Tag: บทความ การเมือง ต่างประเทศ
21 บทวิจารณ์
|
2,511
คนอ่าน
|
|
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด
สหรัฐประจานไทยยับ ออกรายงานประจำปี ระบุมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ยกเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งการฆ่าหมู่ที่กรือเซะ สลายม็อบตากใบ การหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร-ฆ่าเจริญ วัดอักษร ฆ่าตัดตอนยาบ้า ขังลืม ทรมานผู้ต้องหา แฉตำรวจเน่าทุจริตคอรัปชั่นบานตะไท คุกคามสื่อทุกรูปแบบ ทั้งกดดันโฆษณา แทรกแซง ซื้อหุ้น ฟ้องร้อง ยึดสื่อรัฐเป็นกระบอกเสียง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ได้ออกรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี พ.ศ. 2547 ระบุว่าประเทศไทยยังเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายด้าน โดยประเด็นที่สหรัฐให้ความสนใจอย่างยิ่ง คือ สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งรายงานระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบชาวมุสลิมที่ต้องการแยกดิ นแดน ส่งผลให้มีข่าวเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและพลเ รือนเกือบรายวันในช่วงปลายปี "การก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 180 ราย ด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอันเป็นผลจากความรุนแรงและการเพิ่มมาตรการด้านควา มมั่นคง ทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เนืองๆ และยิ่งเพิ่มความรู้สึกไม่พอใจของชาวบ้านในจังหวัดที่มีปัญหาให้มากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจซ้อมผู้ต้องสงสัยในบางครั้งเพื่อบังคับให้สารภาพ รัฐบาลประกาศว่าจะสอบสวนกรณีเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้ที่กระทำความผิดดังกล่าว ซึ่งเป็นการปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล" รายงานระบุ สหรัฐยังอ้างว่า ประเพณีการคอรัปชั่นยังคงมีอยู่ในระบบราชการฝ่ายพลเรือนบางส่วนและในหน่วยงา นด้านความมั่นคงบางแห่ง การเรียกร้องสินบนของเจ้าหน้าที่ทางการซึ่งทำอยู่ เป็นนิจบั่นทอนหลักนิติธรรม และทำให้กิจกรรมที่ผิดกฎหมายหลายๆ ประเภทยังคงดำเนินอยู่ เช่น การค้ามนุษย์ การแสวงประโยชน์ทางเพศและการค้าประเวณี เรือนจำและสถานกักกันผู้หลบหนีเข้าเมืองตามต่างจังหวัดบางแห่งมีสภาพแย่ ก ารกักขังผู้ต้องหาที่รอการพิจารณาคดีเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งการกักกันคนต่างด้าวยังคงเป็นปัญหา ฝ่ายตุลาการก็มีปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น และบางครั้งเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงก็ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน ต่อประเด็นสื่อมวลชน รายงานกล่าวว่า แม้ว่าสื่อมวลชนจะยังทำงานอย่างแข็งขัน แต่ด้วยความกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องจึงมีการเซ็นเซอร์ตัวเองอยู่ในระดับหนึ่ง เสรีภาพในการนับถือศาสนาและในการเคลื่อนไหวยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง รัฐบาลขัดขวางกิจกรรมของกลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่ม รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 ให้ความคุ้มครองทางกฎหมายแก่สตรีและผู้พิการมากขึ้น แต่ความไม่เท่าเทียมกันทางกฎหมายยังคงมีอยู่และบทคุ้มครองสตรีและผู้พิการบา งข้อไม่ได้มีการบังคับใช้ การใช้ความรุนแรงต่อสตรีและการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในสังคมยังเป็นปัญหา การเลือกปฏิบัติต่อชาวเขา ชนกลุ่มน้อยทางศาสนาและทางเชื้อชาติยังคงมีอยู่ การค้าสตรีและเด็กเพื่อบังคับค้าประเวณี และใช้แรงงานนับเป็นปัญหาร้ายแรง ชาวเขาและชนกลุ่มน้อยทางศาสนาและเชื้อชาติยังถูกเลือกปฏิบัติ เสรีภาพของค นงานในการจัดตั้งสมาคมลดลงเนื่องจากไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายอย่างเพีย งพอ และสิทธิในการต่อรองร่วมกันก็ไม่ได้รับการคุ้มครองดีพอ มีรายงานเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานและการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่โหดร้าย ในประเทศ ด้านการเคารพในสิทธิมนุษยชน การเคารพบูรณภาพแห่งบุคคล อันรวมถึงการปลอดจากการสังหารตามอำเภอใจหรือการสังหารที่ผิดกฎหมาย ไม่มีรายงานยืนยันว่ามีการสังหารที่เกี่ยวพันกับการเมืองโดยรัฐบาลหรือเจ้าห น้าที่ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุและรุนแรงต่อผู้ต้องสงส ัย และกระทำหรือเกี่ยวข้องกับคดีวิสามัญฆาตกรรมและการสังหารตามอำเภอใจ และการสังหารที่ผิดกฎหมายหลายคดี "เมื่อวันที่ 28 เมษายน กองกำลังตำรวจและทหารได้สังหารคนกว่า 100 คนในความพยายามที่จะสกัดกั้นการโจมตีของกลุ่มแยกดินแดนชาวมุสลิมไม่ทราบชื่อ หลายครั้งที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดนี้ มี 32 รายที่ถูกสังหารที่มัสยิดกรือเซะ จังหวัดปัตตานี เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบุกเข้าไปในมัสยิดหลังจากการเจรจาเป็นเวลา 9 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ รายงานอย่างเป็นทางการของคณะกรรมาธิการอิสระฉบับหนึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ มัสยิดกรือเซะ ระบุว่าผู้บัญชาการฝ่ายความมั่นคงซึ่งอยู่ ณ ที่เกิดเหตุ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในมัสยิดหลังการเจรจาไม่เป็นผล และมีทหารเสียชีวิต 3 นาย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนที่กรุงเทพฯ รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง อ้างว่าการบุกมัสยิดไม่ได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายตน คณะกรรมาธิการจึงสรุปว่ามีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ และการเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า" หลังเหตุปะทะเมื่อวันที่ 28 เมษายน ยังมีรายงานเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพลเรือนโดยฝีมือของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความ มั่นคงอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยมีรายงานว่าในวันที่ 6 กันยายน อิลมีน นาและ ถูกยิงที่หลังเสียชีวิตในขณะอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารพราน ทหารพราน 4 นายถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม เมื่อถึงปลายปีมีการตั้งคณะกรรมการตุลาการพิเศษขึ้นเพื่อตัดสินว่าศาลฝ่ายพล เรือนหรือศาลทหารควรเป็นผู้พิจารณาคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายเจริญ วัดอักษร นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมถูกยิงเสียชีวิตขณะเดินทางกลับบ้านหลังจากไปแถ ลงต่อรัฐสภาเพื่อต่อต้านการซื้อที่ดินสาธารณะเพื่อนำไปใช้สร้างโรงงานไฟฟ้าพ ลังถ่านหิน ผู้ที่ถูกตั้งข้อหาว่าเกี่ยวข้องกับการสังหารนายเจริญมี 5 คน เป็นมือปืน 2 คน และผู้จ้างวาน 3 คน ซึ่งมีข้าราชการระดับจังหวัดรายหนึ่งรวมอยู่ด้วย มือปืนยังถูกควบคุมตัวอยู่ แต่ผู้ต้องสงสัยอีก 3 คนได้รับการประกันตัว วันที่ 25 ตุลาคม ชาวมุสลิม 78 ราย ซึ่งกำลังถูกนำตัวไปควบคุมที่ค่ายทหารหลังเหตุการณ์ประท้วงอย่างรุนแรงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิตเนื่องจากขาดอากาศหายใจ ผู้ประท้วงเหล่านี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารสั่งให้นอนซ้อนกันบนรถบรรทุกใ นจำนวนที่มากเกินพื้นที่บนรถมาก ในเดือนธันวาคม คณะกรรมาธิการอิสระชุดหนึ่งได้สรุปว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคง 3 ราย รวมทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่และขาดความรับผิดชอบในการควบคุมผู้ใต้บังคับบัญช าให้ทำการเคลื่อนย้ายผู้ประท้วงอย่างมีมนุษยธรรม คณะกรรมาธิการระบุว่ามีผู้ประท้วงอีก 7 รายที่ยังสูญหายอยู่ คณะกรรมาธิการมิได้เสนอให้มีการดำเนินการทางกฎหมายหรือมาตรการลงโทษแต่อย่าง ใด แต่รัฐบาลมีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหมสอบสวนทางวินัยเจ้าหน้าที่อาวุโส 3 คนที่ระบุชื่อไว้ในรายงาน และสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบสวนคดีนี้ด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อให้ความช่วยเหลือและจ่ายเงิน ชดเชยแก่ผู้เสียหายและครอบครัว วันที่ 17 กันยายน นายระพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานี ถูกมือปืน 3 คนยิงเสียชีวิตขณะเดินทางไปทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนักเรียนโรงเรียน ปอเนาะรายหนึ่ง ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดอีกสามคนยังลอยนวลอยู่ รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวต่อไปว่า ยังไม่มีรายงานความคืบหน้าในการสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติดประมาณ 1,300 รายในช่วง 3 เดือนของการทำสงครามกับยาเสพติดของรัฐบาล ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2546 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นประธานคณะกรรมการ 2 คณะที่ทำการสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนเหล่านี้ รัฐบาลยืนยันว่าการสังหารดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งในกลุ่มผู้ค้ายาเ สพติด แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนของไทยและต่างประเทศ รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติโต้แย้งคำกล่าวอ้างนี้ และเรียกร้อ งให้มีการสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนทุกคดีอย่างละเอียด "เมื่อรัฐบาลสอบสวนคดีวิสามัญฆาตกรรม จะมีการส่งฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารที่ถูกกล่าวหาเพียงไม่กี่ราย อัยการอาวุโสและสมาคมกฎหมายขององค์กรเอกชนอ้างว่าคดีฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจหร ือทหารว่าทำวิสามัญฆาตกรรมส่วนใหญ่มักจะถูกยกฟ้องไปในที่สุด เนื่องจากประมวลกฎหมายอาญามีข้อกำหนดให้อัยการใช้เฉพาะสำนวนการสอบสวนของฝ่า ยตำรวจในการตัดสินใจว่าจะฟ้องร้องคดีใดทางอาญาหรือไม่ การยกฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เนืองๆ ได้ทำให้เกิดบรรยากาศการกระทำผิดได้โดยไม่ถูกลงโทษ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที ่เด่นชัด" รายงานระบุ รายงานกล่าวถึงการทำสงครามยาเสพติดอีกว่า ยังไม่มีความคืบหน้าในคดีตำรวจสังหารพลเรือนหลายคนที่ต้องสงสัยว่าค้ายาเสพต ิดที่จังหวัดเชียงรายเมื่อปี พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ ตัวเลขจากกองการสอบสวนและนิติการ กระทรวงมหาดไทย ระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2547 มีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ หรือระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวทั้งสิ้น 1,632 ราย ในจำนวนนี้ 131 รายเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางการแจ้งว่าส่วนใหญ่เป็นการเสียชีวิตจากโรคภัยตามธรรมชาติ "หลังการสอบสวนคดีผู้ต้องขังรายหนึ่งเสียชีวิตที่สถานีตำรวจในจังหวัดกาญจนบ ุรี อัยการจังหวัดได้ตั้งข้อหาฆาตกรรมกับนายสิบตำรวจนายหนึ่ง การพิจารณาคดียังคงดำเนินต่อไป" รายงานยกตัวอย่าง นอกจากนี้ยังระบุถึงคดีผู้ต้องขังที่สถานีตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานีเสียชีวิ ตเมื่อปี พ.ศ. 2546 แม้ว่าคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะสอบสวนเรื่องนี้อย่างแข็งขัน และสงสัยว่าผู้ต้องขังเสียชีวิตเพราะถูกตำรวจซ้อม กลับปรากฏว่านักโทษที่ถูกคุมขังในห้องเดียวกันถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม มีการกล่าวถึงการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นทนายความให้จำเลยชาวมุสลิม 5 คนที่ถูกตั้งข้อหาว่าปล้นอาวุธจากค่ายทหารที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อวันที่ 4 มกราคม และยังเป็นทนายความให้ผู้ต้องสงสัย 3 คนที่ถูกสงสัยว่าเป็นสมาชิกองค์การก่อการร้ายเจมาห์ อิสลามิยาห์ (เจไอ) ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นายถูกตั้งข้อหาลักพาตัวและลักขโมยในคดีการหายตัวของนายสมชาย และได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวเมื่อเดือนมิถุนายน การพิจารณาคดีมีกำหนดในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2548 นอกจากนี้ สื่อมวลชน องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชน และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านได้ทำหนังสือถึงรัฐบ าลเรียกร้องให้สอบสวนกรณีการหายตัวของบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชายชาวมุสลิม ในจังหวัดทางภาคใต้บางจังหวัดโดยเฉพาะนราธิวาส ในเดือนมิถุนายน ชาย 5 คนได้ทำการกักขัง ซูกิฟลี อาแซ ที่จังหวัดนราธิวาสอย่างผิดกฎหมาย หลังจากชาวบ้านสกัดจับยานพาหนะที่ใช้ลักพาตัวนายอาแซได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบก็ปล่อยตัวนายอาแซไป ต่อมาภายหลังจึงมีการเปิดเผยว่าชายทั้ง 5 คนนั้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประเด็นการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมไร้มนุษยธ รรม หรือทำลายศักดิ์ศรีอื่นๆ รายงานกล่าวว่า รัฐธรรมนูญและประมวลกฎหมายอาญามีบทบัญญัติห้ามการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม หรือทำลายศักดิ์ศรี อย่างไรก็ตาม องค์กรเอกชนและองค์กรทางด้านกฎหมายยังคงรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนทรมา นและซ้อมผู้ต้องสงสัยเพื่อบังคับให้รับสารภาพ ในเดือนพฤศจิกายน ชายวัย 28 ปี และภรรยาวัย 17 ปี ซึ่งคลอดลูกระหว่างถูกคุมขัง ได้รับการปล่อยตัวจากสถานีตำรวจลุมพินีหลังจากถูกคุมขังมาเป็นเวลา 102 วัน ตำรวจไม่ได้ตั้งข้อหาอาญากับสามีภรรยาคู่นี้ ตำรวจกล่าวว่าได้จับกุมคนทั้ง 2 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ในข้อหาขโมยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คนทั้ง 2 อ้างว่าถูกตำรวจซ้อมและถูกขโมยทรัพย์สินส่วนตัวไป ต่อมา พ.ต.ต.เกรียงศักดิ์ ทิพย์จ้อย ได้ถูกสั่งพักราชการชั่วคราวเพื่อรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการภายในของสำนักง านตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ ในเดือนพฤศจิกายน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดอยุธยาและอุทัยธานีทรมานชายผู้หนึ่งหลัง จากจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ โดยซ้อมและใช้ไฟฟ้าชอร์ตอวัยวะเพศของชายผู้นั้นเพื่อบังคับให้สารภาพ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 23 นายถูกย้ายเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างรอผลการสอบสวนภายในของตำรวจ วันที่ 10 มีนาคม ผู้ต้องสงสัย 5 คนในคดีปล้นปืนที่ค่ายทหารจังหวัดนราธิวาส อ้างว่าถูกตำรวจซ้อมและและชอร์ตด้วยไฟฟ้าเพื่อบังคับให้สารภาพ ผู้ต้องสงสัยทำหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อกระทรวงยุติธรรมผ่านทนายค วามของตนคือนายสมชาย นีละไพจิตร และเมื่อถึงเดือนพฤษภาคม ก็มีการยกฟ้องข้อหาทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ปล้นปืนในวันที่ 4 มกราคม อย่างไรก็ดี มีผู้ต้องสงสัยเพียง 1 รายเท่านั้นที่ถูกปล่อยตัว อีก 4 รายยังถูกตำรวจนราธิวาสควบคุมตัวไว้ในข้อหาอื่น รายงานกล่าวถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ายังมีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในหมู่ ข้าราชการตำรวจ โดยตำรวจอ้างว่าได้เงินเดือนน้อยจึงทำให้ถูกแรงยั่วยวนจากสินบน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทรมาน ซ้อมและทารุณผู้ต้องขังและนักโทษโดยทั่วไปไม่ถูกลงโทษ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาทนายความแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักนายกรัฐมนตรีก็รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับการทรมานผู้ต้องขังและการคอร ัปชั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นเดียวกับสำนักงานผู้ตรวจการของรัฐสภา ในช่วงปี พ.ศ. 2547 จเรตำรวจได้รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นของตำรวจทั้งสิ้น 77 เรื่อง ในจำนวนนี้มี 9 เรื่องที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง และได้รับโทษทางวินัย หรือโทษเนื่องจากประพฤติผิดในหน้าที่ ส่วน ป.ป.ช.ได้รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่นของตำรวจทั้งสิ้น 157 เรื่อง แต่ไม่มีตัวเลขว่า ป.ป.ช.ได้ดำเนินการตามกฎหมายไปแล้วกี่เรื่อง ในหัวข้อเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชน รายงานระบุว่า ยังคงมีเหตุการณ์การคุกคามและข่มขู่ผู้สื่อข่าว ทั้งนี้แม้โดยภาพรวม รัฐบาลให้ความเคารพเสรีภาพในการพูด ประชาชนสามารถตำหนิรัฐบาลทั้งอย่างเปิดเผยและลับๆ โดยไม่มีการตอบโต้อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนมีการตรวจพิจารณารายงานข่าวและบทความของตนในระดับหนึ่ง ก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของชาติ ในช่วงปี พ.ศ. 2547 เห็นได้ชัดว่ามีการเซ็นเซอร์ตัวเองเนื่องจากกลัวผลกระทบทางการเมืองหรือเศรษ ฐกิจ เช่น การย้ายไปทำหน้าที่อื่นในสิ่งพิมพ์ฉบับนั้น การเลิกรายการโทรทัศน์หรือวิทยุ หรือการย้ายจากตำแหน่งผู้ผลิตหรือผู้เสนอรายการโทรทัศน์หรือวิทยุ วันที่ 3 พฤษภาคม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ออกรายงานที่ระบุว่าการท้าทายสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนมีมากขึ้นและร้ ายแรงมากขึ้น ต่อมาวันที่ 1 กันยายน กลุ่มสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch ประณาม "ความกดดันต่อสื่อมวลชนที่เพิ่มขึ้น" ของรัฐบาล และการนำกฎหมายหมิ่นประมาทมาใช้เพื่อระงับเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล สมาชิกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยบางรายกล่าวว่ารัฐบาลใช้วิธ ีการต่างๆ เพื่อจะได้ควบคุมสื่อได้มากขึ้น รวมทั้งการควบคุมโดยตรงด้วยการเข้าเป็นเจ้าของกิจการสื่อ การขู่ว่าจะเลิกให้เงินสนับสนุนและค่าโฆษณา การจำกัดการให้ข้อมูล และการกดดันผู้สื่อข่าวและนักเคลื่อนไหวที่ชอบวิจารณ์รัฐบาลโดยตรง ในช่วงปี พ.ศ. 2547 นายทุนที่มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองได้ซื้อหุ้นจำนวนมากในธุรกิจหนังสือพ ิมพ์บางฉบับ รวมทั้งการซื้อหุ้นกว่าร้อยละ 10 ของบริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย ซึ่งเป็นองค์กรที่ถูกมองโดยทั่วไปว่าเป็นสื่อที่ต่อต้านรัฐบาล "บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวนายกรัฐมนตรีทักษิณ (ชินวัตร) เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ไอทีวีซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์อิสระแห่ งเดียวในประเทศ" รายงานระบุ ในส่วนของความพยายามในการปฏิรูปสื่อเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจา ยเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ขึ้นมาสำหรับจัดสรรคลื่นวิทยุและโทรทัศน์และกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง ยังประสบความชะงักงัน ในปี พ.ศ. 2546 ศาลฎีกาปฏิเสธรายชื่อคณะกรรมการ กสช.ที่คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้คัดเลือกมา เนื่องจากกระบวนการสรรหาขาดความโปร่งใส เมื่อถึงปลายปี พ.ศ. 2547 มีการส่งมอบรายชื่อคณะกรรมการ 14 คนต่อวุฒิสภาซึ่งจะคัดเลือกเพียง 7 คน ให้เป็นคณะกรรมการ กสช. ตลอดปี 2547 ไม่มีการสั่งปิดหนังสือพิมพ์หรือยึดสิ่งพิมพ์ฉบับใด และไม่มีการส่งจดหมายเตือนอย่างเป็นทางการโดยตำรวจสันติบาล แต่ดูเหมือนการเซ็นเซอร์ตัวเองของสื่อจะมีมากขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ คณะผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ได้รับความเช ื่อถือคือบางกอกโพสต์ได้ย้ายบรรณาธิการออกจากตำแหน่งโดยเลื่อนตำแหน่งให้สูง ขึ้น แม้ว่าทางหนังสือพิมพ์จะยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากสาเหตุ ด้านธุรกิจ แต่คนในวงการสื่อมวลชนต่างเชื่อกันว่าการโยกย้ายดังกล่าวมีสาเหตุมาจากจุดยื นของบรรณาธิการที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล หลังการโยกย้ายนี้ไม่นานนักหนังสือพิมพ์ของบางกอกโพสต์จำนวน 80 คนได้ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ ซึ่งแสดงความเสียใจต่อ "สัญญาณร้าย" ของการแทรกแซงทางการเมือง และเรียกร้องความอิสระในการทำงานของกองบรรณาธิการ ยังมีรายงานว่ารัฐบาลพยายามแทรกแซงกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นๆ โดยการกดดันผู้ลงโฆษณา หรือพันธมิตรของหนังสือพิมพ์ให้เลิกสนับสนุนถ้าหนังสือพิมพ์ยังคงวิพากษ์วิจ ารณ์รัฐบาลต่อไป รายได้จากการโฆษณาถูกระบุว่าเป็นสิ่งที่ทำให้กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มีคว ามอิสระในการทำงานน้อยลง ในปี พ.ศ. 2547 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยอ้างว่าหนังสือพิมพ์บางฉบับได้ทบท วนบทวิจารณ์เกี่ยวกับบุคคลในคณะรัฐบาล เนื่องจากบุคคลเหล่านั้นซื้อเนื้อที่โฆษณาหรือควบคุมการลงโฆษณาของหน่วยงานใ หญ่ๆ ที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ เดือนมิถุนายน ศาลอาญารับฟ้องคดีหมิ่นประมาทซึ่งบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และบรรณาธิการไทยโพสต์ 3 คน สาเหตุของการฟ้องร้องครั้งนี้มาจากบทความในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เมื่อเดือนก รกฎาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งตีพิมพ์คำพูดของ น.ส.สุภิญญา ที่กล่าวว่าบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ดูจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์รายใหญ่จากนโยบายของนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ยังฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 400 ล้านบาท จากจำเลยเหล่านี้ในคดีแพ่งด้วย ศาลมีกำหนดพิจารณาคดีอาญาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 และมีกำหนดพิจารณาคดีแพ่งหลังจากนั้น อีกคดีหนึ่งที่โด่งดังเช่นกัน ได้แก่ คดีหมิ่นประมาทที่ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ 4 นาย และอัยการรัฐเป็นโจทก์ฟ้องร้องต่อ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าของคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ที่เขียนบทความกล่าวอ้างคำพูดของนักวิชาการตำหนิคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที ่ระบุว่านายกรัฐมนตรีไม่มีความผิดในคดีซุกหุ้นเมื่อปี พ.ศ. 2544 ต่อมาศาลอาญาตัดสินว่า น.ต.ประสงค์ไม่มีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาทผู ้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ แต่มีความผิดในข้อหาดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่เคารพคำตัดสินของศาล น.ต.ประสงค์ถูกตัดสินให้รอลงอาญาเป็นเวลาหนึ่งปี และต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงิน 7,000 บาท คำตัดสินนี้ถือว่าเป็นชัยชนะของ น.ต.ประสงค์ เดือนมีนาคม หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นรายงานว่าตนมีสำเนาจดหมายขอความร่วมมือฉบับหนึ่งซึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งไปยังหัวหน้าสถานีวิทยุของตำรวจแห่งหนึ่ง จดหมายดังกล่าวสั่งให้หัวหน้าสถานีวิทยุตรวจสอบให้แน่ใจว่ารายการสนทนาข่าวภ าคค่ำจะต้องไม่วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแผนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล จดหมายซึ่งลงชื่อโดยร้อยตำรวจเอกนายหนึ่งระบุว่ากรมประชาสัมพันธ์ต้องการเทป ของรายการที่จัดโดยนายสมาน ศรีงาม นักหนังสือพิมพ์และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกวันเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าไ ม่มีการนำคำวิพากษ์วิจารณ์แผนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมาออกอากาศ หลังจากนั้นไม่นาน รายการของนายสมานก็ถูกถอดออกจากสถานี ตำรวจสันติบาลซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่ออกจดหมายนี้ บอกเจ้าหน้าที่ทางการทูตว่าตนไม่ได้ออกจดหมายดังกล่าว ด้านเสรีภาพในการชุมนุมกันอย่างสงบและการจัดตั้งสมาคม รายงานระบุถึงการชุมนุมที่ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่มีคนกว่า 80 คนเสียชีวิต ส่วนใหญ่เสียชีวิตในขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหลังจากการ ประท้วงที่มีการใช้ความรุนแรงเพื่อเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับก ุมข้อหาค้าอาวุธเถื่อน 6 ราย เดือนธันวาคม ผู้ประท้วงโครงการท่อก๊าซที่ อ.หาดใหญ่ จำนวน 20 คน จากผู้ประท้วงทั้งหมด 32 คนที่ถูกจับกุมเมื่อปี พ.ศ. 2545 ได้รับการยกฟ้อง และอีก 12 คนได้รับการประกันตัว นอกจากนี้ ในประเด็นเสรีภาพการนับถือศาสนา เดือนพฤษภาคม รัฐบาลเริ่มจดทะเบียนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม หรือ "ปอเนาะ" กว่า 200 แห่งในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การใช้ความรุนแรงของผู้ก่อความไม่สงบชาวมุสลิมในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี สงขลา และยะลา ทำให้พระสงฆ์บางส่วนในภูมิภาคที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมไม่สามารถปฏิบ ัติภารกิจทางศาสนา ขณะที่ผู้ก่อความไม่สงบพยายามก่อเหตุร้ายให้เพื่อโยงให้เกิดความขัดแย้งกันร ะหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิม เช่นการฆ่าพระสงฆ์ ตอนหนึ่งรายงานระบุว่า การเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านพ้นมา เต็มไปด้วยกระแสข่าวการซื้อเสียงและมีความรุนแรงในการฆ่าหัวคะแนนนักการเมือ งหลายคน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ กล่าวว่า รายงานของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฉบับนี้ ครอบคลุมปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของไทยมากทีเดียว สะท้อนถึงการจัดการปัญหาในภาคใต้ และการคุกคามเสรีภาพสื่อซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลไทยควรรับฟังและปรับปรุงท่าที รวมทั้งจุดยืนเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าการเปิดตัวรายงานปีนี้ สถานทูตสหรัฐไม่ได้เชิญสื่อมวลชนเข้ารับฟังและตั้งคำถาม หรือจะเป็นเพราะสถานทูตสหรัฐก็เซ็นเซอร์ตัวเอง เลขาธิการ คปส.กล่าวว่า สังคมไทยต้องจริงจังให้มากขึ้นต่อปัญหาการผูกขาดและคุกคามสื่ออย่างเป็นระบบ ซึ่งนับวันจะเป็นการคุกคามในเชิงนโยบายที่ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของสังคมรับ ไปปฏิบัติด้วยความอึดอัด ส่งผลต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาตอบโต้รายงานฉบับนี้อย่างแข็งกร้าว เขากล่าวว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่สหรัฐนำรายงานดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธาร ณชน ทั้งนี้สหรัฐควรใช้วิธีทางการทูตโดยส่งรายงานให้รัฐบาลผ่านทางกระทรวงการต่า งประเทศ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เท่าที่ดูเนื้อหาในรายงานฉบับนี้ ส่วนใหญ่เป็นการนำเหตุการณ์ภาคใต้บางด้านมานำเสนอ เพื่อชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไทยนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ความรุนแรงดังกล่าว โดยการนำการปะทะกันระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐมาเขียนในรายงาน ขอเรียนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเฉพาะตัวบุคคล ไม่ได้แสดงถึงนโยบายรัฐ กระทรวงขอเวลาสักระยะเพื่อศึกษารายงานฉบับนี้อย่างถี่ถ้วนว่ามีส่วนใดที่คลา ดเคลื่อนจากความเป็นจริง กระทรวงจะได้ทำหนังสือแจ้งกลับไป โดยมอบหมายให้กรมองค์การระหว่างประเทศ และกรมสหรัฐอเมริการับผิดชอบ แต่เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นที่จะต้องเชิญทูตสหรัฐประจำประเทศไทยมาชี้แจง. ดูที่ http://www.thaipost.net/index.asp?bk=thaipost&post_date=2/Mar/2548&news_id=103366&cat_id=501 |
เรื่องแนะนำ:















































ล็อกอิน | สมัครสมาชิก