ่งจับตามองเราเป็นพิเศษ เขามองเราเป็นศัตรูตลอด รร.เสธ.พม่าเขาก็สอนเสธ.เขาโดยให้ข้าศึกสมมติเป็นไทยอยู่เกือบทุกบท เขาเรียนเขาสอนกันรุ่นต่อรุ่นว่าเราจะเป็นอันตรายหมายเลขหนึ่งสำหรับบ้านเขา แข่งบอลซีเกมส์เมื่อไร หากชนะไทยได้รับรองพม่าฉลองกันทั้งประเทศ แข่งกีฬาทุกประเภท หากพม่าชนะไทยได้เขาจะดีใจเป็นล้นพ้น เขาคิดกับเราอย่างนี้ แล้วเราล่ะ เราคิดกับเขาอย่างไร
เราสู้พม่าไหวไหม ยังไม่ทันอ่าน ทุกท่านทั้งที่เป็นทหารและพลเรือน คิดเหมือนกันหมดแน่ๆ ว่าไหวสิวะไม่กลัวอยู่แล้ว กองทัพไทยไม่กลัวหน้าไหนทั้งนั้น พร้อมสละชีพเพื่อชาติอยู่แล้ว ทหารไทยเก่งกว่าพม่าอยู่แล้ว เรามีเอฟ ๑๖ เป็นฝูง มีเรือจักรีนฤเบศธ์ มีรถถังสติงเรย์ ป้อมร้าว มีสกอร์เปี้ยนที่เซอร์วิสทิ้ง มีที-69 ที่เอาลำไยไปแลก มีไอ้นู่น มีไอ้นี่ ทุกคนคงคิดอย่างนี้ แล้วเรารู้มั้ยพม่ามีอะไร
ไม่รู้ ?
รู้เพราะฟังเขามา รู้เพราะอเมริกาบอก รู้เพราะกระเหรี่ยงติดสินบนมาม่ามาบอก ตามหลักทางทหารในยุคใหม่ การรบกับข้าศึกที่เราไม่รู้ เป็นอันตรายกว่ารบกับข้าศึกที่เก่งกว่าเรารู้จัก ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตกเพียวๆ ทำกองทัพของหลายประเทศฉิบหายมาหลายชาติแล้ว ดูการรบที่ร่มเกล้าเป็นตัวอย่าง ความไม่รู้ เป็นคำตอบที่นายทหารระดับ ผบ.เหล่าทัพปฎิเสธไม่ได้ คนที่บอกว่าเราชนะ หรือเสมอ ในครั้งนั้น มันหลอกตัวเอง ความเก่งกาจของทหารปืนใหญไทยที่เคยลือลั่นไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่ในการยุทธที่ร่มเกล้า-ช่องบก หมดแล้ว หมดสิ้น เพราะความชอบอวด เพราะความอวดเก่ง เพราะความถือตัวหลงตัว ข้าศึกรู้หมดทุกอย่าง รู้ว่าเราจะทำอะไร รู้ว่าเราจะรบแบบไหน รู้ว่าเราคิดอย่างไร รู้ว่าเราเรียนจากตำราเล่มไหน
รู้ๆๆๆๆๆๆ รู้ไปหมด
ส่วนเรานั้น ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ และก็ ไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั้งทหารที่เรารบด้วยนั้น ทหารลาวหรือทหารเวียดนาม
เอ ??? หรือทหารอเมริกันหว่า..
ช่างเถอะ เอาเป็นว่าผลการรบออกมาในแบบที่เรารู้ๆ กันอยู่ ศาสตร์ทางทหารที่ทรงพลังและใช้ได้ดีในทุกพื้นที่ทั่วโลกในยุคนี้คือ ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตก+ตะวันออก เราเรียกว่า ตำราพิชัยสงครามผสม การทหารทั่วโลกนิยมจัดกองทัพตามรูปแบบตะวันตก แน่นอน ศาสตร์แบบนี้ใช้ได้ดีกับประเทศที่ด้อยกว่าทางการทหาร ประเทศที่ด้อยกว่าในเรื่องระบบระเบียบในกองทัพล้าหลัง เพราะมีประสิทธิภาพในการบัญชาการ มีประสิทธิภาพทางยุทโธปกรณ์ มีประสิทธิภาพทางยุทธวิธี เราจะเห็นได้จากยุคล่าอาณานิคมในสมัยรัชกาลที่ ๕ ว่ากองทัพแบบตะวันตกมีความสามารถกับใครกับแบบไหน แต่ในโลกเราทุกวันนี้ เกือบทุกประเทศได้เรียนรู้ ได้ทำได้จัดกองทัพไปในทิศทางเดียวกัน ศาสตร์เดียวกัน ตำราเกือบจะเล่มเดียวกัน หากรบกัน ก็วัดกันที่อาวุธและขนาดของกองทัพเท่านั้น ส่วนศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออกนั้น มีแบบมีแผนที่ล้ำลึกไม่ตายตัว มีรุก รบ ร่น ถอย ลวง รั้ง หน่วง ทำลาย ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออกนี้ หัวใจหลักคือ ผู้บัญชาการยุทธและเหล่าเสนาธิการ
การยุทธแบบตะวันออก ไม่มีขีดจำกัดใดๆ ตายตัว มุ่งเอาทุกอย่างที่หาได้ใกล้ตัวเป็นเครื่องมือในการรบ เช่น ดินฟ้าอากาศ ภูมิประเทศ อุปนิสัยใจคอคน จิตวิทยา ประชาชน โรคภัยไข้เจ็บ ความเชื่อ ฯลฯ เยอรมันกองทัพเกรียงไกรประสิทธิภาพสูง เดี้ยงมาแล้วจากการแพ้อากาศตอนตีรัสเซีย ล้อมได้ล้อมไป บุกได้บุกมา เดี๋ยวรอหน้าหนาว อากาศจะเป็นอาวุธของเรา รัสเซียคิดอย่างนี้
ทัพพม่าแสนกว่าคน ยกมาตีอยุธยา พระนเรศวรมีกำลังแค่เจ็ดหมื่นคน มึงมาเยอะมึงต้องหาที่พักทัพยากเพราะแถวที่มึงมาเป็นป่ารกทึบ ทางเดินทัพก็แคบ มึงยกมาเป็นแสนมึงจะเดินทัพยังไงหมด ดังนั้นมึงคงต้องแยกกันยกมา แยกกันพัก พอมึงจะบุก มึงถึงจะมารวมกำลังกันที่ทุ่งใดทุ่งหนึ่ง ฉะนั้น กูจะยกพลเจ็ดหมื่นไปทุ่มตีพวกมึงทีละทัพ ไม่ให้พวกมึงรวมกันติด เพราะถ้ามึงรวมกันได้คนจะมาก กูจะเสียเปรียบ ว่าแล้วพระองค์ก็สั่งหน่วยรบพิเศษของพระองค์ไปรื้อสะพาน ไปดักฆ่ากองเกียกกาย ไปทำภารกิจแบ่งแยก แล้วพระองค์ก็ยกพลไปทำลายที่ละจุด พม่าก็เจ๊ง ขวัญกำลังใจไพร่พลที่ไหนจะเหลือ วันนี้ได้รับข่าว กองนู้นแตก กองนั้นตายเกลี้ยง วันต่อมาได้รับข่าวอีก แม่ทัพคนนั้นตาย กองทัพนั้นยอมแพ้ กองทัพนู้นโดนไล่ขยี้ ผลสุดท้าย เจ๊งทุกทัพ ภารกิจตีอยุธยาจึงล้มเหลว เนี่ย ตัวอย่างของศาสตร์ทางทหารแบบตะวันออก หากแต่วันนี้ศาสตร์ทางทหารแบบตะวันตก+ตะวันออก รวมกันเป็นศาสตร์ผสม ข้อดีถูกหลอมรสรวมกัน ลองคิดดูว่าจะทรงประสิทธิภาพเพียงไร หากใช้มันเป็น
กองทัพไทยจัดกำลังตามศาสตร์ทางทหารแบบไหน ใครรู้บ้าง ใครจบ จปร. ลองคิดดูซิว่าคุณเรียนมาแบบไหน ตำราเรียนวิชาทางทหารหลักๆ ลอกแบบหรือแปลมาจากประเทศใดหรือเปล่า รร.เสธ. หลักสูตรที่นายทหารมาเรียนจบไปแล้วเทียบเท่าปริญญาโทนั้น ตำราเรียน รูปแบบ เป็นแบบไหน จบมาแล้วออกไปวางแผนรบให้หน่วย แล้วใช้ได้จริงหรือเปล่า ใครจะตอบได้หากไม่ใช่ผู้เรียน
อย่าลืมว่าเราเป็นทหารไทย ประเทศไทยไม่ใช่อเมริกา หลักสูตรบางอัน อาจจำเป็นต้องใช้เหมือนเขาในเรื่องของเทคโนโลยี แต่ในหลายๆหลักสูตร จำเป็นด้วยหรือที่เราจะต้องเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว ถึงเวลาหรือยังที่กองทัพไทยควรจะมีตำรารบเป็นของตนเอง ที่เหมาะสมกับภัยคุกคาม สภาวะแวดล้อมแบบบ้านเรา ยุทธวิธีแบบไทยๆ คนไทยเป็นคนสายพันธ์พิเศษ มีทักษะรบเก่งตั้งแต่เกิด เด็กอายุ ๔ – ๕ ขวบ ไม่มีใครสอน ทะเลาะกันมันก็เตะเป็นแล้ว ฝรั่งบางคนเตะเป็นเมื่ออายุ ๑๐ กว่าขวบ เตะคนนะไม่ใช่เตะบอล คนไทยน่ะ เตะคนเก่งกว่าเตะบอล ดังนั้นมันไม่ยากหรอกหากเราจะพัฒนาหลักสูตรทางทหารหลักๆ ในแบบของเราเอง เรียนทำไมยูโด เทควันโด้ คาราเต้ จะเข้ามาจับทุ่ม มาสับด้วยมือ มาโดดเตะ เจอมวยไทยเข้าไป หงายเงิบตั้งแต่ยังไม่ถึงตัว
อ่านมา คงพอคิดออกนะว่า ไทยรบพม่าเราสู้ไหวมั้ย จริงๆ แล้วเพื่อชาติบ้านเมืองเพื่อแผ่นดิน ยังไงมันก็ต้องไหว แต่ประเด็นมันอยู่ที่เราจะสู้ หรือใจเราสู้ หรือจะสู้แบบไหน เท่านั้นเอง นิสัยอย่างไทยเราจะรบกับใครก็ได้ทั้งนั้น หากมารังแกเราก่อน แต่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้ตัวไม่รู้อาวุธ รู้รบไม่รู้วิธี รู้ตัวเองแต่ไม่รู้ข้าศึก กว่าเราจะชนะผลต่างจะอยู่ที่จำนวนศพทหาร
อเมริกามีบทเรียนในเรื่องนี้ดีกว่าใครๆ รูปแบบในการทำสงครามของอเมริกาหลังจากสงครามเวียดนามจึงเปลี่ยนไป ทหารตายน้อยลง ข่าวสารสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง วางแผนแล้วประเมินเป็นอันดับสอง หากคำนวนแล้วชนะแต่ตายเยอะ แผนจะไม่ได้อนุมัติ หากคำนวนแล้วอาจยืดเยื้อและถูกรุม อเมริกาจะหาพวก หากคำนวนแล้วเปลืองงบแต่ชนะ อเมริกาจะใช้แล้วเอาคืน
ทุกวันนี้อเมริกา ชาติที่เกรียงไกรในแสนยานุภาพทางทหาร เขาเปลี่ยนศาสตร์ทางทหารมาใช้แบบผสมแล้ว และใช้อย่างได้ผล ลดอัตราการสูญเสีย และชนะแน่ๆ ทุกสนาม ทุกอย่างในกองทัพอเมริกัน สมดุลย์และเป็นเอกเทศ ไม่ถูกล้วง ถูกควัก ไม่อิงกับอำนาจใดๆ มีสถานะเหมือนลูกคนโต ที่เวลาพ่อจะใช้ก็เรียกมาใช้ได้ทันที พอใช้เสร็จงาน ลูกคนนี้ก็กลับเข้าบ้าน และพ่อก็ดูแลลูกคนนี้เป็นอย่างดี เพราะลูกคนนี้ถือว่าเป็นอำนาจหลักของพ่อ ที่เพื่อนบ้านจะเกรงกลัวในฤทธิ์เดช ทำให้พ่อมีอำนาจมากในทุกภูมิภาคที่พ่อเข้าไป
แต่ไทยเรานั้น ลูกของพ่อเป็นลูกที่พิการ เพราะโดนเพื่อนพ่อทั้งล้วงทั้งควัก จนลูกพ่อคนนี้เป็นง่อย พ่อสั่งอย่างไรลูกก็คลานตามไป บางทีพ่อก็เผลอเดินเหยียบลูก แต่ลูกก็ไม่บ่นสักคำ วันข้างหน้า หากข้างบ้านเกเร พ่อจะให้ลูกไปสู้กับเขา ลูกจะสู้เพื่อพ่อเพื่อบ้านเรา แม้ลูกจะพิการ แต่ลูกก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อ
แล้วคุณ joe04no4 ที่พูดว่า "พม่าใช้ของจีนเราใช้ของอเมริกา" ก็ถูกนะแต่เราใช้ของ
มือสองของที่เมกาเขาปลดประจำการแล้วเนียนะ......!!!