|
เรื่องที่ผมจะยกมาเป็นเรื่องแรกก็คือ พอดีผ่านไปเจอ คลิป VDO คลิปนึงซึ่งเป็นการลงโทษ ผู้หญิงมุสลิมะห์ โดยการขว้างด้วยก้อนหินจนเสียชิวิต ซึ่งตามมาตราฐานของบ้านเราแล้วถือว่ารุณแรง ซึ่งผมก็ถือว่ารุณแรงครับ แต่เว็บโจมตีอิสลามนั้นใช้คำว่าป่าเถื่อน มาถึงตอนนี้เพื่อนๆอาจจะเห็นด้วยกับคำว่าป่าเถื่อนนะ
คะแนน: 3 ชอบ, 6 ไม่ชอบ
Tag: บทความ สังคม โหด ศาสนา อิสลาม มุสลิม ข่มขืน กฏหมาย
ชนิด:
บทความ
-
ประเภท:
สังคมศาสนา
24 บทวิจารณ์ |
7,235 คนอ่าน
|
|
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
การที่จะมีการลงโทษดังกล่าวได้ ตามหลักการอิสลามแล้ว จะต้องผ่านกระบวน การถึงหลายขั้นตอนจึงจะมีการลงโทษได้ครับ แน่นอน ในอิสลามนั้น ไม่มีศาลเตี้ย แต่มีศาลตัดสินคดีความตั้งแต่สมัยท่านนบีแล้วครับ ที่ผมพยายามอธิบายอยู่นี่คือแนวทางด้านปรัชญาของศาสนาอิสลาม การลงตามหลักชะรีอะห์ หรือกฏหมายอิสลาม ผู้ที่ทำผิดประเวณีจะต้องถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง เมื่อเจอบทบัญญัติแบบนี้แล้วผมเชื่อเหลือเกินว่า บ้านเมืองเราคงไม่มีเรื่องนี้ให้ผู้ใหญ่กลุ้มใจกับลูกๆของตัวเองแน่ๆ การที่จะลงโทษผู้ที่ทำผิดเกี่ยวกับซินาได้นั้น จะต้องมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ถึง 4 คน ซึ่งพยานที่รู้เห็นจะต้องเห็นว่าชายและหญิงร่วมหลับนอน ด้วยตาของตัวเอง ซึ่งท่านนบีได้อธิบายว่า การเห็นแบบนั้นจะต้องเห็น ว่าอวัยวะเพศชายสอดไปในอวัยวะเพศหญิงเลยทีเดียว ถ้าหากเพื่อนๆลองพิจารณาบทบัญญัตินี้โดยรอบคอบแล้วจะเห็นว่า การที่จะมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างชายหญิง แล้วมีพยานรู้เห็นถึง 4 คนนั้น และเห็นถึงในระดับนั้น เป็นเรื่องที่ยากมาก นอกจากว่า พวกเขาจะทำการอนาจารแบบนี้ในที่สาธารณะจนมีผู้คนพบเห็น ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงถ้าเขาแต่งงานแล้วและทำความผิดแบบดังกล่าว ผมว่าการที่จะฝังครึ่งท่อนแล้วปาด้วยก้อนหินจนเสียชิวิตนั้น เหมาะสมแล้ว เพราะกล้าถึงขนาดทำอนาจารในที่สาธารณะ ถ้าทั่วโลกถือกฏนี้ อนาจารตาม 2 ข้างทางก็ไม่มีแล้วหล่ะ ถ้าหากพยานมีไม่ถึง 4 คน ผู้ที่กล่าวอ้างว่าเห็นชายกับหญิงลักลอบหลับนอนกัน พยานจะต้องถูกลงโทษด้วยการ เฆี่ยน 80 ครั้ง และการเป็นพยานของเขาถือเป็นพยานเท็จ ผมจะยกตัวอย่างให้เพื่อนๆเข้าใจอย่างละเอียดครับ สมมุติว่า มีวัยรุ่นชายหญิง กำลังลักลอบหลับนอนกันอยู่ แล้วมีคนเกิดเห็นเขา ซึ่งเขาเห็นเพียงคนเดียว เขาจะไม่มีสิทธิที่จะพูดหรือเล่าเรื่องเหล่านั้นให้คนอื่นรับรู้ได้นอกเสียจากว่าเขาจะหาพยานรู้เห็นเหตุการณ์ถึง 4 คน ซึ่งกว่าจะวิ่งไปหาพยาน 4 คนมาได้ ชายหญิงคู่นั้นคงเสร็จกิจไปแล้วหละครับ เพื่อนๆลองนึกซิ ถ้าไม่มีอะไรกันกลางถนน หรือที่ที่คนพลุกพล่านแล้ว การลงโทษแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนนอกเสียจากว่า เขาจะมายอมรับเอง... สมมุติว่ามีพยานในเหตุการณ์ 4 คน คนที่ 1 บอกว่า เห็นว่าชายหญิงมีเพศสัมพันธ์กัน คนที่ 2 บอกว่าเห็น คนที่ 3 ก็บอกว่าเห็น แต่คนที่ 4 เกิดไม่ทันได้ดูหรือไม่เห็นในระดับว่าอวัยวะสอดเข้าหากัน ชาย 3 คนแรกก็จะถูกเฆี่ยน 80 ครั้งโดยทันทีข้อหาการเป็นพยานเท็จ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัดกุมมากในบทบัญญัติอิสลาม เพื่อไม่ให้เรื่องบัดสีหรือเรื่องเข้าใจผิดแบบนี้เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับชายและหญิง ในสมัยทีท่านนบียังมีชิวิต มีมุสลิมที่ได้ทำการผิดประเวณี แต่ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ที่เขาทำ แต่เจ้าตัวนั้นได้มายอมรับกับท่านนบีเอง และขอให้ท่านนบีทำให้เขานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วย (คือให้ท่านลงโทษ) ซึ่งครั้งแรกท่านนบีทำทีเป็นไม่สนใจเนื่องจากการลงโทษนี้ร้ายแรงมาก (และมุสลิมคนนั้นได้กลับตัวกลับใจแล้ว) แต่ไม่เป็นผล มุสลิมคนนั้นยืนยัน ที่จะ ให้ท่านนบีลงโทษ ท่านนบีทำเฉยอยู่ถึง 3 ครั้ง 3 ครา จนในที่สุดท่านนบีก็ทำการลงโทษเขา แต่ทว่าเขาทนความเจ็บไม่ได้จึงเสียชิวิต และท่านนบีจึงละหมาดให้กับเขา ซอฮาบะจึงพูดกันว่าชายคนนั้นโง่เขลายิ่งนัก เพื่อนๆลองคิดดูซิ พยาน ที่เห็นก็ไม่มี มาสารภาพแล้วท่านนบีไม่สนใจอีก แต่กลับดื้อให้ท่านนบีทำโทษจนได้ แล้วก็เสียชิวิต แต่ท่านนบี ได้รับรองว่า เขานั้นได้รับสวรรค์ของอัลลอฮ์เพราะการสำนึกผิดของเขาและความศรัทธาของเขา มีอีกเรื่องนึงเป็นเรื่องของมุสลิมะห์ที่ตั้งท้องกับชายชู้ และมาหาท่านนบีเพื่อให้ท่านลงโทษ เพราะนางกลัวความผิดในโลกหน้าท่านได้ทำเมินเฉยเช่นกัน แต่นางก็ ตื้อจะให้ท่านลงโทษให้ได้ แต่เนื่องจากนางท้อง ท่านนบีจึงให้นางกลับไปคลอดลูกและให้ลูกหย่านมเสียก่อนจึงค่อยมาหาท่านใหม่ หลังจากนางกลับไปคลอดลูกและลูกหย่านมแล้ว นางก็กลับมาหาท่านนบีอีก เนื่องจากนางแต่งงานแล้วและยังละเมิดประเวณีอีก นางถึงถูกฝังครึ่งตัวและถูกปาด้วยหินจะเสียชิวิต และ ท่านนบีก็ทำการละหมาดให้นาง จะเห็นได้ว่า การที่จะลงโทษแต่ละครั้งนั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้ทำผิดจะยอมรับสารภาพเอง เพราะการมีพยานที่มาแจ้งความถึง 4 คน ไม่ใช่เรื่อง่ายที่จะมี และมุสลิมส่วนใหญ่ เลือกที่จะเงียบเอาไว้ เพราะ ถ้าหากพยานไม่ถึง 4 จะต้องถูกลงโทษฐานเป็นพยานเท็จ มาถึงตอนนี้ ผมอยากจะฝากข้อคิดถึงเยาวชนเรานะครับ กับการพูดที่ว่า คนนั้น มีอะไรกับคนนี้แล้ว เพราะเห็นเขาไปด้วยกัน เขาคบกัน หรือจะพูดว่าผู้หญิงคนนั้นสำส่อน หรือเป็นผู้หญิงที่ง่าย การพูดแบบนี้ ถือว่าผิดหลักการอิสลาม ผู้ที่พูดหรือกระจายข่าวจะต้องโดนเฆี่ยนถึง 80 ที เห็นถึงความรุนแรงไหมครับ ไม่ใช่นึกจะว่าใครก็ได้ไม่ใช่ ดังนั้น อย่าพูด ถ้าเราไม่เห็นด้วยตา มาเล่าถึงเหตุการหลังท่านนบีบ้าง ในสมัยคอลีฟะห์ อุมัร ถึงตอนนี้ต้องอธิบายก่อนว่า คอลีฟะห์คือตำแหน่งผู้ปกครองรัฐอิสลามหลังจากการสินชีวิตของท่านนบีไปแล้ว... ท่านอุมัรเป็นชายที่คนกลัวท่านมากเนื่องจากท่านเป็นชายร่างใหญ่ ดุดัน ครั้งนึง ท่านอุมัร ได้เดินผ่านที่บ้านหลังหนึ่ง และได้พบเห็น ชายหญิงกำลังสมสู่กันโดยการลักลอบประเวณี ท่านอุมัรจึงมาที่ศาลของเมืองและได้พูดขึ้นว่า ท่านเห็นชายหญิงคู่หนึ่งทำซินากัน หลังจากประโยคนั้นจบก็มีซอฮาบะท่านนึงพูดขึ้นว่า ท่านอุมัรขอให้ท่านหยุดพูดนอกจากท่านจะหาพยานที่เห็นเหตุการณ์มาให้ครบ 4 คน หรือมิเช่นนั้น ท่านจะถูกเฆี่ยน 80 ครั้งฐานกล่าวเท็จ ถ้าหากท่านพูดชื่อเขาชายหญิงคู่นั้นออกมา คิดดูซิครับ ขนาดกษัตริย์ที่ปกครองรัฐอิสลามเอง ขนาดเห็นด้วยตาตัวเองแล้วยังไม่สามารถตัดสินได้เลยนอกจากจะมีพยานถึง 4 คน ซึ่งการตัดสินจะต้องผ่านชั้นศาล ซึ่งถ้าหากอิสลามใช้กฏหมู่ป่าเถื่อนจริง ท่านอุมัรเข้าไปลากคอชายหญิงคู่นั้นมาประหารชิวิตได้แล้ว ดังนั้นถ้าหากชายหญิงไม่รับสารภาพเอง หรือ ทำอนาจารในที่สาธาณะแล้ว จะไม่มีการลงโทษแบบนี้แน่นอน และเนื่องจากอิสลามวางมาฐานในจุดนี้ไว้สูงมาก มาตราการนี้ การละเมิดประเวณีและเรื่องทางเพศต่างๆจะลดลงอย่างแน่นอน ปัจจุบันนี้ มุสลิมคงไม่ต้องไปรับสารภาพแล้วให้เขาทำโทษเพราะเราไม่ได้อยู่ในรัฐที่ปกครองด้วยอิสลาม แต่คนที่ทำผิดมาแล้วให้ทำการกลับตัวกับอัลลอฮ์ ถ้าหากเขากลับตัวอย่างแน่วแน่แล้ว อัลลอฮ์จะอภัยให้แก่เขา หากพระองค์ทรงประสงค์ มีอีกเรื่องนึงของท่านอุมัรที่อยากจะเสริม มีครั้งนึงท่านอุมัรเข้าไปที่บ้านของมุสลิมกลุ่มนึง และพบว่าพวกเขาทำการดื่มเหล้ากันอยู่ ท่านอุมัรซึ่งดำรงเป้นตำแหน่งคอลีฟะห์ขณะนั้น จึงจะเข้าไปจับตัวมุสลิมเหล่านั้นมาลงโทษตามหลักการ แต่มุสลิมกลุ่มนั้นบอกว่า จริงอยู่เขาทำผิดหลักศาสนา แต่ถึงกระนั้น ก็ต้องทำโทษท่านด้วย เพราะท่านทำผิด หลักการศาสนาถึง 3 ข้อทีเดียว ท่านอุมัรตกใจแล้วถามว่าฉันทำผิดอะไรบ้าง 1.ท่านลักลอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านเรื่อง จึงมาดูว่าเราดื่มเหล้ากันอยู่ในบ้าน 2.อิสลามสอนให้เข้าบ้านคนอื่นทางประตูโดยได้รับอนุญาติจากเจ้าของบ้านก่อนไม่ใช่ลักลอบเข้ามา แบบที่ท่านเข้ามาจับกุมพวกเรา 3.ท่านเข้ามาที่บ้านของเราโดยที่ท่านไม่ได้ให้สลามๆ (อยู่ๆก็โผล่มาเลย) ท่านอุมัรจึงออกไป อันนี้เราจะเห้นว่าการทำบาปและที่ถูกลงโทษตามกฏหมายอิสลามนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจับผู้ทำผิดหลักศาสนามาเฆี่ยนง่ายๆนอกเสียจากเขาจะสารภาพหรือว่า ทำในสาธารณะ **คัดลอกมาจาก Blog ของผมเอง |
เรื่องแนะนำ:







































![เนระพูสีไทย [Bat Flower]ดอกไม้สีดำ พบที่ป่าของไทยแห่งเดียวในโลก](http://statics.atcloud.com/files/entries/7/78895/images/1_mini.jpg)






ล็อกอิน | สมัครสมาชิก