บทความ เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง.. ตอนที่ 1

augrust
เป็นกระทงร้อน มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
เจ้าพ่อหลวง ของชาวเขา
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดการเสด็จเยี่ยมราษฎรตามภาคต่างๆ เช่น หมู่บ้านชาวมุสลิมทางภาคใต้ และชาวนาในภาคกลาง หรืออย่างวันนี้ ได้เสด็จขึ้นไปไกลถึงดอยอ่างขาง ติดพรมแดนพม่า

ดอยอ่างขางนี้ เป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าลาฮู เผ่าเย้า และพวกฮ่อ ซึ่งทำมาหากินด้วยการค้าหยก และฝิ่นมาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย

Tag: บทความ ในหลวง เรื่อง 1 ตอน หลัง ที่ เล่า ลือ วัง ราว

ชนิด: บทความ
ประเภท: ไม่ธรรมดา
คะแนน: 23 ชอบ, 1 ไม่ชอบ
จาก www.thaimonarchy.com
18 บทวิจารณ์  |  11,027 คนอ่าน
22
คะแนน
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ภาพประกอบ
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
ในการเสด็จเยือนถิ่นชาวเขา พระองค์จะทรงมีเครื่องมือสำคัญติดไปด้วยทุกหนทุกแห่ง คือ แผนที่ขนาดใหญ่ (สเกล ๑ ต่อ ๕๐,๐๐๐) และดินสอแดงกับวิทยุ ซึ่งสามารถสั่งการพูดโต้ตอบได้เมื่อเห็นพระองค์กับคณะผู้เสด็จเข้ามาใกล้ หมู่บ้านหัวหน้าชาวเขาจะร้องสั่งให้บรรดาลูกบ้านแหวกทาง ถวายการต้อนรับอาคันตุกะซึ่งเขาเรียกกันด้วยความเคารพอย่างสูงสุดว่า "พ่อหลวง"

กล่าวกันว่า พระราชอาณาจักรนั้น ก็เหมือนกับพีระมิด คือ มีกษัตริย์อยู่ข้างบน ประชาชนอยู่ข้างล่าง แต่ในประเทศนี้กลับตรงกันข้าม ก็เลยทำให้บางทีรู้สึกปวดๆ แถวนี้ แล้วก็ทรงชี้ที่พระศอและพระอังสภาระ (ไหล่) พร้อมกับทรงแย้มพระโอษฐ์

พอเสด็จไปถึงหมู่บ้าน ตัวแทนของชาวเขาเผ่าลาฮูก็เข้ามาเฝ้า และกราบทูลฟ้องว่า "ทุกวันนี้พวกเราเดือดร้อนมาก มีที่ทำกินไม่พอเลย" รับสั่งว่า "ก็เคยจัดที่ดินให้ไว้แล้วไม่ใช่หรือ" "ถูกแล้ว แต่ชาวนาเผ่าอื่นได้รุกล้อมเข้ามา" หัวหน้าชาวเขาเผ่าลาฮูกราบทูลต่อ นี่คือตัวอย่างปัญหาที่จะต้องทรงแก้ไข

นายเด็นนิส เกรย์ เขียนรายงานลงในนิตยสาร "สวัสดี" ของ "การบินไทย" ว่า เห็นได้ชัดว่า พระเจ้าอยู่หัวมิได้มีชีวิตส่วนพระองค์เลย วันเวลาของพระองค์ท่านหมดไปด้วยการช่วยราษฎรที่โน่นที่นี่ นายเด็นนิส เกรย์ ได้กราบทูลถามว่า "ใต้ฝ่าพระบาท คิดว่าวันที่ทรงมีความสุขที่สุดคือวันไหน?"

พระราชกระแสที่รับสั่งตอบว่า "บาเจาะ" นั้น ทำเอาทุกคนงุนงง เพราะไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน "บาเจาะ" นั้นเป็นอำเภออยู่ทางปักษ์ใต้ แสนจะกันดาร พื้นที่มีลักษณะเป็นปลักตม ทุกปีน้ำจะท่วมอย่างน่ากลัว ทำให้ไร่นาเสียหายหมด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปแถวนั้นเป็นครั้งแรก เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๖ และทรงชี้แนะให้ขุดคลองเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล พอถึงเดือนธันวาคม คลองก็เสร็จเรียบร้อย

ในเดือนมกราคม ๒๕๑๗ ขณะที่กำลังประทับอยู่ที่เชียงใหม่ วันหนึ่ง อธิบดีกรมชลประทานซึ่งเคยตามเสด็จลงไปทางใต้ด้วยได้กระหืดกระหอบเข้ามาเฝ้า ทั้งๆ ที่ตัวกำลังเปียกฝน เขาตะโกนด้วยความดีใจว่า "ได้ผลแล้ว! ได้ผลแล้ว!" รับสั่งถามว่า "ได้ผลอะไร?" อธิบดีกรมชลประทานกราบทูลว่า "บาเจาะพะย่ะค่ะ! ได้ผลดีมาก... ชาวบ้านกำลังดีใจกันยกใหญ่"

บางครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ต้องทรงทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับปัญหาครอบครัว เช่น ชาวเขาคนหนึ่งได้มากราบทูลร้องทุกข์ว่า เขาได้ให้หมูสองตัวกับเงินก้อนหนึ่งแก่เมีย แต่เมียพอได้เงินแล้วกลับหนีตามชู้ไป พระองค์ก็ทรงตัดสินว่า สามีจะต้องได้รับเงินชดใช้และให้ปล่อยภรรยาไปตามใจของเธอ ญาติของทั้งสองฝ่ายก็พอใจ รับสั่งเล่าด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า "แต่ที่แย่ ก็คือ ฉันต้องควักเงินให้ไป....ผู้หญิงผู้นั้นก็เลยต้องตกเป็นของฉัน" รับสั่งแล้วก็ทรงพระสรวล

สักครู่หนึ่ง หญิงผู้นั้นก็นำสุราพื้นเมืองมาถวาย "ถ้าฉันเมาพับไป อะไรจะเกิดขึ้น ก็รู้ไม่ได้" คราวนี้ ถึงทีนายเด็นนิส เกรย์ จะต้องหัวเราะบ้างแล้ว เขานึกในใจว่า "การเป็นพระเจ้าแผ่นดินในประเทศนี้ ถึงจะลำบากพระวรกาย แต่ก็มีเรื่องสนุกๆ ที่ออกจะหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน"

ที่มา : พระราชอารมณ์ขัน - วิลาศ มณีวัต

เรื่องแนะนำ
บทวิจารณ์ร้อนของ @cloud
หมูแดง
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
รอน..ร่อน...ร้อนนนนน......
คุณเวย์คะ รบกวนใช้คำให้สุภาพในกระทงของในหลวงนะคะ และอย่านำหรือชักโยงเรื่องอื่นๆมาเกี่ยวข้องในกระทงของของในหลวงค่ะ ขอบคุณค่ะ
21 คะแนน  | 
บทวิจารณ์ของ @cloud
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
เผยความลับเรื่องแซ็กโซโฟนของในหลวง

ก่อนจะ ออกเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา บรรณาธิการนิตยสาร Look ได้สั่งนาย GEREON ZIMMERMAN มาว่า "เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด อย่าลืมกราบทูลถามเรื่องแซ็กโซโฟนทองคำด้วยนะว่ามันอย่างไรกันแน่ ราคาโดยประมาณสักเท่าใด ทำที่สวิตเซอร์แลนด์ หรือที่ไหน" เมื่อได้มานั่งอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ในวังสวนจิตรฯแล้ว นายซิมเมอร์แมน พยายามเลียบเคียงอยู่นาน ก็ยังไม่ได้จังหวะเหมาะที่จะทูลถามเรื่องที่บรรณาธิการอยากให้ถาม ในที่สุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งขึ้นมาเองว่า "หนังสือพิมพ์ที่อเมริกาพากันลงว่า เป็นกษัตริย์ที่คลั่งดนตรี...ซึ่งก็ไม่ว่าอะไร แต่ที่ไปลงจนเลยเถิดกันไปว่าแซ็กโซโฟนที่เป่าอยู่เป็นประจำนี้เป็นแซ็กโซโฟน ที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์

อันนี้ไม่จริงเลย สมมติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก บางฉบับก็เขียนว่าชอบขับรถซิ่ง ก็เอาเถอะ ยอมให้ไม่ถือสาหรอก แต่ไม่เชื่อว่าเรื่องพวกนี้จะเป็นการสร้างสรรค์ หรือเป็นประโยชน์อันใดแก่ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา"
ต่อจากนั้นผู้แทนนิตยสาร Look ได้กราบทูลว่า ทรงโปรดดนตรีของวง "เดอะ บีทเทิลส์" หรือไม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแย้มพระโอษฐ์ แล้วรับสั่งว่า "ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าออกประเทศอังกฤษ" ได้ทรงมีพระกระแสรับสั่งต่อไปอีกว่า "คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาช่างสังเกตมาก และมีความคิดก้าวหน้า ลูกสาวคนโตเขามาหาตอนอายุสิบเอ็ด แล้วบอกว่า อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ รู้สึกว่ามีความตั้งใจมาก"

ถึงตอนนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถรับสั่งเสริมขึ้นว่า "ลูกคนนี้เขาเดินตามรอยเสด็จพ่อ แต่ข้าพเจ้านั้นวิชาคำนวณอ่อนมาก" ในอีกตอนหนึ่งของการพระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้แทนของนิตยสาร Look วันนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งเล่าให้ฟังว่า แต่ละปีจะเสด็จไปเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกตถึงสามครั้ง และจะทรงประพรมน้ำพระมหาสังข์ให้แก่บรรดาข้าราชการที่ตามเสด็จเข้ามาในโบสถ์ น้ำนั้นถือกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ข้าราชการเหล่านั้นถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ทรงพระกรุณาประพรมให้ ต่อมาก็ทรงนึกถึงชาวบ้านธรรมดานอกโบสถ์ ซึ่งอยากให้ประพรมน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นด้วย รับสั่งในตอนนี้ว่า "คนเราถ้าเชื่อว่าน้ำนั้นจะเป็นสิ่งนำความดีงามมาสู่ชีวิต ก็จะได้รับความดีงามและโชคลาภตามความเชื่อ"

ตอนแรกนั้น มีคนขับแท็กซี่คนหนึ่งกลับไปบอกเพื่อนว่า ในหลวงประพรมน้ำมหาสังข์ให้ เพื่อนของเขาไม่ยอมเชื่อ เพราะว่าในหลวงคงไม่ทำเช่นนั้นแน่! แต่ได้ประพรมให้เขาจริง และเขาก็มีความสุขในทันที ถ้าโผล่เข้าไปดู จะเห็นว่าคนที่นั่งรอรับน้ำพระมหาสังข์อยู่นั้น มีทั้งชาย หญิง เด็ก นักท่องเที่ยว และคนขับแท็กซี่ ใครจะมาจะไปก็ได้ "เมื่อประธานาธิบดีของท่านมาเยือนเมืองไทย มีพวก FBI และหน่วย ร.ป.ภ.ห้อมล้อมกันหนาแน่นไปหมด จนหาทางเดินไม่ได้ ถ้าฉันมาวัดพระแก้วแบบนั้น ก็ไม่สามารถจะใกล้ชิดกับประชาชนได้ ถ้าผู้คนเบียดกันเข้ามาใกล้เกินไป จะมีคุณยายพูดขึ้นว่า "หลีกทางให้ในหลวงหน่อยเถอะ"

คุณยายนั่นแหละคือ FBI ของฉัน "เวลาไปตามหัวเมือง ชาวนาจะมีของมาให้ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง และสตรอเบอร์รี่งามๆ ซึ่งเขาปลูกเอง ชาวนาบางคนได้ทุนไปอเมริกา เขาจะมาหาแล้วถามว่า "จะทำอย่างไรดี? จะวางตัวแบบไหน?" ก็บอกไปว่าให้เป็นตัวของตัวเอง "ให้ดูแบบอย่างที่ดีๆ แล้วนำของใหม่ๆ มาปรับใช้ในเมืองไทย ครั้นกลับมาแล้ว ก็มาหาอีก ไม่มีใครห้ามเขาได้ที่จะไม่ให้มาหา" หลังจากนั้น ก่อนที่ผู้แทนนิตยสาร Look จะกราบทูลลา ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานเลี้ยงน้ำชา พร้อมด้วยผลไม้ คือ แตงโม และมังคุด ซึ่งผู้แทนของ Look ตื่นเต้นมากที่เห็นแตงโมในลักษณะลูกกลมๆ ขนาดเล็ก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รับสั่งเมื่อผู้แทนของนิตยสาร Look และช่างภาพกราบทูลลาว่า "ฉันเป็นกษัตริย์ที่ได้รับเลือกตั้งขึ้นมา ถ้าประชาชนเขาไม่ต้องการฉัน เขาก็ไล่ฉันออกก็ได้จริงไหม? แล้วฉันก็กลายเป็นคนว่างงาน" รายละเอียดของการพระราชทานสัมภาษณ์คราวนั้น ผู้ที่สนใจค้นคว้าจะหาอ่านได้จากนิตยสาร Look ฉบับวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๑๙๖๗
เกี่ยวกับพระอัจฉริยภาพทางการดนตรีนี้ นักดนตรีแจ๊สที่มีชื่อเสียงหลายคนของอเมริกา ชื่นชมในพระปรีชาสามารถทางการดนตรีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่าง สูง

เพราะทรงใช้เครื่องเป่าได้อย่างคล่องแคล่วทุกชนิด เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปที่บ้านเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ค ทรงดนตรีที่นั่น หลังจากนั้นเบ็นนี กู๊ดแมน ยอดนักดนตรีแจ๊สของอเมริกา ได้กราบบังคมทูลเชิญไปที่บ้านของเขาที่ถนนที่ ๖๖ เธิร์ด อเวนิว นักดนตรีผู้ร่วมวงอยู่ด้วยเล่าว่า "ทรงพระสำราญมากในคืนนั้น ทรงเป็นกันเองกับพวกเรามาก เป็นวาระที่พวกเราจะจดจำไปชั่วชีวิต"

ก่อนหน้านั้น คงจำกันได้ว่า ครั้งหนึ่ง ไม้ค์ ทอดด์ ได้เคยเสนอบทเพลงพระราชนิพนธ์หลายเพลง รวมทั้ง "Blue Night" ในการแสดงรีวิวครั้งยิ่งใหญ่ของเขาชื่อ "PEEP SHOW" ที่บรอดเวย์ ซึ่งในขณะที่กำลังซ้อมใหญ่อยู่นั้นพระเจ้าอยู่หัวกำลังทรงพระสำราญฮันนีมูน อยู่ที่หัวหิน ที่ด้านข้าง ใกล้ๆ พระราชวังไกลกังวล ตอนหัวค่ำวันนั้น บังเอิญมีใครไม่ทราบ มานั่งตีปี๊บอยู่ ข้าราชบริพาร แอบกระซิบกันว่า "เราไม่มีวาสนาได้ฟังปี๊บโชว์ที่อเมริกา ก็ฟังปี๊บที่นี่เอาก็แล้วกัน" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสรวลน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้รับสั่งว่าอย่างไร

ที่มา : พระราชอารมณ์ขัน - วิลาศ มณีวัต


0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ตายด้วยกัน
ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

.....ขณะที่ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่บนพลับพลา ณ สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และกำลังพระราชทานรางวัลแก่โต๊ะครู การพระราชทานต้องหยุดชะงักลงทันที เพราะมีเสียงระเบิดเกิดขึ้น ๒ ครั้งในหมู่ราษฎรที่นั่งรอเฝ้าฯ....

.....ราษฎรที่นั่งรอเฝ้าอย่างมีระเบียบต่างก็ลุกขึ้นเป็นอลหม่าน บ้างก็นอนคว่ำอยู่กับพื้น บ้างก็ออกวิ่งให้ห่างจากจุดที่มีเสียงระเบิด พากันวิ่งตัดสนามผ่านหน้าพลับพลา ถ้ามีใครหกล้มกับพื้นข้าพเจ้าคิดว่าคงมีการเหยียบกันตายให้เห็นต่อหน้าเป็น แน่...

... ทุกคนที่อยู่บนพลับพลาต่างก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เห็นราษฎรที่ต่างก็วิ่งรุดไปข้างหน้าจนไกลด้วยความตกใจสุดขีด และสักครู่เขาก็วิ่งกลับมาที่เดิมใหม่ เมื่อไม่มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นอีก เหตุการณ์สงบ สักครู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็พระราชทานรางวัลแก่โต๊ะครูจนเสร็จพิธี ต่อจากนั้น ทั้งสองพระองค์ก็ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่กลับมารอเฝ้าฯ ด้วยพระอิริยาบถและพระราชจริยวัตรเป็นปกติ....

.....มีเด็กสาววิ่งเข้ามาเขย่าพระกรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ร้องไห้พลางปากก็ร้องว่า "เขาจะฆ่าท่านทำไม ท่านก็รักราษฎรแล้วท่านก็ดีกับพวกหนู" ผู้หญิงแก่คนหนึ่งก็เข้ามากราบบังคมทูลว่า "ท่านอย่าโกรธฉันนะจ๊ะ เสียงมันดังปังขึ้นมา ฉันก็ตกใจวิ่งหนี แต่พอวิ่งไปแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ท่านยังอยู่ที่นั่นก็ เลยต้องวิ่งกลับมาหา คิดว่าถ้าเป็นอะไรขึ้นมาก็มาตายด้วยกัน"

ที่มา : -

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ลุงวาเด็ง
มนูญ มุกข์ประดิษฐ์
รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อดีตเลขาธิการสำนักงานกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (นักบริหารระดับ 11)

.....วันนี้ ลุงวาเด็งพาแววตาที่เป็นประกายมาเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยชุดเต็ม ยศครึ่งท่อน คือ สวมกางเกงตัวเดียวแต่ไม่สวมเสื้อ ไม่มีที่ไหน ในโลกนี้อีกแล้วที่สามัญชนคนชาวบ้านธรรมดาไม่ว่าจะอยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ก็มีสิทธิ์เท่าเทียมกันที่จะเข้าใกล้ชิดพระองค์ ได้สนทนาปราศรัย บอกเล่าความทุกข์สุขกับพระเจ้าแผ่นดินของเขาได้อย่างเสมอภาคกันถ้วนหน้าเช่น นี้

.....ลุงวาเด็งดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาจนถึง หน้าบ้าน จึงเหลียวซ้ายแลขวาหลายครั้งผิดปกติ ในที่สุดก็ได้กราบบังคมทูลอย่างฉะฉานว่า "พระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยี่ยมทั้งที ไม่มีอะไรจะถวายเลย ผลไม้ในสวนเพิ่งเก็บขายไปได้เงินมา สองหมื่นบาท ก็นำไปซื้อเครื่องปั๊มน้ำมาได้ 1 เครื่อง .... ถอดเอาขึ้นรถและขนไปเลย ขอถวายพระเจ้าอยู่หัว"

ที่มา : บทความ "ประทีปเหนือฟ้ามืด ที่บ้านลุงวาเด็ง" โดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ หนังสือ "ประทีปแห่งแผ่นดิน"

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
เสี่ยปลอม
มนูญ มุกข์ประดิษฐ์
รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อดีตเลขาธิการสำนักงานกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (นักบริหารระดับ 11)

.....มีพระราชกระแสให้เจ้าหน้าที่ซึ่งรับสนองพระราชดำริไปจัดซื้อที่ดิน เพื่อนำมาพัฒนาหรือนำมาจัดสรรแบ่งแปลงให้กับผู้ยากไร้ไว้เพื่อทำกิน ด้วยพระราชทรัพย์ของพระองค์เอง


.....เป็นการบังเอิญที่ผู้เขียนเป็นผู้หนึ่งซึ่งปลอมตัวเป็น "เสี่ย" นักจัดสรรที่ดินเข้าไปเจรจาซื้อที่ดินในรายนี้ด้วย จึงจำได้แน่ชัดถึงบรรยากาศของเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า มีชาวบ้านเป็นกลุ่มๆ ออกมายืนมองและซุบซิบกันทำนองแปลกประหลาดใจว่า เหตุใดจึงมีผู้สนใจจะซื้อที่ที่ไม่น่าสนใจแถวนี้ .....หรือว่าพวกเสี่ยที่มาถามซื้อที่ที่นี่เป็นพวกหลอกลวงสิบแปดมงกุฎ เพราะดูไปจริงๆ แล้วราศีของเสี่ยหรือเศรษฐีก็ไม่ได้จับอยู่ที่ใครเลย มิหนำซ้ำยังหน้าตาแปลกๆ บางคนสูงเกินไป บางคนคล้ำเกินไป บางคนใส่แว่นตาหนาเตอะ


.....ประโยคแรกๆ ที่ลุงเจ้าของบ้านและเจ้าของที่ถามไถ่ก็คือ "ใครคือคนที่จะมาซื้อที่" .....ก็ต้องตอบไปว่า "ผู้ใหญ่ ท่านจะมาซื้อที่" ครั้นลุงถามว่า "เอาที่แบบนี้ไปทำอะไรกัน" ก็ต้องตอบว่า "เอาไปทำประโยชน์" ประโยชน์อะไร จัดสรรหรือ? ทำคอนโดหรือ? ลุงก็ได้รับคำตอบให้งุนงงต่อไปว่า "ไม่ใช่ทั้งนั้น" ท้ายที่สุด ลุงและคณะชักตาเขียวและสีหน้าไม่ดี เหล่าบรรดากองเชียร์ชักพูดแซมขึ้นมาบ้างว่า "อีแบบนี้ ถ้าจะเสียเวลาเปล่า! เจ้าของเขาไม่รีบร้อนขายหรอก เพราะเงินทองก็พอมีไม่เดือดร้อน" คณะเสี่ยปลอมรู้สึกสถานการณ์จะคับขัน ก็เลยบอกว่าผู้ใหญ่จะเอาไปทำประโยชน์ให้กับประชาชนแถวนี้เอง ทำประโยชน์กับชุมชนนี้ไม่ได้เอาไปขายต่อ หรือจัดสรรเอากำไรเข้าพกเข้าห่อแต่อย่างใด

ลุงถามว่า "มีด้วยหรือ ผู้ใหญ่แบบนี้...หรือจะเป็นนายก" พวกเรารีบแทรกว่า "ใช่แล้ว...นายกให้มาซื้อ" ลุงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มองหน้าคนโน้นทีคนนี้ทีกลับไปกลับมา พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นปฏิทินที่แขวนไว้ข้างฝาเป็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวกำลังทรงงานอยู่ในถิ่นทุรกันดารและเสี่ยปลอมทั้งหลายครบทุกคนยืนอยู่ ข้างหลังพระองค์ ลุงมองหน้าทุกคนอย่างตกใจเล็กน้อย


"เอ๊ะ คนนี้ก็ใช่ คนนั้นก็ใช่...หรือว่าผู้ใหญ่ที่จะมาซื้อที่นั้นคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เมื่อความแตก ลุงและชาวบ้านวัดมงคลก็ปีติตื่นเต้นเป็นล้นพ้น...ในท้ายที่สุด ลุงเจ้าของที่โดยการสนับสนุนของสมาชิกละแวกวัดมงคลและญาติพี่น้องทั้งปวงก็ ตกลงขายที่จำนวน 15 ไร่ ให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อนำมาทดลองแนวคิด "ทฤษฎีใหม่" ทางด้านเกษตรกรรม


.....ก่อนลาจากกัน ลุงเจ้าของที่ต่อว่าคณะเสี่ยปลอม "ไหนแต่แรกว่านายกมาซื้อที่ไง.." เสี่ยปลอมทั้งหลายไม่ตอบคำถามนี้ แต่ในใจทุกคนคิดว่า ก็ใช่น่ะสิ นายกแท้ๆ เลย แต่เป็น "นายกกิตติมศักดิ์มูลนิธิชัยพัฒนา"


ที่มา : บทความ "ใครมาซื้อที" โดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ หนังสือ "ประทีปแห่งแผ่นดิน"

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ตัวยึกยือ
มนูญ มุกข์ประดิษฐ์
รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อดีตเลขาธิการสำนักงานกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (นักบริหารระดับ 11)

.....พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาท เข้าไปในป่ายางท่ามกลางฝนตกหนัก โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตามรอยพระยุคลบาทไปไม่ห่าง เป็นระยะทางถึง ๒ กิโลเมตรเศษ

.....นี่คือสิ่งที่มิใช่สามัญธรรมดาในความรู้สึกของผู้คน และความไม่สามัญธรรมดานี้ก็ยิ่งไม่ธรรมดามากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ เนื่องเพราะบริเวณนี้คือ "ดงทาก" หรือ "รังทาก" อันมีทากชุกชุมที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้


.....กว่าจะถึงจุดหมาย คือบริเวณพื้นที่ที่จะพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ สำหรับพื้นที่ ๕,๐๐๐ ไร่ ใน ๓ เขตตำบล คือ เชิงคีรี มะยูง และรือเสาะ เกือบทุกคนก็โชกฝนและโชกเลือด แม้ทูลกระหม่อมทั้งสองพระองค์ก็มิได้รับการยกเว้น


.....ค่ำวันนั้น ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินกลับพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ อากาศปลายฤดูฝนกำลังสบาย ดวงดาวบนท้องฟ้าเริ่มจะปรายแสง ขบวนรถยนต์พระที่นั่งได้หยุดลงอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุบนทางหลวงที่ มืดสงัด เป็นเวลาหลายนาที ถามไถ่ได้ความภายหลังว่า ยังมีทากหลงเหลือกัดติดพระวรกายอยู่อีก เมื่อรู้สึกพระองค์จึงได้ทรงหยุดรถยนต์พระที่นั่ง และรับสั่งให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ช่วยจับทากที่ตัวเป่งด้วยพระโลหิตออกจากพระวรกาย ทรงเรียกการทรงงานวิบากที่เชิงคีรีครั้งนี้ในภายหลังว่า "สงครามกับตัวยึกยือ ที่เชิงคีรี"


ที่มา : บทความ "ในหลวงในดงทาก" โดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์ หนังสือ "ประทีปแห่งแผ่นดิน"

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ถ่ายที่ไหน
อาณัติ บุนนาค
มหาดเล็กและช่างภาพส่วนพระองค์

....ครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นทรงมีฐานะเป็นสมเด็จพระอนุชา ได้นำภาพถ่ายรูปเรือรบลำหนึ่งให้ข้าราชบริพารใกล้ชิดดู แล้วตรัสถามว่า มีผู้ใดทราบบ้างว่าเป็นเรืออะไรและถ่ายที่ไหน ทุกคนในที่นั้นนิ่งอึ้งเว้นแต่นายทหารผู้หนึ่งหนึ่งทูลตอบได้ทันทีว่า เป็นเรือรบหลวงศรีอยุธยา

ซึ่งพระองค์ท่านรับสั่งว่าถูก แต่สถานที่ที่พระองค์ทรงฉายภาพนี้มีแต่น้ำกับฟ้าซึ่งมีเมฆสีขาวงดงามเท่า นั้น ภูมิประเทศในภาพนั้นทำให้เป็นที่ฉงนสนเท่ห์แก่ทุกคนในที่นั้นว่า พระองค์ทรงฉายภาพนั้นได้อย่างไร จากภูมิประเทศในภาพนั้นคาดกันว่า ทรงถ่ายขณะเรืออยู่ในทะเล แต่พระองค์ก็ไม่เคยเสด็จฯ ทางเรือครั้งใดที่มีเรือศรีอยุธยาโดยเสด็จด้วยในที่สุดทุกคนยอมจำนน พระองค์ท่านจึงตรัสว่า “ถ่ายในห้องนี่เอง”

พร้อมกับชี้พระหัตถ์ไปยังห้องเครื่องเล่น ทุกคนในที่นั้นยังมีสีหน้าสนเท่ห์ พระองค์จึงเสด็จฯ นำไปดู ความจริงจึงประจักษ์แก่สายตาทุกคน บนโต๊ะขัดมันปลาบตัวหนึ่งในห้องนั้น มีหุ่นจำลองเรือรบหลวงศรีอยุธยาวางอยู่ ถัดไปเป็นภาพถ่ายเมฆงดงาม ความมันบนพื้นโต๊ะทำให้เกิดเงาเรือรบจำลอง ทำให้ดูเหมือนเรือจอดอยู่ในน้ำ ทุกคนจึงเข้าใจและพากันยอมรับนับถือพระปรีชาสามารถในการฉายภาพทำนอง Top Table นี้ขอพระองค์เป็นอย่างยิ่ง....

ที่มา : -

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ทะเบียนสมรส
ฟื้น บุณยปรัตยุธ
อดีตนายอำเภอปทุมวัน
นายทะเบียนในวันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส

....พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และม.ร.ว.สิริกิติ์ ทรงจดทะเบียนสมรสเฉกเช่นคู่สมรสทั่วไป

...สมุดทะเบียนสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ประดิษฐ์ขึ้นเป็นพิเศษ ปกสมุดหุ้มด้วยหนังแกะอ่อนสีเหลืองเข้ม กลางปกเป็นหนังสีน้ำตาล มีอักษรตัวทองบอกว่าเป็นสมุดทะเบียนสมรส ข้อความในสมุดทะเบียนทุกอย่างคงเป็นเหมือนสมุดทะเบียนสมรสทั่วไป.... ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบบประชาธิปไตยแท้ เกี่ยวกับการจดทะเบียนนี้ พระองค์ท่านทรงทำตามระเบียบทุกอย่าง ไปยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท ตามระเบียบถูกต้อง...

ที่มา : -

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
บาบูรักในหลวง
.... ระหว่างทรงพระผนวช ทุกเช้าจะมีบาบู 3 นาย ขี่สามล้อเครื่องค่อนข้างเก่ามาหยุดอยู่ที่ประตูวัดบวรฯ คนขับซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขาสั้น ลงมาแก้ห่อนมสด 2 ขวด พร้อมกับหนีบนมสดทั้ง 2 ขวดเข้าไปให้แก่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ณ พระตำนัก เพื่อถวายแด่พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บาบูนายนี้ชื่อนายรามดาส ชาวอินเดีย เข้ามาทำมาหากินในเมืองไทยได้ 20 กว่าปีแล้วมากับลูกชายและนายซิตาราม ซิงห์ อายุ 56 ปี เป็นพี่น้องกัน ทั้งสามนับถือศาสนาฮินดู “แขกกับไทยมิใช่อื่นไกลพี่น้องกัน ศาสนาไม่เกี่ยว ฉันอยู่เมืองไทยมายี่สิบกว่าปี สบายดีเหลือเกิน ฉันคิดถึงพระคุณในหลวง และฉันรักท่านมาก ฉันจึงไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่เขาถวายนมสดวันละ 2 ขวดน่ะ” บาบูรามดาสได้เผยว่า นมสดที่เขานำมาทูลเกล้าฯ ถวายได้ทำอย่างชนิดพิเศษ คือรีดจากนมวัวแล้วใส่ขวดเลย โดยไม่ปะปนกับนมสดที่นำไปขาย....

ที่มา : หนังสือพิมพ์ “พิมพ์ไทย” เดือนตุลาคม พ.ศ. 2499

0 คะแนน  | 
augrust
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
long live the king
 เรื่องราว..เล่าลือหลังวัง..  ตอนที่ 1
ลืมจนได้
ทมนี มหานนท์

....เพื่อเป็นการระลึกถึงพระเดชพระคุณของ “ทูลหม่อม” ของเรา พวกแพทย์จึงจัดงานที่เราเรียกกันแต่ก่อนมาว่า “วันมหิดล” ในวันที่ 24 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นพระชนม์ ทางโรงพยาบาลศิริราชจัดการถวายบังคมพระรูปสมเด็จพระบรมราชชนก ซึ่งประดิษฐานอยู่ในบริเวณโรงพยาบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินนีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรง เป็นผู้นำในการถวายบังคมทุกปี ถ้าเสด็จอยู่พวกหมอที่เป็นนักดนตรีก็ตั้งวงกันขึ้นบรรเลงเพลงสดุดี เทิดพระเกียรติและถวายความไว้อาลัยแด่ทูลกระหม่อมทุกปีมีเมื่อพวกเราจะได้มี โอกาสเข้าเฝ้าใกล้ชิดพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงกับจะเสด็จฯมาร่วมวงดนตรีด้วยนั้น ความจงรักภักดี ความปลาบปลื้ม ภาคภูมิใจก็ล้นพ้นหัวใจพวกเรา ความตื่นเต้นนั้นออกมาในรูปต่างๆกัน

เพื่อนหมอคนหนึ่งเล่นขิม คืนที่วันรุ่งขึ้นจะได้เข้าเฝ้าฯ นั้น ท่านมานอนตรึกตรองว่าเพียงรูปเซียนแปดตัวที่เขียนไว้หน้าขิมนั้น จะพาเข้าเฝ้าถวายตัวจะยังไม่เป็นการถวายพระเกียรติได้เพียงพอสมใจ เมื่อจะรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งที ควรจะใช้ธงชาติรับจึงจะเหมาะ ท่านจึงซื้อสีพ่นมาพ่นเป็นธงชาติทับลงไปบนเซียนทั้งแปดนั้น กว่าจะพ่นเสร็จก็ดึกมากแล้ว แต่เมื่อลองเสียงดูก็เกิดความตกใจเป็นล้นพ้นว่า เสียงขิมนั้นกลับอับทึบไปหมด เพราะสีที่พ่นไปเกิดความชื้นให้เส้นลวด ท่านจึงต้องเปลี่ยนแผนใช้น้ำยาเช็ดสีออกจนหมด กว่าจะเสร็จก็สว่างพอดี เมื่อเพื่อนฝูงรู้ข่าวก็ตกใจไปตามๆ กัน

เพราะท่านผู้นี้จะต้องเป็นผู้รวบรวมเครื่องดนตรีทั้งหมดบรรทุกรถเข้าไปที่ สถานีวิทยุ อ.ส. ในพระราชวังจิตรลดา ทุกคนหวั่นใจว่าท่านอาจลืมเครื่องอะไรสักอย่างเป็นแน่ เพราะไม่ได้นอนทั้งคืนแต่เมื่อไปถึงพร้อมหน้ากัน ก็ได้ทราบด้วยความขบขันเป็นอันมากว่า สิ่งที่ท่านลืมนั้นคือ ฟันปลอมทั้งชุดของท่าน ด้วยความตื่นเต้นไม่ทราบว่าไปวางลืมไว้ที่ไหน....

ที่มา : บทความ “ล้นเกล้าฯ กับดนตรีไทย” โดย ทมนี มหานนท์

0 คะแนน  | 
pangjang
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
♥Konya kimi wa watashi no mono ★ I ♥ U ★ Never Ending Nightmare

ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ

1 คะแนน  | 
♥••ⓛⓞⓥⓔLove••♥
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
♥♥Love••♥

^_________________^
1 คะแนน  | 
๛bEnTo๛
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
♥........♂♀........♥
ทรงพระเจริญค่ะ
1 คะแนน  | 
หมูแดง
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
รอน..ร่อน...ร้อนนนนน......
คุณเวย์คะ รบกวนใช้คำให้สุภาพในกระทงของในหลวงนะคะ และอย่านำหรือชักโยงเรื่องอื่นๆมาเกี่ยวข้องในกระทงของของในหลวงค่ะ ขอบคุณค่ะ
21 คะแนน  | 
koykom
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
โย่วแก่ไปอีกปีแว้วววววว
ขอบคุณสำหรับกระทงดีดี..ก้อยจ่ายตอนที่1แล้วกันค่ะ
1 คะแนน  | 
caty
เมื่อ มากกว่า 3 ปีที่แล้ว
กระดาษทรายคือใจเธอ สากเสมอสำหรับฉัน เมื่อลองสัมผัสมัน แสบเจ็บคันอย่าบอกใคร
ขอบคุณที่หามาให้อ่านค่ะ..
1 คะแนน  | 
เสนอบทวิจารณ์กระทงด้วย Facebook
โปรดละเว้นการโพสข้อความหรือภาพอันผิดกฎหมาย หรือลบหลู่สถาบันหลักของชาติ ระบบจะบันทึก IP Address ของท่านตามกฎของกระทรวง​หากเราถูกดำเนินคดี ข้อมูลของท่านจะถูกส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป
ขอความกรุณาอย่างพึ่งโพสต์ กระทง/กระทู้/บทวิจารณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ขอบคุณค่ะ
เรื่องเด็ด: ไม่ธรรมดา


กระทงล่าสุดโดย: augrust



แนะนำจาก Facebook
เพื่อนคุณจาก Facebook


คุณสามารถใช้บัญชี Facebook กับเว็บ @cloud ได้