6
คะแนน
 

บทความ มารู้จักกับโคลงการProject Blue Beam กับอาวุธควบคุมธรรมชาติ HAARP กัน

โดย fernezzo เป็นกระทงร้อน 1 ปีที่แล้ว
KKK
  คงสงสัยเกี่ยวกับไอ้โคลงการณ์กลืนโลกนี้มันมีที่มายังไงกันมั่งไหม? และนี่คือความจริง!!
คะแนน: 6 ชอบ, 0 ไม่ชอบ

Tag: คลิป วิทยาศาสตร์ การเมือง อาวุธ ภัยธรรมชาติ อเมริกา อเมริกา สหรัฐ โศกนาฏกรรม

ชนิด: บทความ - ประเภท: วิทยาศาสตร์
16 บทวิจารณ์  |  6,873 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share
hi5  |  Exteen  |  เด็กดี  |  BlogGang
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

    หลังจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่เพิ่งผ่านพ้นไป พร้อมกับได้คร่าชีวิตผู้คนบนโลกไปถึงกว่า 200,000 ชีวิต หลายฝ่ายได้ตั้งคำถามกันว่า อะไรกันแน่คือสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้

    บ้างเชื่อว่าเป็นเพียงปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เท่านั้น บ้างก็ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นผลจากการที่มนุษย์ได้ตักตวงทรัพยากรและทำลายธรรมชาติ ไปอย่างมากมายมหาศาลเป็นเวลาช้านาน จนโลกขาดสมดุล

    นอกจากนี้ ยังมีผู้คนอีกกลุ่มที่แม้จะเห็นด้วยว่า การทำลายสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยสารพิษที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อนนั้น เป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่สภาพดินฟ้าอากาศวิปริตทั่วโลก แต่ทว่าไม่พอเพียงที่จะใช้อธิบายปรากฏการณ์พิศดาลทางธรรมชาติต่างๆที่ เกิดขึ้นพร้อมๆกันในช่วงไม่นานมานี้

    พวกเขาเชื่อว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบแหล่งที่มา ที่ได้เริ่มปรากฏตัวขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และได้ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว คือสาเหตุที่แท้จริงของความวิปริตทั้งปวง ทั้งนี้ ฝ่ายหนึ่งคาดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้มีที่มาจากการระเบิดในอวกาศที่ห่างไกล ของดาวที่เรียกว่าซูปเปอร์โนว่า แต่อีกฝ่ายเชื่อว่า เกิดจากอาวุธใหม่ที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น พวกเขาเหล่านี้มีหลักฐานอะไร

 

ยุคแห่งวิปริตทางธรรมชาติ

  เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้เอง องค์กรสหประชาชาติได้จัดการประชุมขึ้น ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อหาทางแก้ไขผลกระทบ จากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นมากอย่างน่าตกใจ รายงานของที่ประชุมดังกล่าวระบุว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประชากรโลกกว่า 2.5 พันล้านคนต้องประสพกับภัยภิบัติทางธรรมชาติ เป็นจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นกว่าในช่วงทศวรรษก่อนถึง 60% และในจำนวนผู้บาดเจ็บและล้มตาย กว่าครึ่งเกิดจากอุทกภัยและแผ่นดินไหว

ไม่เพียงแต่แนวโน้มการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติจะเพิ่มขึ้นในระยะยาวเท่านั้น แต่ทว่าเป็นที่น่าประหลาดว่าในปี 2547 จำนวนภัยภิบัติทางธรรมชาติดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนและความรุนแรงขึ้นอย่างผิดปกติ

ทั้งนี้บริษัทมิวนิก รี บรรษัทธุรกิจประกันภัยเสริม (reinsurance)รายใหญ่ที่สุดของโลกระบุในรายงานชื่อ "ภัยพิบัติทางธรรมชาติ" ประจำปี 2547 ว่าเป็นปีหายนะของธุรกิจประกันภัยทั่วโลก จากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งปีกว่า 560 ครั้ง 

ทางบริษัทประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ที่เกิดจากภัยพิบัติในปีที่แล้ว ว่ามีมูลค่ารวมทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า5ล้านล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมความเสียหายที่เกิดจากคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม มูลค่าที่สูญเสียนี้มากกว่าความสูญเสียที่เกิดในปี 2546 กว่าถึงหนึ่งเท่าตัว 

ยิ่งไปกว่านี้ ตลอดหนึ่งปีมา มิได้มีแต่กรณีการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขึ้นเป็นครั้งแรกในมหาสมุทรอินเดียเท่านั้น ที่เป็นเหตุการณ์ผิดปกติทางธรรมชาติ ทว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดอื่นๆเกิดขึ้นอีกมากมาย อาทิเช่น

วันที่ 1 ธันวาคม 2547 เกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบแหล่งที่มา วัดความรุนแรงได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ไหลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ยังผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ กล่าวคือ ทำให้พื้นที่กว่า220,000 ตารางกิโลเมตรในประเทศจีนถูกหมอกหนาปกคลุมในวันถัดมา จนทำให้การคมนาคมแทบทั้งหมดต้องหยุดชะงักลง และยังเกิดเหตุการณ์หมอกหนาจัดปกคลุมพื้นที่มหาศาลขึ้นอีก 2 ครั้งในวันที่ 14 และ 21 เดือนเดียวกันในประเทศจีนและอินเดียตอนเหนืออีกด้วย

ผลของพลังงานแม่เหล็กอันไม่ทราบที่มานี้ ยังส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พิศดารอื่นๆอีกทั่วซีกโลกเหนือ เช่น เกิดลมพายุที่มีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอรีเคนในผรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ แคนาดา รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งส่งผลให้อุณหภูมิลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่อีกด้วย

เดือนสิงหาคมและกันยายน เฮอริเคนอเล็กซ์ ไอแวน ฟรานซิส ชาลี และ จีน เฮอริเคนถึงสี่ลูกกับอีกหนึ่ง พายุโซนร้อนได้ก่อตัวขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ในแถบแคริบเบียนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ยังผลให้มีผู้คนหลายพันคนใน 6 ประเทศต้องถึงแก่ชีวิตและอีกหลายแสนคนต้องปราศจากที่อยู่อาศัย

เดือนสิงหาคมที่จีน เกิดพายุไต้ฝุ่นรานามิน พายุที่มีความรุนแรงที่สุดในรอบ 48 ปีทำให้มีผู้เสียชีวิต164 คน บาดเจ็บกว่า1,800 คน และคาดว่าถึงกว่า13 ล้านคนได้รับผลกระทบ

เพียงในระยะเวลา 5เดือนหลังของปีที่แล้ว มีรายงานการเห็นลูกไฟอุกาบาตมากถึงกว่า 50 ครั้ง ทั่วโลก ในขณะที่สมาคมอุกาบาตของสหรัฐระบุว่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการเห็นลูกไฟอุกาบาต เกินกว่าเพียงปีละไม่กี่ครั้ง

หน้าร้อนปี 2547 ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นมากครั้งที่สุด เป็นประวัติการณ์ เฉลี่ยแล้วหนึ่งลูกทุกสัปดาห์ตลอดฤดูกาล

มีนาคม เป็นครั้งแรกที่มีพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ ทำลายทฤษฎีที่เชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดพายุเฮอริเคนก่อตัวขึ้นในบริเวณนี้ ด้วยลมพายุความเร็วถึง 150 กม./ชม. ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบคนในบราซิล

นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ผิดธรรมชาติต่างๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นทั่วไปตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เช่น ร้อนที่สุด หนาวที่สุด ฝนตกมากที่สุด แล้งที่สุด ภูเขาไฟปะทุขึ้นพร้อมกัน แผ่นดินไหว ลมพายุรุนแรงฯลฯ

 


ธรรมชาติวิปริตเกิดจากทฤษฎีโลกร้อนจริงหรือ?

ผู้คนทั่วไปมักเชื่อคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่า ความผิดปกติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ มีต้นตอมาจากการเผาผลาญพลังงานฟอสซิล และทำให้เกิดกาซคาร์บอนไดออกไซด์ ประกอบกับการปล่อยสารซีเอฟซีที่ทำลายชั้นโอโซน ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกจนอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ทว่าคำอธิบายข้างต้นหาได้เป็นที่ยอมรับเป็นเอกฉันท์ในวงการวิทยาศาสตร์ไม่ ตรงกันข้ามยังมีการโต้แย้งกัน ถึงข้อบกพร่องในทฤษฎีเรือนกระจกและทฤษฏีโลกร้อน ตลอดมา

ทฤษฎีเรือนกระจกนั้น ข้อบกพร่องอยู่ที่ เหตุใดรูโหว่ในชั้นบรรยากาศโลก จึงไม่เกิดขึ้นเหนือพื้นที่ที่มีสถิติการปล่อยสารซีเอฟซี เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น เหนือเมืองใหญ่และเขตอุตสาหกรรมต่างๆ แต่กลับไปเกิดขึ้นยังบริเวณขั้วโลกทั้งสองด้าน 

ทั้งนี้ ทีมวิจัยของอังกฤษได้รายงานเมื่อปลายปีที่แล้วว่า ชั้นโอโซนในบริเวณขั้วโลกใต้ มีปริมาณโอโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง 10%

ในส่วนของทฤษฎีโลกร้อนนั้น ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ที่บริเวณผิวพื้นโลกและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ในชั้นบรรยากาศระดับล่างและกลาง ในช่วง 20 ปีมานี้ พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ผิดพลาด เนื่องจากพบว่า ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ อุณหภูมิที่ผิวพื้นโลกสูงขึ้นจริง แต่อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากทฤษฎีโลกร้อนถูกต้องแล้ว อุณหภูมิทั้งสองบริเวณนี้จะต้องสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

 

 
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ทราบที่มา:กุญแจไขปริศนา?

นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีแกมม่า) นี้ได้ในบริเวณขั้วโลกเหนือเป็นครั้งแรกเมื่อกว่า 5 ปีมาแล้ว และหลังจากเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้พบว่าปริมาณคลื่นไฟฟ้าแม่เหล็ก ได้เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนความถี่และความรุนแรง

ท้องฟ้าในบริเวณขั้วโลกเหนือที่ปกติมืดมิดตลอดเวลาในช่วงฤดูหนาว ปัจจุบันกลับมีแสงสว่างเกิดขึ้นเป็นประจำ "ขอบฟ้าถูกยกสูงเหมือนกับชูขึ้นด้วยมือของพระเป็นเจ้า" นายเดวิดสันกล่าว เขาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลแคนาดา ซึ่งประจำการอยู่ที่สถานีตรวจสอบอากาศเมืองเรซาลูด เบย์ ทวีปอาร์คติก 

นักวิทยาศาสตร์หลายฝ่ายเชื่อว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลึกลับนี้ คือต้นเหตุของความวิปริตทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีงานวิจัยของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐที่พบว่า อิทธิพลรังสีแกมม่าสามารถทำให้เกิดรูโหว่ในชั้นโอโซน โลกเย็นลง ฝนกรดและการเกิดเมฆหมอกได้

ผลของงานวิจัยนี้ได้ถูกยืนยันอีกครั้ง โดยการค้นพบของทีมนักวิทยาศาสตร์เยอรมัน จากสภาบันนิวเคลียร์ฟิสิกส์แมกส์ แพลงค์ สถาบันเลื่องชี่อของโลกในปี 2545

ไม่เพียงแต่รังสีแกมม่าน่าจะเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศเท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติที่เป็นพลังงานแม่เหล็กจึงส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก และอาจสามารถกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้อีกด้วย

ผลการศึกษาของทีมนักวิทยาศาสตร์ ประจำสภาบันภูมิฟิสิกส์ประเทศจอร์เจีย จากการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบเป็นเวลา 30 ปี จากปี 2501 - 2531 สรุปว่าปฏิกิริยาระหว่างโลกกับสนามพลังงานแม่เหล็ก เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงสูงกว่า 6 ริกเตอร์ขึ้นไป

ในส่วนของจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้นมากผิดปกติในปีที่แล้วก็เช่นกัน แม้จะยังไม่มีผลงานวิจัยในด้านนี้อยู่เลยก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญของโลกหลายคนก็เริ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่า มีความเป็นไปได้ที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาจเกี่ยวข้องกับจำนวนดาวตกที่เพิ่มขึ้น

คลื่นพลังงานแม่เหล็กเหล่านี้มาจากไหน?

ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงที่มาของคลื่นพลังงานแม่เหล็กลึกลับ ซึ่งยังคงสร้างความวิปริตทางธรรมชาติทั่วโลกในขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งคาดว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้ น่าจะมาจากการระเบิดของซุปเปอร์โนวา หรือดาวฤกษ์ที่กำลังจะดับสูญชื่อ SN1987a เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นห่างจากโลก 12,000 ล้านปีแสงเมื่อปี2530 การระเบิดครั้งนั้นถือเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุดในจักรวาล เป็นอันดับสองรองจากการระเบิดที่เรียกว่าบิ้กแบงในปี2540

"การระเบิดของดาว SN1987a ปลดปล่อยพลังงานอภิมหาศาลในหนึ่งวินาที เทียบได้กับพลังงานของดาวฤกษ์ทั้งหมดในจักรวาลรวมกัน" สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงาน ทั้งนี้คาดว่าโลกจะสามารถแลเห็นการระเบิดนี้ได้ก่อนปี2553

ทั้งนี้ ยังมีนักวิทยาศาสตร์อีกส่วนหนึ่ง ที่เชื่อว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าปริศนานี้ มีที่มาจากในโลกนี้เองและเกิดจากการกระทำของมนุษย์ หลายฝ่ายชี้ชัดมายังอาวุธในโครงการของกองทัพสหรัฐที่มีชื่อว่าฮาร์พ(High Frequency Active Auroral Reseach Program) หรือ HAARP

ฮาร์พเป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์การริเริ่มป้องกันทารทหาร ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการสตาร์วอร์ ฮาร์พถูกริเริ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีเรแกน โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อศึกษา "การใช้ไอโอโนสเฟีย (ชั้นบรรยากาศระดับสูง) เพื่อเป้าหมายของกระทรวงกลาโหม"

นายอีสแมน เจ้าของลิขสิทธิ์เทคโนโลยีที่ใช้ในโครงการนี้ กล่าวถึงฮาร์พว่า "สามารถรบกวนระบบโทรคมนาคมทั้งหมดในพื้นที่ขนาดใหญ่มากบนโลก... เบี่ยงเบนทิศทางหรือทำลายจรวดและเครื่องบิน... ปรับเปลี่ยนภูมิอากาศ..." 

ดอกเตอร์เมกิช นักวิทยาศาสตร์ผู้หนึ่งที่ติดตามโครงการฮาร์พ อธิบายถึงการทำงานของอาวุธนี้ว่า ฮาร์พ "อาศัยเทคโนโลยีการส่งคลื่นวิทยุพลังมหาศาล เพื่อยกบริเวณชั้นบรรยากาศส่วนบน (ไอโอโนสเฟีย) ของโลกขึ้น โดยเล็งพลังงานไปยังพื้นที่บนชั้นบรรยากาศและเผาบริเวณนั้นจนร้อน( หลอมละลายจนกลายเป็นเสมือนจานพลาสม่าขนาดยักษ์ที่สามารถรับส่งคลื่นได้) จากนั้นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็จะสะท้อนกลับมายังโลกและทะลุทะลวงทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งที่มีชีวิตและไม่มี"

 

อะไรที่ชี้ว่าเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศมีจริง

หลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุด อยู่ที่การยอมรับเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการบังคับดินฟ้าอากาศ ของบุคคลสำคัญ สถาบันและองค์กรชั้นนำระดับโลกต่างๆ อาทิเช่น
เอกสารชื่อ "กองทัพอากาศสหรัฐ 2025" ที่ประกาศใช้ในปี 2539 ได้ระบุเป้าหมายในอนาคตของกองทัพอากาศสหรัฐว่า "การเปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศ จะเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความมั่นคง ทั้งในและระหว่างประเทศและสามารถกระทำได้แบบเอกภาคี... มันเป็นไปได้ทั้งเชิงการรุกและรับหรือกระทั่งในการข่มขู่ศัตรู... ความสามารถในการทำฝน หมอกและพายุหรือเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศนอกโลก... และการสร้างดินฟ้าอากาศต่างๆ นี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีแบบบูรณาการ ซึ่งสร้างเสริมศักยภาพให้กับสหรัฐหรือลดทอนศักยภาพของศัตรู..."

จริงอยู่ที่ข้อความข้างต้นนี้เป็นเพียงเป้าในอนาคต แต่ก็หมายถึงว่า ก่อนหน้าการประกาศ สหรัฐได้ทำเริ่มลงทุนพัฒนาและทดลองเทคโนโลยีการควบคุมดินฟ้าอากาศ เป็นประจำมาเป็นเวลาช้านาน จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าสามารบรรลุภาระกิจที่ตั้งไว้ได้

ปี 2539 สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานคำพูดของนายวิเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่กล่าวถึงการก่อการร้าย ณ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย ตอนหนึ่งมีใจความว่า "การป้องกันเกี่ยวกับอาวุธที่ไม่ธรรมดาจะต้องเพิ่มมากขึ้น เมื่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายพัฒนาอาวุธเคมีและเชื้อโรค และกรรมวิธีทางพลังงานแม่เหล็กที่สามารถเปิดรูโหว่ ในชั้นโอโซนหรือกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดได้"

เป็นไปได้หรือที่กลุ่มผู้ก่อการร้าย จะสามารถค้นคิดอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ได้ด้วยตัวเอง ? เพราะตลอดมาพวกเขามีศักยภาพเพียงการลอกเลียน และประยุกต์อาวุธขึ้นจากเทคโนโลยี ที่มีบรรดาประเทศมหาอำนาจได้ค้นคิดพัฒนาและใช้การได้จริงแล้วทั้งสิ้น

ปี2544 วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอนาย เดนิส คูชินิชได้ เสนอร่างกฎหมายเลขที่ HR2977 ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธในอวกาศ ตอนหนึ่งของร่างนี้กล่าวถึง "อาวุธทางภูมิอากาศหรืออาวุธทางรอยเลื่อนของชั้นแผ่นดิน" เป็นไปได้หรือ ที่ผู้ที่เป็นถึงวุฒิสมาชิกสหรัฐ จะกล้าเสนอกฎหมายนี้หากปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการพัฒนาอาวุธเหล่านี้ 

นอกจากบุกคลสำคัญและองค์กรของสหรัฐเองจะกล่าวถึงการพัฒนาและทดลอง อาวุธที่เปลี่ยนแปลงดินฟ้าอากาศแล้ว บุคคลสำคัญและ องค์กรในระดับโลกต่างๆก็ได้เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธนี้ด้วย

ที่ประชุมใหญ่องค์กรสหประชาชาติประจำปี 2540 ได้มีการลงนามในอนุสัญญา "การห้ามใช้เทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศเพื่อการทหารและการรุกราน ที่สร้างผลกระทบที่กว้างขวาง ยาวนานและรุนแรง" ทั้งนี้นิยามของ "เทคโนโลยีการปรับเปลี่ยนดินฟ้าอากาศ" หมายถึง "เทคโนโลยีที่จงใจเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธรรมชาติ การเคลื่อนไหว องค์ประกอบ โครงสร้างของโลกรวมถึงชั้นบรรยากาศต่างๆหรืออวกาศ"

หลักฐานที่ชี้ถึงแสนยานุภาพของฮาร์พ

ในปี 2546 สมาชิกของคณะกรรมาธิการถึงสี่คณะ ของสภาสูงสุดรัสเซียหรือสภาดูม่า และสมาชิกสภาทั้งหมด 90 ท่าน ได้ร่วมกันลงชื่อในรายงานเสนอต่อประธานาธิบดีวลาดีเมีย ปูติน องค์กรสหประชาชาติและประเทศสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ผู้นำและรัฐสภาทุกประเทศ องค์กรทางวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงและสื่อมวลชนชั้นนำของโลก เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกมีมติห้ามสหรัฐทดลองอาวุธที่มีแสนยานุภาพสูงนี้ ในรายงานนี้ปรากฏข้อความดังนี้ "ภายใต้โครงการฮาร์พ สหรัฐกำลังสร้างอาวุธใหม่ทางธรณีฟิสิกส์ ซึ่งอาจสามารถส่งอิทธิพลต่อชั้นบรรยากาศใกล้โลก ด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง"

"แสนยานุภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ อาจเปรียบเทียบได้กับการเปลี่ยนแปลงจากอาวุธมีคมสู่อาวุธปืน หรือจากอาวุธธรรมดาสู่อาวุธนิวเคลียร์"

รายงานนี้ยังระบุอีกว่าสหรัฐกำลังสร้างอาวุธฮาร์พนี้ในพื้นที่สามแห่ง แห่งแรกที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา แห่งที่สองที่กรีนแลนด์และที่สามในประเทศนอร์เว ทั้งนี้สหรัฐเตรียมที่จะเริ่มทดลองอย่างเต็มที่ได้ตั้งแต่ต้นปี 2546

"เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดได้ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจาก อลาสก้า นอร์เวและกรีนแลนด์ ความแม่นยำในการกำหนดเป้าหมายพร้อมกับอานุภาพอันมหัศจรรย์ จะนำไปสู่ความสามารถอันแท้จริงในควบคุมชั้นบรรยากาศใกล้โลก" รายงานของสภาดูม่าสรุป

ก่อนหน้านี้ในปี 2541 คณะกรรมมาธิการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความมั่นคงและนโยบายการทางทหาร ก็ได้เคยร้องเรียนต่อรัฐสภาสหภาพยุโรป จากกรณีที่สหรัฐปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ในการเปิดเผยข้อมูลและอนุญาตให้องค์กรอิสระนานาชาติ เข้าไปตรวจสอบโครงการฮาร์พ อีกทั้งยังเรียกร้องให้รัฐสภายุโรปร่างสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมจากกิจกรรมทางการทหารอีกด้วย

ทั้งนี้ สหรัฐประกาศว่า ปัจจุบันโครงการฮาร์พกำลังอยู่ในชั้นตอนสุดท้ายของการขยายกำลังส่ง และคาดว่าจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ให้ใช้การได้เต็มที่ในราวปี 2549 (ปัจจุบัน แน่นอนคงใช้ได้อย่างเต็มที่แล้ว)

สรุป

ในวันนี้คงไม่มีประโยชน์อันใด ที่จะพยายามติดตามค้นหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของวิปริตทางธรรมชาติ ที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของธรรมชาติ หรือฝั่งที่เชื่อว่าเป็นฝีมือมนุษย์ ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า มวลมนุษยชาติกำลังจะเผชิญหน้ากับภัยพิบัติที่ใหญ่หลวงในอนาคตอันใกล้นี้ แต่แน่นอนการคาดการณ์ของพวกเขาอาจะผิดก็ได้

สิ่งที่สังคมไทยน่าจะพิจารณาก็คือ ในอนาคตอันใกล้นี้ มีความเป็นไปได้ที่สังคมไทยจะต้องเผชิญกับมหันตภัยทางธรรมชาติต่างๆ ที่รุนแรงและใหญ่หลวงเสียยิ่งกว่าคลื่นยักษ์สึนามิที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โอกาสที่ประชาชนคนไทยจะต่อสู้จนได้รัฐบาลที่ดี พอที่เรียกได้ว่าพวกเขาคือตัวแทนของพวกเรานั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลย และต่อให้ความฝันนี้เป็นจริง พวกเขาก็มิอาจปกป้องช่วยเหลือพวกเราจากภัยพิบัติต่างๆเหล่านี้ได้เลย

ฉะนั้นวันนี้ การคิดแต่เพียงการต่อสู้ทางการเมืองจึงไม่เพียงพอเสียแล้ว เพื่อไม่ประมาท เราควรต้องเริ่มคิดอ่านเตรียมการ เพื่อความอยู่รอดของพวกเรากันเองด้วย

เรื่องแนะนำ:
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย no_name เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
่คำพูดผมไม่มีความหมายหรือยังงัย
โห ขนาดนี้เลยเหรอ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย AAA_(Tripple_A) เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
อย่าเล็งมาที่หัวใจ โปรดเล็งมาที่ตับ ใจพี่อ่อน แต่ ตับพี่แข็ง
เป็นตุเป็นตะเชียว
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย อั้ม_ใหญ่ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เอาอีกแล้ว ไหนลองบอกซิว่ามันมีอ่ะยัง แต่ผมว่าตอนนี้มันยังไม่มีหรอกแล้วก็อีกนานๆๆๆๆ เพราะตอนนี้อเมริกามันยังคุมทอร์นาโดในตอนกลางของประเทศไม่ได้อยู่เลย
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย อั้ม_ใหญ่ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เออ ดีใหมันใช่ให้โลกแตกเลย ใน Red alert นะภาค3ด้วย ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
KKK
ขอบคุนคุณ augrust มากครับ ท่าจะให้ดีอยากให้แปลมาให้มั่งงับ ผมแปลไม่เก่ง เปิดดิกอีกต่างหาก แหะๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
KKK
ขอบคุนสำหรับทุกความเห็น ทุกคำติติงมากครับ รู้สึกว่ามันจะใช้การยิงเลเซอร์ ไปที่ไอออนบนท้องฟ้า โดยการยิงจากดาวเทียมที่โคจรรอบโลกน่ะครับ รู้สึกว่าอเมริกามันจะรู้ว่าการไปยุ่งเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศโลกชั้นอะไรซักอย่างนี่แหละ ไอโอโนสเฟียร์มั้งครับ โดยการยิงเลเซอร์ไปยกชั้นบรรยากาศชั้นนั้นขึ้น มันส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งสามารถทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้น่ะครับ นี่ก็เท่าที่รู้มาคร่าวๆน่ะครับ ตอนนี้กำลังค้นคว้าโคลงการนี้มากกว่าอ่ะครับ เพราะรู้สึกว่าโคลงการนี้ Project blue beam มันจะมีอะไรแอบแฝงไว้เยอะกว่าที่จะคาดคิดไว้มากนะครับ อาทิ ในอนาคตอเมริกาจะใช้ศาสนาทำอะไรซักอย่างน่ะครับ แบบว่าใช้ดาวเทียมยิงเลเซอร์ไปบนท้องฟ้าเป็นรูปพระเจ้า พระเยซู หรือพระเจ้าของชาวมุสลิม ทำให้มันดูน่าเชื่อถือ แล้วอาจใช้อาวุธสภาพอากาศโจมตีโลก โดยให้พวกเราเข้าใจว่าเป็นการลงทัณฑ์จากพระเจ้า และอาจจะตั้งให้ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้เป็นศูนย์กลางของมนุษยชาติ แล้วตั้งมนุษย์กลุ่มหนึ่งขึ้นมาปกครอง ซึ่งแน่นอนพวกรัฐบาลอเมริกันกับนักวิทยาศาสตร์หัวกะทิจากทั่วโลก จากเหตุนี้เองทำให้การที่พวกนั้นจะทำการทดลองใดๆจะไม่มีการคัดค้านได้ และจะใช้ทรัพยากรณ์จากทั่วโลกได้ไม่จำกัด ทำให้วิวัทนาการมนุษย์ก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดได้สูง และนำมาซึ่งยุคอวกาศแบบไวกว่าที่คิด เท่าที่รู้ก็แบบนี้แหละครับ พวกนั้นพยายามเชื่อมโยงศาสนามาใช้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ซึ่งเป็นไปได้มากๆว่ากำหนดการนั้นคือเดือนธันวาคมในปี 2012 ครับ โปรดสังเกตุให้มองลึกๆครับ ช่วง 5 -6 ปีมานี้มีการฮือฮาเป็นอย่างมากถึงการทำนายจากทั่วทุกมุมโลกไม่เว้นแม้แต่ใบเบิ้ล(รหัสลับใบเบิ้ล)ว่าในปี2012นี้จะเกิดการทำลายล้างครั้งใหญ่จนถึงขั้นมนุษย์อาจสูญพันธุ์เลยที่เดียวครับ ก็อยากให้ช่วยกันค้นคว้าข้อมูลนี้เยอะๆพร้อมทั้งช่วยอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันไปด้วยอ่ะครับ ตอนนี้มีกลุ่มแฮ็กเกอร์ทั้งดาร์คและไวท์กำลังพยายามรวบรวมข้อมูลมาเผยแฟร่ต่อสาธารณะชนอยู่ครับ แต่ไม่ทราบว่ากำหนดลงในเว็ปไซต์ไหน ใครสนใจก็ช่วยๆกันนะครับ เรื่องนี้อาจใหญ่กว่าที่พวกเราจะทันคิดได้ซะอีกนะครับ บางทีกว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย PGiZ เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ก็ไม่แน่เหมือนกัน ประเทศนั้นเล่นอะไรแปลกๆ มาเยอะ รู้สึกเคยอ่านโปรเจ็ค starwar ของปี 33 ที่กะจะใช้กับรัสเซีย ในหนังสือเกี่ยวกับอาวุธสงครามเล่มดังของไทยเรานี่แหละ เด๋วขอลองค้นดูก่อน เผื่อจะได้เปิดหูเปิดตา พวกที่ยังชอบมันอยู่อีก ประเทศอื่นจะปั๊มเงิน ต้องมีทองคำสำรองแต่มันไม่ต้องมี อยากปั๊มเท่าไรก็ปั๊ม อาศัยว่ากรูหญ่ายยยยยยยยยยยย 555+
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย GOOBIG เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
มนุษย์ยังไม่พัฒณาไปถึงขนาดคุมธรรมชาติได้หรอกในความคิดของผมนะถ้าที่เล็กๆเช่นแค่สนามบอลอย่างงี้เป็นไปได้แต่ขนาดประเทศคงไม่ใช่เรื่องง่าย คิดเองนะ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย orashun เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ภาคใต้งามเลิศ ถิ่นระเบิดมากมี ประเพณีเผาโรงเรียน แวะเวียนปล้นปืนทหาร สนุกสนานกระยิงครู เชิดชูมาเลเซีย : อิสลามมาเลยกลุ้ม นิมานอระฮีหมา ...
อเมริกาทำได้ แต่อเมริกาจะไม่ใช้อาวุธแบบนี้แถว อาหรับ เพราะอิสราเอลอยู่แถวนั้น และยังต้องสูบน้ำมันจากอาหรับอีก อเมริกาก็ยังต้องปล่อยให้มีการรบกันอยู่ตรงนั้น เพราะได้ทั้งน้ำมัน และกำไรจากการขายอาวุธ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย man_kadoor เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ปลด ปปช. ปรับ ครม. เปลี่ยน รธน. คุกคามสื่อ ยังเลวได้อีกนะ..
ยิ่งอ่าน ยิ่งเกลียดมัน(พวกทำหรอย) แต่รบกวนสะกดคำว่า โครงการ ให้ถูกต้องด้วยนะคะ เผื่อว่าโลกจะสงบสุขขึ้น ^ ^ ปล. รู้สึกว่านอกกะลานี่กว้างใหญ่จัง ปัญหาการเมืองในกะลาก็..จะแย่แล้ว
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย tesla_coils_501 เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ปุ๋ง
^ ^ มาอ่านอีกรอบ แหะๆ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 9 เดือนที่แล้ว
KKK




http://seedang.com/stories/60348


new world order ที่พวกมะกันวางแผนจะรวมโลกเป็นหนึ่งเดียว กำหนดการณ์ในปี 2012 ในตอนนั้นจะมีการนำเครื่องมือ - อาวุธทีทันสมัยที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ซึ่งมะกันได้แอบทดสอบและเก็บเป็นความลับมาโดยตลอด เช่น อาวุธควบคุมธรรมชาติ HAARP , ยานขับไล่รุ่นไร้เสียงไร้ทิศทาง (UFO) และอื่นๆอีกมากที่อยู่ในกรุของมัน (กระจายไปทั่วแนวเขตทะเลทรายของพวกมะกัน โดยมีห้องปฎิบัตรการและฐานทัพอยู่ลึกลงไปใต้ดิน) ของเหล่านี้ พวกมะกันจะงัดออกมาประเคนให้เราจนไม่ได้ตั้งตัว สุดท้ายโทษธรรมชาติตามแผน 5 5 +  และแว่ว ๆ ว่าจะมีไคล์แม็กซ์ด้วย (เอากะมันสิ มีไคล์แม็กซ์ด้วย ยังก๊ะหนังโรง 5 5 +) นั่นคือการเปิดตัว "พระเจ้า" น่าน มีงี้ด้วย อย่าเพิ่ง งง เพราะไอ้ที่มานพูดถึงน่ะ คือพวกเกรย์นั่นเอง มะช่ายเกย์เน้อ - -a มันคือเอเลี่ยนสายพันธุ์ทีเรียกว่าเกรย์นั่นแหละ เพราะงั้น โลกใบนี้หลังปี 2012 เราจะได้เห็นไอ้หัวโต ตัวลีบ เดินยั้วเยี้ยะเต็มถนนปัยหมด 5 5 + และโลกทั้งโลกจะมีรัฐบาลเดียว! ย้ำรัฐบาลเดียวจริงๆครับ โดยมีพวกมะกันเป็นตัวตั้งตัวตี ก็แหง๋ละมันเริ่มจากแนวคิดของพวกมันนิ - -* หุหุ  แต่กระนั้นพวกเราก็คงไม่มีโอกาศได้อยู่เห็นความสำเร็จ(อันชั่วร้าย)ของพวกมันหรอกคับ ซี้แหง๋แก๋กันหมดแร้ว 5 5 + มีการคาดการณ์ไว้ว่าหลังเหตุการณ์ 2012 มนุษย์เราๆ จะเหลือราว 5% ของจำนวนมนุษย์ทั้งหมดในปัจจุบัน เห็นมั้ยครับ พวกมันจะฆ่าพี่น้องตัวเองกว่าค่อนโลกเพื่ออุดมการณ์ของพวกมัน!! อย่างว่า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ไม่มีทางยับยั้งพวกมันอยู่แล้วล่ะครับ ที่ผมเอามานำเสนอนี้ ก็เพื่อให้พวกเราได้รู้เท่าทันแผนการณ์ของพวกมันก่อนที่จะกอดคอกัน แดดิ้นหมู่ ก็เท่านั้นเองครับ โฮะ ๆๆ

ปล. ทุกๆท่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่านเอาเองน๊ะครับ - -*

  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
KKK
งานเข้า รู้สึกว่างานนี้จะเกินความคาดหมายของผมแบบสุดขั้วเลยแฮะ เบื้องหลังพวกมะกันมันคือเอเลี่ยน!! ที่คอยควบคุมโลกนี้อยู่ ทุกท่านฟังไม่ผิดหรอกครับ ใช่แล้ว!ในโลกนี้มีพวกเอเลี่ยนอยู่หลายสายพันธุ์ที่มาเยือนโลกนี้ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน แต่มีอยู่จำพวกหนึ่งที่ต้องการควบคุมพวกเราเพื่อผลประโยชน์อันใดมิทราบได้ รู้สึกจะเป็นเผ่าพันธุ์พวกสัตว์เลื้อยคลานและเผ่าพันธุ์พืช ที่ร้ายที่สุดก็พวก Reptile นี่แหละครับ และ NWO ก็อยู่ในแผนของพวกมันเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผนมันโดยไม่สะดุด เหลือแค่เพียงว่า...เมื่อไร? ที่พวกมันจะเริ่มเดินฟันเฟืองชิ้นสำคัญกัน!??~
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
KKK
ดูครับ การฉายภาพ hologram บนท้องฟ้า

http://www.youtube.com/watch?v=JZ0pEUqZ0c8
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
KKK
-
ไปเจอมาจากเว็ปนี้ 

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2008/07/X6815328/X6815328.html

ซึ่งมีความสอดคล้องในด้านความคิดเห็นเหมือนผมมากเลย ข้อความนี้บอกว่า :


    มีเอกสารอีกมากมายที่ถูกแอบนํามาเปิดเผย
ซึ่งทางกลุ่มของผู้อยู่เบื้องหลัง ไม่กังวลใจเท่าใดนัก
เพราะเชื่อว่าผู้คนบนโลกที่ได้รับทราบเรื่องนี้ต้องไม่เชื่อ
แล้วก็โทษฟ้าดิน โทษพระเจ้าไป ว่าทําให้เกิดภัยธรรมชาติ
(หรือบางประเทศก็จะโทษเวรโทษกรรม)
ทางกลุ่มจะสามารถดําเนินการต่อไปได้เรื่อยๆ

สรุป(เพิ่มเติม)

การดําเนินงานเป็นไปเพื่อสร้างความมั่งคั่ง
ของแผนการประเทศมหาอํานาจ
เพื่อจะครอบครองและควบคุมจุดยุทธศาสตร์ต่างๆในโลกนี้
ในทางการเมือง การทหาร และโดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติ
หรือแหล่งอาหารโลก จะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

การเกิดจะเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ และไม่เว้นแม้แต่ชาติตนเอง
เช่น กรณีเฮอริเคนคาทริน่าที่เจาะจงเลือกนิวออร์ลีนให้ได้รับผลกระทบ
เพราะเป็นที่ที่มีคนผิวสีอยู่มากที่สุด การควบคุมจะเป็นไปโดยง่าย
และประเทศอื่นๆก็จะค่อยๆได้รับผลกระทบต่อไป
ซึ่งดูจากยุทธศาสตร์ทางการทหารอีกที
จนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสม ก็จะเกิดการ Last clear ขึ้น
ระหว่างนี้ก็จะมีการ Propraganda ต่างๆทางสื่อต่างๆ
เกี่ยวกับวันสิ้นโลกไปเรื่อยๆ เป็นระยะๆ
จนกว่าจะถึงเวลาที่จะสร้างสถานการณ์ขึ้นมา

ขณะนี้มีการวางตัวผู้จรรโลงโลกไว้แล้ว
ซึ่งเป็นผลผลิตจากกระบวนการทางเทคโนโลยี่ที่ทันสมัย
ผมและคุณอาจจะได้เห็นบุคคลที่ perfect ในอนาคตนี้
เพื่อจะมาแทนที่ หลังการ big clear
ซึ่งสามารถเข้ามาควบคุมโลกและปกครองโลกได้อย่างสบายๆ
หลัง จากที่ขณะนี้มีกระบวนการ สร้างความเชื่อว่าจะมีผู้วิเศษปรากฏกายหลังจากวันสิ้นโลก ค่อยๆดําเนินงานมาเรื่อยๆโดยอ้างจากคําทํานายในศาสนาต่างๆเช่น เมซซิอาห์ ในศาสนาคริสต์  นบีอิซา ในอิสลาม  พระศรีอาริเมตไตร ในศาสนาพุทธ  กัลกี-พระวิษณุ ในศาสนาฮินดู ฯลฯ
ผู้จรรโลงโลกจะเข้าสวมแทนที่ได้อย่างทันท่วงทีหลังจากการดําเนินงานเสร็จ

  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย fernezzo เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
KKK
-



14 บทวิจารณ์  |  5,047 คนอ่าน


ดูจากจำนวนคนอ่านแล้ว ผมคาดว่าโดยมากน่าจะมาจาก google กันใช่มั้ยล่ะครับ

ยินดีต้อนรับทุกคนครับ
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
เรื่องเด็ด: วิทยาศาสตร์


เรื่องเด็ดๆ