|
โดย
ตำรวจสาว
เป็นกระทงร้อน
11 เดือนที่แล้ว ถ้ามีเรื่องอยากสอบถามพี่ดำประเด็นใด ฝากใว้ในกระทู้เบอร์โทร วันจันทร์พี่ดำกลับมาตอบ..ตอนนี้พี่ดำติดธุระด่วนค่ะ..
จากคอมพิวเตอร์ของผู้โพส
Tag:
37 บทวิจารณ์ |
2,462 คนอ่าน
|
|
วีดีโอคลิป
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
![]()
พิธีกรรม และขั้นตอนการปลงศพของชาวโรมันคาทอลิกชุมชนบ่งกะแทว มีพิธีกรรมคล้ายๆกับชาติตะวันตกที่นับถือศาสนาคริสต์ แต่จะมีขั้นตอนหลายๆขั้นตอนซึ่งเป็นแบบไทยอย่างชัดเจน เช่น บทสวดภาวนาเป็นภาษาไทย การเซ่นไหว้ กราบไหว้ ความเชื่อเกี่ยวกับผีและวิญญาณแบบชาวไทยอีสาน เป็นต้น ชาวคาทอลิกชุมชนบุ่งกระแทวมีความเชื่อว่า คนป่วยหนักใกล้จะเสียชีวิตนั้นเพราะพระเป็นเจ้าต้องการเรียกวิญญาณเข้าเฝ้า พระองค์เพื่อตัดสินพิพากษาโทษ ถ้าเป็นคนดีจะได้รับใช้พระเจ้าบนสวรรค์ หากยังมีบาปติดตัวเพียงเล็กน้อยหรือมีบาปเบา จะต้องอยู่ในไฟชำระเพื่อให้เผาผลาญบาปให้หมดสิ้นเสียก่อน จึงจะไปสวรรค์ได้ แต่ถ้าหากมีบาปหนักแม้แต่ข้อเดียว ต้องตกนรกอยู่กับปีศาจตลอดไป
<สุสานชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ของชุมชนบุ่งกระแทว> พิธีกรรมก่อนตาย ชาวคาทอลิกเรียกว่า "พิธีเจิมคนป่วย" เป็นพิธีกรรมการให้กำลังใจคนป่วยก่อนจะสิ้นใจ ให้ตายในศีลในพรของพระเป็นเจ้า คนป่วยบางคนที่ได้รับการเจิมแล้วหายเป็นปกติก็มี ดังนั้นคนป่วยหนักใกล้ตายจะต้องได้รับการเจิมทุกคน เว้นแต่เป็นการตายแบบกระทันหัน ขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมการเจิมคนป่วย เมื่อมีคนป่วยหนักใกล้จะเสียชีวิต ญาติพี่น้องจะต้องรีบเชิญบาทหลวงไปประกอบพิธีกรรมยังสถานที่ๆคนป่วยไปรักษาตัวทันที ซึ่งบาทหลวงจะต้องสวมเสื้อ Alba สีขาวและสวมผ้าห้อยคอ (stola) สีม่วง นำน้ำศักสิทธิ์ศีลมหาสนิทน้ำเสก และหนังสือประกอบพิธีกรรมไปด้วย
ขั้นตอนการดำเนินงาน บาทหลวงจะสอบถามอาการและแก้บาปให้คนป่วยถ้าสามารถทำได้
แล้วอธิบายความหมายของพิธีกรรมอันศักสิทธิ์แก่ผู้ป่วยและญาติให้เข้าใจ
จากนั้นสวดภาวนาพร้อมกัน ผู้นำประพรมน้ำเสกที่คนป่วยแล้วสวดภาวนาต่อจนเสร็จ
นิ่งเงียบ 1 นาที ![]() เมื่อมีชาวคาทอลิกเสียชีวิตในชุมชนบุ่งกะแทว ญาติจะรีบไปแจ้งแก่บาทหลวงเจ้าอาวาส ในโบสถ์ทันที แล้วทางโบสถ์จะตีระฆังย่ำห่างกันหลายๆครั้ง ชาวชุมชนเมื่อได้ยินเสียงระฆังในลักษณะแบบนี้ จะรู้ทันทีว่ามีคนตาย ญาติจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านหรือศาลาหน้าโบสถ์ก็ได้ ญาติจะนำศพอาบน้ำเพื่อทำความสะอาดศพทันที แล้วนำเข้าโลงปิดฝา แต่ยังไม่ตอกตะปู จากนั้นจะทำการประดับประดาโลงด้วยดอกไม้และไฟกะพริบ เตรียมธูปเทียนเพื่อให้เพื่อนบ้านใช้จุดเคารพศพ ตอนเย็นจะมีการสวดอภิธรรมศพคาทอลิกเรียกว่า "พิธีสวดหน้าศพ"
ชาวชุมชนบุ่งกะแทวที่เคารพนับถือและรู้จักมักคุ้นกับคนตายจะทยอยเดินทางมาเคารพศพ
ซึ่งบางคนจะนำพวงหรีดมาเคารพด้วย การเคารพศพของชาวคาทอลิกนั้น จะจุดธูป
1 ดอก หรือ 3 ดอก บางคนอาจจะจุดเทียน 2 เล่มด้วยก็ได้ พนมมือสวดในใจสั้นๆเท่านั้น
เพื่อขอขมาบอกกล่าวแก่คนตายโดยไม่มีการกราบและรดน้ำศพ หลังจากพิธีสวดศพตอนเช้า ญาติของคนตายส่วนหนึ่งจะช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธีกรรมการปลงศพ คูหาบรรจุศพและดอกไม้ธูปเทียน เมื่อจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็จะเริ่มพิธีต่างๆตามลำดับ - เวลา 13.00 น. ลูกหลาน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงของคนตาย จะไปรวมกัน เพื่อเปิดดูหน้าคนตายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปิดฝาโลงและตอกตะปูให้เรียบร้อย
<บาทหลวงประกอบพิธีเสกโลงศพในพิธีปลงศพที่สุสาน> -เวลา 13.30 รถประจำสุสานจะมารับศพเพื่อเคลื่อนย้ายไปที่สุสาน ผู้ที่มีฐานะดีหรือเป็นข้าราชการอาจจะจ้างวงดุริยางค์นำขบวนเพื่อเป็นเกียรติแก่คนตาย เมื่อไปถึงสุสานจะจัดการวางศพในศาลาแล้วตกแต่งโลงศพ เช่น จัดดอกไม้ วางพวงหรีด วางรูปคนตาย ประวัติคนตาย และจัดเตรียมสถานที่เพิ่มเติมให้เรียบร้อยก่อนถึงเวลา 14.00 น. -เวลา 14.00 น. บาทหลวงจะทำพิธีเสกคูหาที่จะใช้บรรจุศพประมาณ 5 นาที แล้วกลับมา บาทหลวงผู้นำทุกองค์เข้าประจำพระแท่นบูชาเพื่อประกอบพิธีกรรมการถวายบูชามิสซาการปลงศพต่อไป เมื่อจบพิธีกรรมการถวายบูชามิสซา บาทหลวงประธานเคารพศพ จากนั้นเดินประพรมน้ำเสกลงบนโลงศพ เสร็จแล้วพิธีกรอ่านประวัติของคนตาย บาทหลวงผู้นำทุกองค์นำดอกไม้ไปวางลงบนโลงศพแล้วเดินทางกลับ จากนั้นญาติพี่น้องลูกหลานของคนตายและแขกรับเชิญนำดอกไม้วางบนโลงศพต่อจนหมดทุกคน แล้วทยอยเดินทางกลับไปบ้านเจ้าภาพ
<ผู้ข้าร่วมพิธีกำลังวางดอกไม้ลงบนโลงศพเพื่อส่งวิญญาณผู้ตาย> ญาติพี่น้องลูกหลานของคนตายจะหามโลงศพนำเข้าไปบรรจุในคูหาที่เตรียมไว้ เสร็จแล้วก็ปิดคูหา โดยใช้เวลาประกอบพิธีปลงศพประมาณ 1.30 ช.ม. และเดินทางกลับบ้าน นำอาหารที่เตรียมไว้มาเลี้ยงแขกทุกๆคน หลังจากนั้นจะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่คนตายเมื่อครบ 100 วันหรือครบรอบปีของการตาย โดยการสวดภาวนาที่บ้านหรือไปร่วมพิธีกรรมถวายบูชามิสซาอุทิศแก่คนตายที่โบสถ์ นอกจากนี้ในวันเสกสุสานประจำปียังเป็นวันที่ชาวคาทอลิกทุกคนไปรวมกันที่สุสานเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษ ทำบุญ เซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษของตนโดยพร้อมเพรียงกัน 1. ขั้นเตรียมการประกอบพิธีกรรมของผู้นำ พระ สังฆราชและบาทหลวงเจ้าอาวาสโบสถ์ ได้กำหนดวันเวลาในการประกอบพิธีกรรมการเสกสุสานประจำปี ซิสเตอร์ประจำโบสถ์จะนำไปให้เสมียนพิมพ์ประกาศส่งไปตามโบสถ์ต่างๆทั่วสังฆ มณฑล อุบลราชธานี เพื่อประกาศให้ชาวคาทอลิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ ชาวคาทอลิกจึงจะมีเวลาในการทำความสะอาดสุสานและเตรียมวัตถุสิ่งของมาร่วม พิธีกรรมได้ทุกคน ส่วนผู้ที่อยู่ไกลๆเช่น กรุงเทพฯ ญาติจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า -ขั้นเตรียมวันและเวลาในการประกอบพิธีกรรม หลังจากที่บาทหลวงได้กำหนดวันและเวลาในการประกอบพิธีกรรมการเสกสุสานประจำปีแล้ว ซิสเตอร์ประจำโบสถ์จะพิมพ์ประกาศไปตามโบสถ์ต่างๆทั่วสังฆมณฑล อุบลราชธานี กำหนดให้พิธีกรประกาศในโบสถ์หลังพิธีกรรมการถวายบูชามิสซาวันอาทิตย์ และติดประกาศไว้ที่บอร์ดหน้าโบสถ์ก่อนจะถึงวันเสกสุสานไม่น้อยกว่า 3 สัปดาห์ ในประกาศนั้นจะบอกวันและเวลาของพิธีกรรมการเสกสุสานประจำปี เพื่อให้ชาวคาทอลิกเริ่มไปทำความสะอาด ทาสีคูหาบรรจุศพบรรพบุรุษของตนตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป
<ชาวคาทอลิกกำลังทำความสะอาดและทาสีคูหาบรรจุศพบรรพบุรุษของตน> - ขั้น เตรียมสถานที่ ชาวคาทอลิกชุมชนบุ่งกะแทวจะช่วยกันทำความสะอาดโบสถ์ ทาสีคูหาบรรจุศพบรรพบุรุษของตนภายในสุสาน ซึ่งจะต้องให้เสร็จภายในสองวัน ในเช้าวันศุกร์จะช่วยกันเตรียมสถานที่ เช่น กางเต็นท์ จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ เตรียมเครื่องขยายเสียง เครื่องไฟฟ้า ภายในศาลาร่วมมิตร จะต้องให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 17.00 น. ของวันศุกร์ อุปกรณ์สิ่งของที่ใช้ภายประกอบพิธีกรรม ซิสเตอร์ประจำโบสถ์จะติดต่อกับเยาวชนของชุมชนบุ่งกะแทว เพื่อให้มาช่วยเตรียมวัตถุสิ่งของต่างๆ 1.พระแท่นบูชา ประดับตกแต่งพระแท่นบูชาและเตรียมไม้กางเขน จัดเตรียมบทอ่านของพิธีกรและพระคัมภีร์ของประธาน จัดโต๊ะหมู่บูชา และเตรียมผ้าเช็ดถ้วยกาลิกษ์และจานรองแผ่นปัง 2.เครื่องแต่งกายของผู้นำและผู้ช่วยทำพิธี มีการทำความสะอาดเครื่องแต่งกาย การจัดเตรียมเสื้อ Gazula สีดำของประธาน และเตรียมผ้าห้อยคอ Stola สีม่วงของผู้นำร่วม
<เสื้อ Gazula สำหรับผู้นำสวมใส่ทำพิธี> 3.เครื่องบูชา เช่น จัดดอกไม้ใส่แจกัน พานพุ่ม กระเช้าเพื่อประดับพระแท่นบูชาและโต๊ะหมู่บูชา เตรียมธูปเทียนให้ประธานใช้ประกอบพิธี
<ชาวคาทอลิกกำลังจัดเตรียมดอกไม้เพื่อเป็นเครื่องบูชา และใช้ประดับคูหาบรรจุศพบรรพบุรุษของตน> 4.เครื่องถวายบูชายัญ เช่น จัดเตรียมแผ่นปังใหญ่ของผู้นำและเตรียมแผ่นปังเล็กให้พียงพอแก่ผู้เข้าร่วมพิธี ที่ต้องการรับศีลมหาสนิท ตลอดจนเตรียมเหล้าองุ่นและน้ำสะอาดใส่ภาชนะให้เรียบร้อย 5.ภาชนะใส่เครื่องบูชาและเครื่องถวายบูชายัญ เช่น เตรียมถ้วยกาลิกษ์ จานรองแผ่นปัง ขวดน้ำ ขัน แจกันดอกไม้ เชิงเทียน ถุงทาน และภาชนะบางอย่างเพื่อใส่ถวายร่วมบูชายัญของผู้เข้าร่วมพิธีกรรมด้วย เช่น ถาด จาน ถ้วย กาละมัง เป็นต้น
<ถ้วยกาลิกษ์แบบมีฝาปิดและไม่มีฝาปิดขนาดต่างๆที่ใช้ในพิธีกรรมการถวายบูชามิสซาเสกสุสานประจำปี> 6.วัตถุ สิ่งของอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประกอบพิธีกรรม ได้แก่ หนังสือประกอบพิธีกรรมสำหรับผู้นำ หนังสือบทอ่านของพิธีกร หนังสือบทอ่านจากพระคัมภีร์ หนังสือบทเพลงสาธุการของผู้เข้าร่วมพิธีกรรม หมายกำหนดการต่างๆ ตลอดจนน้ำเสกและกระดิ่ง การจัดเตรียมวัตถุสิ่งของต่างๆของซิสเตอร์ประจำโบสถ์นี้ จะต้องแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 17.00 น. ของวันศุกร์ เพราะในเวลา 19.30 น. ของวันเดียวกันจะมีวจนพิธีกรรมการสวดภาวนาอุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับทุกคนภายใน สุสานด้วย
<กระดิ่งทองเหลืองที่ใช้ในพิธีกรรมการถวายบูชามิสซาเสกสุสานประจำปี> 2.ขั้นเตรียมการของชาวคาทอลิก ชาวคาทอลิกชุมชนบุ่งกะแทวเมื่อทราบวันเวลาจัดพิธีเสกสุสานประจำปีอย่างเป็นทางการแล้ว ก็จะส่งข่าวให้กับญาติพี่น้องที่อยู่ไกล และต้องเตรียมการและวัตถุสิ่งของดังต่อไปนี้ 1.เตรียมสถานที่ชาวคาทอลิกจะไปทำความสะอาดคูหาบรรจุศพบรรพบุรุษของตนและทาสีให้เป็นสีขาว การจัเตรียมสถานที่นี้จะต้องทำให้เสร็จก่อนถึงวันทำพิธีกรรมอย่างน้อย 1 วัน 2.เตรียมเครื่องบูชาชาวคาทอลิกที่เป็นผู้หญิงจะจัดเตรียมเครื่องบูชาในตอนเย็นวันศุกร์ก่อนจะถึงวันจัดพิธีกรรมในวันรุ่งขึ้น ทุกหลุมศพจะต้องประดับด้วยดอกไม้มากน้อยขึ้นอยุ่กับฐานะ หรืออาจจะจ้างคนอื่นมาจัดก็ได้ ซึ่งอาจจะจัดในรูป กระเช้า แจกัน พานพุ่ม กระถาง เพื่อให้เกิดความสวยงาม 3.เตรียมเครื่องแต่งกายชาวคาทอลิกส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดสีดำและสีขาวเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้กับวิญญาณบรรพบุรุษ 4.เตรียมเครื่องถวายร่วมบูชายัญเครื่องบูชายัญแด่พระเป็นเจ้าที่หาได้สะดวกที่สุดก็คือเงิน นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมพิธีบางส่วนจะนำอาหาร เช่นพืช ผัก ผลไม้ชนิดต่างๆ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม เป็นต้น บางส่วนจะนำเหล้าองุ่น แผ่นปัง ดอกไม้ ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรมมาเป็นเครื่องถวายร่วมบูชาด้วย จะต้องจัดเตรียมให้เรียบร้อยตั้งแต่เย็นวันศุกร์
<เครื่องถวายร่วมบูชายัญของผุ้เข้าร่วมพิธีกรรม> 5.เตรียมเครื่องสังเวยเตรียมอาหารคาว เช่น หมู เป็ด ไก่ ปลา จะต้องอบนึ่ง ปิ้ง ย่าง ต้ม ให้สุกเสียก่อน เตรียมอาหารหวาน เช่น ผลไม้และขนมต่างๆ ตลอดจนเครื่องดี่ม เช่น เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม น้ำสะอาด
<เครื่องสังเวยเซ่นวิญญาณบรรพบุรุษของกลุ่มชาติพันธุ์เวียดนามและจีน> 6.เตรียมอาหาร เตรียมอาหารบางส่วนไปรับประทานกันภายในสุสาน
หลังสิ้นสุดพิธีกรรมแล้ว รายการอาหารส่วนใหญ่จะเป้นอาหารที่ปรุงง่ายๆ
เช่น ส้มตำ ไก่ทอด เนื้อทอด หมูทอด ลาบเนื้อ ลาบหมู ฯลฯ นอกจากนี้จะต้องเตรียมภาชนะสำหรับใส่อาหารให้เพียงพออีกด้วย
<พิธีกรรมการถวายบูชามิสซาเสกสุสานประจำปี> 2.ขั้นดำเนินงานพิธีกรรมการถวายบูชามิสซ าเสกสุสานประจำปี ก่อน จะถึงเวลา 8.00 น. ชาวคาทอลิกจะเตรียมวัตถุสิ่งของต่างๆที่จะนำไปใช้ในพิธี จากนั้นก็ทำการปูเสื่อ นำธูปเทียน ดอกไม้ออกมาวางไว้หน้าหลุมศพบรรพบุรุษ พระสังฆราชซึ่งเป็นประธานในพิธีและบาทหลวงผู้นำร่วมทุกองค์จะสวมเสื้อคลุม ยาวสีขาว รัดเอวด้วยเชือกสีแดงห้อยคอด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ ตั้งขบวนจากประตูสุสาน นำหน้าขบวนโดยผู้ช่วยพิธีถือไม้กางเขนขนาดยาว ต่อด้วยผู้นำร่วมและปิดท้ายขบวนด้วยประธาน เดินเข้าไปในศาลาร่วมมิตรหยุดตรงพระแท่นบูชา 1 ครั้ง แล้วเข้านั่งตามที่ได้จัดไว้ให้เฉพาะ
ขั้นตอนดำเนินงานจะแบ่งเป็น 3 ภาค คือ 1.ภาคเริ่มพิธี
<บาทหลวงผู้นำร่วมกำลังประกอบพิธีประพรมน้ำเสกลงบนหลุมศพในสุสาน> พิธีเริ่มเวลา 08.00 น พิธีกรเชิญทุกคนยืนขึ้น และนำขับร้องเพลงเริ่มพิธี 1 เพลง เพลงในหนังสือเพลงสาธุการ 2 ของสังฆมณฆลอุบลราชธานี เพลงเริ่มพิธีมีถึง 20 เพลง แต่พิธีกรจะเลือกเพลงใดเพลงหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม เมื่อจบเพลงเริ่มพิธีแล้วประธานขึ้นแท่นเริ่มพิธี โดยเปิดหนังสืออ่านประกอบพิธี ประธานนำสวดภาวนาแล้วใช้มือขวาทำเครื่องหมายไม้กางเขน บนหน้าผาก หน้าอก ไหล่ทั้งสองข้างของตนเอง พร้อมกับสวดภาวนาพร้อมกันว่า "เดชะพระนาม" จากนั้นคาทอลิกที่เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคน ก็จะทำตามประธาน แล้วสวดภาวนาพร้อมกันว่า "พระบิดา และพระบุตรและพระจิต อาเมน" ทุกคนพนมมือก้มศรีษะสักครู่แล้วลดมือลง จากนั้นจะเป็นบทสวดภาวนาตอบรับกันระหว่างประธานและคาทอลิกที่เข้าร่วมพิธีกรรม 2.ภาควจนพิธีกรรม พิธีกร เชิญทุกคนนั่งลง ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคนพนมมือรับฟัง พิธีกรอ่ายบทอ่านที่ 1,2 จากหนังสือพระคัมภีร์เก่าหรือหนังสือพระคัมภีร์ใหม่ก็ได้ ซึ่งจะเป็นบทความสั้นๆ ที่เป็นคติสอนใจผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคน ทันทีที่จบบทอ่านที่ 1,2 พิธีกรจะพูดว่า นี่คือพระวาจาของพระเจ้า ทุกคนพูดรับพร้อมกันว่า ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เมื่อจบบทอ่านที่ 1 ก่อนจะอ่านบทอ่านที่ 2 จะเป็นบทสร้อยและบทอ่านสดุดีพระเป็นเจ้า 1 เพลง เมื่อ จบเพลงประธานลุกขึ้นเดินไปยืนบนแท่นอ่านหนังสือ พิธีกรเชิญทุกคนยืนขึ้นพนมมือรับฟังบทอ่านจากประธาน พิธีกรจะเชิญให้ทุกคนนั่งลง ประธานจะยืนบนแท่นอ่านหนังสือแสดงพระธรรมเทศนาประมาณ 20 นาที เมื่อจบแล้วประธานและผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทำเครื่องหมายไม้กางเขนพร้อมกัน พิธีกรจะเชิญให้ทุกคนยืนขึ้น ผุ้อาวุโสที่เข้าร่วมพิธีกรรมประมาณ 5-6 คน ถือถุงทานคนละอันไปขอรับบริจาคจากผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคน ซึ่งจะมีผู้หยอดเงินใส่ถุงเกือบทุกคน ในแต่ละปีจะได้เงินประมาณ 2-3 หมื่นบาท จากนั้นจะรวบรวมเงินใส่ขันเพื่อนำไปเป็นเครื่องถวายร่วมบูชายัญต่อพระเป็น เจ้า ในขณะที่รับบริจาคทุกคนจะสวดภาวนาไปด้วย
<หลุมฝังศพผู้ยากไร้ที่ได้รับการเซ่นไหว้จากลูกหลาน> 3.ภาคบูชาขอบพระคุณ (ถวายบูชายัญ) พิธีกรเชิญทุกคนนั่งลงและนำขับร้องเพลงถวายบูชายัญ 1-2 เพลง ในหนังสือเพลงสาธุการ 2 ของสังฆมณฑลอุบลราชธานี ซึ่งในบทนี้มีเพลงถวายบูชายัญ 33 เ พลง จะเลือกเพลงใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม ขณะที่ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมขับร้องเพลงพร้อมกันนั้น ผู้เข้าร่วมพิธีส่วนหนึ่งประมาณ 50-60 คน ไปยกเครื่องถวายบูชายัญของโบสถ์ เช่น เทียนที่ตั้งอยู่บนจุดไฟแล้ว 1 คู่ ถ้วยกาลิกษ์บรรจุเหล้าองุ่น แผ่นปัง แจกันดอกไม้ และเครื่องถวายร่วมบูชายัญของผู้เข้าร่วมพิธีกรรมนำมาถวาย เช่น เงินบริจาค พืชผัก ผลไม้ต่างๆ เนื้อสัตว์ ขนม น้ำอัดลม น้ำเปล่า กระเช้าดอกไม้ ผู้ที่มาเข้าร่วมพิธีจะถือเครื่องถวายบูชายัญคนละอย่างสองอย่างยืนเข้าแถวรออยู่กลางศาลา ประธานจะออกมายืนหน้าพระแท่น ทุกคนถวายแด่ประธาน เครื่องบูชายัญของโบสถ์ ผู้นำนำไปวางไว้ที่พระแท่นบูชา ส่วนเครื่องถวายร่วมบูชายัญของผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทั้งหมดนั้น เมื่อถวายแด่ประธานแล้ว จะวางไว้ด้านหน้าพระแท่นบูชา ประธาน อวยพรแก่ผู้ยกเครื่องถวายบูชายัญ แล้วทุกคนเดินกลับไปนั่งที่เดิม ส่วนประธานเข้าประจำที่พระแท่นบูชา เปิดฝาถ้วยเหล้าองุ่นออก ผู้ช่วยพิธีนำน้ำสะอาดจากขวดใบเล็กๆมาให้ผสมเหล้าองุ่นพร้อมกับล้างมือให้ ประธานด้วย แล้วผู้นำร่วมทุกองค์เดินมาสมทบกับประธาน ที่พระแท่นบูชา โดยประธานจะยืนอยู่ตรงกลาง เพื่อทำพิธีเสกและถวายเครื่องบูชายัญแด่พระเป็นเจ้า หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีจะรับศีลมหาสนิทสำหรับผู้ที่เตรียมมาอย่างดี ได้แก้บาป สารภาพบาป ต่อบาทหลวงและได้รับการยกบาปแล้วจึงจะพ้นมลทิน ดังนั้นผู้ที่ต้องการรับศีลออกไป ยืนเข้าแถวเรียงสองกลางศาลา อาจจะตั้งแถวนอกศาลาหลายๆจุด ก็ได้เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการรับศีลมหาสนิท พิธีกรจะนำขับร้องเพลงรับศีลมหาสนิท 2-3 เพลง ในหนังสือเพลงสาธุการ 2 ของสังฆมณฑลอุบลราชธานี ในบทเพลงจะเกี่ยวกับผู้ตาย 10 เพลง จะเลือกเพลงใดก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม เมื่อประธานและผู้นำร่วมดื่มเหล้าองุ่นจนครบหมดแล้ว ประธานจะนั่งรอที่เก้าอี้ ส่วนบาทหลวงผู้นำร่วมที่แข็งแรง 7-8 องค์ จะนำถ้วยกาลิกษ์บรรจุแผ่นปังเล็กที่ทำการเสกให้เป็นศีลมหาสนิทแล้ว เดินไปแจกแก่ผู้เข้าร่วมพิธี ซึ่งจะแจกให้คนละแผ่น ผู้รับศีลยื่นมือซ้ายทับมือขวายกขึ้นในระดับอกของตน ผู้นำร่วมใช้มือข้างขวาหยิบแผ่นศีลยกขึ้นแล้วพูดว่า ผู้นำร่วม "พระกายพระคริสตเจ้า" ผู้รับศีล "อาเมน"
<การเซ่นไหว้วิญญาณบรรพบุรุษของกลุ่มชาติพันธ์เวียดนามและจีน> ผู้รับศีลจะใช้มือขวาหยิบเข้าปากแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิมโดยอมศีลไว้ในปากจนกว่าจะละลายไปเอง(ห้ามเคี้ยว) ผู้นำร่วมเมื่อทำการแจกศีลจนหมดทุกคนแล้ว จะถือถ้วยกาลิกษ์กลับพระแท่นบูชา แล้วทำการรวบรวมศีลมหาสนิทลงในถ้วยใบเดียวกัน และปิดฝาให้เรียบร้อยวางลงก่อน ผู้ช่วยพิธีเทน้ำสะอาดจากภาชนะบรรจุลงในถ้วยกาลิกษ์ให้ผู้นำที่รวบรวมศีลดื่ม เสร็จแล้วทำความสะอาดถ้วยกาลิกษ์นั้น โดยใช้ผ้าเช็ดข้างนอกข้างในแล้วเก็บไว้ ประธานขึ้นพระแท่นบูชาอีกครั้งเพื่อสวดภาวนาหลังรับศีลมหาสนิท ประธานจะกลับมานั่งที่เดิม ส่วนผู้เข้าร่วมพิธีที่เหลือจะไปทำพิธีเสกสุสาน โดยเดินออกจากศาลาร่วมมิตรพร้อมกับผู้ ช่วยทำพิธีที่ถือขันน้ำเสก เมื่อถึงหลุมศพที่ญาติๆนั่งรวมกัน ผู้นำร่วมจะใช้พุ่มดอกไม้หรือใบไม้จุ่มลงไปในน้ำเสกแล้วประพรมลงบนหลุมศพเหล่านั้น และญาติพี่น้องที่นั่งพนมมือก้มศรีษะรออยู่แล้ว เมื่อได้รับน้ำเสกจะทำเครื่องหมายไม้กางเขนทันที ผู้นำร่วมพร้อมกับผู้ช่วยพิธีจะเดินประพรมน้ำเสกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะบรรจบกับผู้นำร่วมองค์อื่นๆ ที่ทำพิธีเช่นกัน ในการเดินเสกสุสานนั้นจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที เมื่อทำพิธีประพรมน้ำเสกจนทั่งสุสานแล้ว ก็จะกลับพระแท่นบูชา ผู้ช่วยพิธีนำขันน้ำเสกไปเก็บ และเมื่อมาครบหมดทุกองค์แล้วก็จะทำการปิดพิธี 3.ขั้นสิ้นสุดพิธีกรรม เมื่อผู้นำร่วมกลับมาจนครบทุกองค์แล้ว จะนั่งพักรอพิธีกรอ่านประกาศต่างๆ เช่น จดหมายจากพระสันตปาปาประมุขคาทอลิก ฯลฯ เมื่อประกาศเสร็จแล้ว ประธานยืนที่พระแท่นบูชา ผู้นำร่วมยืนพนมมือข้างประธาน แล้วทำพิธีปิด การประกอบพิธีกรรมการเสกสุสานประจำปีของชาวโรมันคาทอลิกชุมชนบุ่งกะแทวเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.00 น . จนถึงขั้นสิ้นสุดพิธีกรรมเวลา 10.00 น. รวมเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พิธีกรรมนี้จึงจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์
<การร่วมวงรับประทานอาหารในสุสานหลังจากสิ้นสุดพิธีกรรม> หลังจากทำพิธีกรรมทุกคนจะแยกย้ายไปจุดธูปเทียนกล่าวอำลาวิญญาณบรรพบุรุษอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงเก็บภาชนบรรจุสิ่งของและวัตถุสิ่งของที่เหลือกลับบ้าน ผู้ที่นำอาหารมาจะล้อมวงทำการปรุงรสทันที หลังจากนั้นจะล้อมวงทานรวมกัน ซึ่งจะเสร็จสิ้นเวลาประมาณ 12.00 น. ส่วนคณะกรรมการสภาวัด นายสุสาน และผู้ช่วยนายสุสาน จะช่วยกันเก็บวัตถุอุปกรณ์สิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในการประกอบพิธีกรรม ทำความสะอาดภายในสุสาน วัตถุสิ่งของต่างๆส่วนหนึ่งจะเก็บไว้ที่ห้องเก็บของในศาลาร่วมมิตร เพื่อนำมาใช้ในปีต่อไป ![]() พิธีกรรมการสวดภาวนาอุทิศให้แก่วิญญาณไฟชำระ จะประกอบพิธีในคืนวันศุกร์ตั้งแต่เวลา 19.30 น. เป็นต้นไปจนถึงเวลา 20.30 น. ใช้เวลาประกอบพิธีกรรม 1 ชั่วโมง พิธีนี้จะมีขึ้นก่อนพิธีกรรมเสกสุสาน บาทหลวงเจ้าอาวาสและและบาทหลวงปลัดเป็นผู้นำในการประกอบพิธีกรรมที่พระแท่นบูชาภายในศาลาร่วมมิตร (ศาลาพักศพที่ตั้งอยู่กลางสุสาน)
<วจนพิธีกรรมการสวดภาวนาอุทิศให้แก่วิญญาณในไฟชำระในคืนวันศุกร์> ขั้นตอนการประกอบพิธี ก่อนจะถึงเวลาประกอบพิธีกรรม ทางโบสถ์จะตีระฆังบอกเวลาในเวลา 18.30 น. 19.00 น. และ 19.20 น. ตามลำดับ เป็นจำนวน 3 ครั้ง ชาวคาทอลิกจะเดินทางไปสุสานทันที หลังจากจุดธูปเทียนไหว้วิญญาณบรรพบุรุษ ก็ไปนั่งร่วมพิธีในศาลาร่วมมิตร เจ้าอาวาสจะเดินทางมาร่วมพิธีและนั่งต่อหน้าพระแท่น ขั้นตอนการดำเนินงานจะแบ่งเป็น 2 ภาค คือภาคสวดสายประคำอุทิศให้แก่วิญญาณไฟชำระ และภาควนจพิธีกรรม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1. ภาคสวดสายประคำอุทิศให้แก่วิญญาณไฟชำระ พิธี เริ่มขึ้นเวลา 19.30 น. พิธีกรจะนำสวดภาวนาก่อน จากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีสวดภาวนาจะรับกันเป็นช่วงๆ สลับกันไป ภาคสวดสายประคำอุทิศให้แก่วิญญาณในไฟชำระ จะสวดเป็นบทๆ 1 สายประคำบทสวด พิธีกรจะนำสวดภาวนา และใช้มือขวาทำเครื่องหมายไม้กางเขน บนหน้าผาก หน้าอก ไหล่ทั้งสองข้างตนเอง พร้อมกับสวดภาวนาว่า "เดชะพรนาม" จากนั้น คาทอลิกทุกคนก็จะทำตามพิธีกร แล้วสวดภาวนาพร้อมกันว่า "พระบิดา และพระบุตร และพระจิต อาเมน " ทุกคนพนมมือก้มศรีษะสักครู่แล้วลดมือลง พิธีกรจะนำสวดภาวนาบทร้องหาพระจิต บทสัญลักษณ์ของอัครสาวก บทภาวนาของพระคริสตเจ้า บทคำนับของเทวทูต บทสิริพึงมี ซึ่งแต่ละบทพิธีกรจะนำสวดก่อน จากนั้นชาวคาทอลิกที่เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคนจะสวดรับพร้อมกัน 2.ภาควจนพิธีกรรม พิธีกรจะอ่านบทที่ 1 และ 2 จากหนังสือพระคัมภีร์เก่าหรือหนังสือพระคัมภีร์ใหม่ก็ได้ ซึ่งจะเป็นบทความสั้น ๆที่เป็นคติสอนใจผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคน ทันทีที่จบบทอ่านที่ 1 และ 2 พิธีกรจะพูดว่า นี่คือพระวาจาของพระเจ้า ทุกคนพูดรับพร้อมกันว่า ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้า เมื่อจบบทอ่านที่1 ก่อน พิธีกรจะอ่านบทที่ 2 จะเป็นบทสร้อยและบทเพลงสดุดีพระเป็นเจ้า 1 เพลง เมื่อพิธีกรอ่านจบบทอ่านที่ 2 แล้ว ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคน พนมมือฟังประธานอ่านบทอ่านจากหนังสือพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นบทอ่านที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวข้องกับบทอ่านของพิธีกร และเป็นบทสอนใจของผู้ที่เข้าร่วมพิธีกรรม เมื่ออ่านจบประธานพูดว่า นี่คือพระวาจาของพระเจ้า ทุกคนพูดรับพร้อมกันว่า ขอพระคริสตเจ้าจงทรงพระเจริญเทอญ จากนั้นประธานแสดงพระธรรมเทศนา ซึ่งเป็นการอธิบายบทอ่านต่างๆ นำมาประยุกต์ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตของคาทอลิกที่ดี โดยจะใช้เวลาในการแสดงพระธรรมเทศนาประมาณ 10 นาที เมื่อ ประธานแสดงพระธรรมเทศนาจบแล้ว ผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทุกคนจะขับร้องเพลงสรรเสริญพระเป็นเจ้าพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นเพลงเกี่ยวกับผู้ตาย และอ้อนวอนพระเป็นเจ้าให้อภัยบาปและรับวิญญาณในไฟชำระให้ไปอยู่ในสวรรค์ร่วม กับพระองค์ด้วย บทขับร้องเพลงจากหนังสือเพลงสาธุการ 2 ของสังฆมณฑล อุบลราชธานี ซึ่งจะขับร้องประมาณ1-2 เพลง เมื่อจบบทเพลงแล้วประธาน เข้าประจำที่พระแท่นบูชา ทำพิธีอวยพรโดยการยกมือขวาขึ้นทำเป็นเครื่องหมายไม้กางเขนตามประธาน จากนั้นทุกคนพร้อมกันสวดภาวนา ปิดพิธี 1-2 บท เสร็จทุกขั้นตอนวจนพิธีกรรมการสวดภาวนาอุทิศให้แก่วิญญาณในไฟชำระในเวลา 20.30 น. โดยใช้เวลาในการประกอบพิธีกรรมประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นก่อนที่ทุกคนจะจะแยกย้ายกันกลับบ้าน จะไปจุดธูปเทียนกราบไหว้หลุมศพบรรพบุรุษอีกครั้ง ส่วนวัตถุสิ่งของที่ใช้ในการประกอบพิธีซิสเตอร์และเยาวชนจะช่วยกันเก็บของไว้ในห้องเก็บของภายในศาลาร่วมมิตร และปิดประตูเข้าสุสานประมาณ 22.00 น. |


































![[LG and Friends] ตอนแมลงสาป ฮาดีอยากให้ดู](http://statics.atcloud.com/files/entries/7/78297/images/1_mini.jpg)































อิอิ โหดเหมือน จขกท เลย
อิอิ..
.
..
.
หมดแย้วว ค่ะ..
โอ้........คิดได้ไง.........อยากได้เค้กอันแรกอ่ะ.......
good
อ้วกแตกกันไหมละเจ๊
อิทส์ ฟอร์ ยู 555+
ชอบรูปเค้กอันแรกอ่ะ.....ทำได้อารมณ์ดีจริงๆ
Your Story is Very Good
I am Vote is Your +3
แข่งกันหม่ำเหรอ
ขำๆค่ะ
โดนซ๊ะ
งานเข้าเลย
555+
โดนเต็มๆ อิอิ
.
ไอเดียเจ๋ง..
เค้กอันแรกสวยคับ
เละเลย
เต็มหน้าเลย
อย่างฮา555
อื่อ สบายปากไป
โธ่ สงสาร
ดูแล้ว ฮาดี แต่ฝ่ายหญิงเล่นแรงไปหน่อยหรือเปล่า :)
+2 ที่รูปภาพนะครับ
อิอิ โหดเหมือน จขกท เลย
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก