5
คะแนน
 

บทความ ความรู้เกี่ยว คอมมิวนิสต์

โดย หกด เป็นกระทงร้อน มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
  เอาความรู้เกี่ยว คอมมิวนิสต์
คะแนน: 6 ชอบ, 1 ไม่ชอบ

Tag: บทความ การเมือง

ชนิด: บทความ - ประเภท: การเมือง
17 บทวิจารณ์  |  5,559 คนอ่าน
 
คำสั่ง
Share
hi5  |  Exteen  |  เด็กดี  |  BlogGang
ภาพประกอบ
เรื่องแนะนำ:
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2391 คาร์ล มาร์กซ (Karl Heinrich Marx) และฟรีดริช เองเกิลส์ (Friedrich Engels) นักทฤษฎีคอมมิวนิสต์ ได้ทำการตีพิมพ์หนังสือ "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" (The Communist Manifesto หรือจากชื่อต้นฉบับ ภาษาเยอรมัน Manifest der Kommunistischen Partei) โดยหนังสือเล่มนี้ ถือได้ว่าเป็นหนังสือ ที่มีอิทธิพลสูงที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก คาร์ล มาร์กซ (Karl Heinrich Marx) และฟรีดริช เองเกิลส์ (Friedrich Engels) นักทฤษฎีคอมมิวนิสต์ ที่มิใช่แค่นักทฤษฎีทางสังคม และการเมือง แต่พวกเขายังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการจัดตั้ง "กลุ่มกรรมกรนานาชาติ" (International Workingmen's Association) และผลงานหลักของเขาคือ บทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ที่มองผ่านทางการปะทะกัน ระหว่างชนชั้น โดยกล่าวสั้น ๆ ได้ดังคำนำในหนังสือ "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" (The Communist Manifesto) ว่า "ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ ระหว่างชนชั้น" ซึ่งผลงานชิ้นนี้ นับได้ว่าเป็นงานเขียน ที่เป็นแกนหลักของการเคลื่อนไหว ในแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์, สังคมนิยม, ลัทธิเลนิน และลัทธิมาร์กซ ก่อนที่จะเป็น "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" นั้น พวกเขาได้ร่วมกัน เขียนบทความชื่อ "อุดมการณ์เยอรมัน" (The German Ideology) ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ ปรัชญาของเฮเกิล และกลุ่มนิยมเฮเกิลรุ่นใหม่ หลังจากนั้นมากร์ซ เขียน "ความอับจนของปรัชญา" (The Poverty of Philosophy) ซึ่งวิพากษ์ความคิด สังคมนิยมสายฝรั่งเศส โดยบทความทั้งสอง วางรากฐานให้กับ "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" (The Communist Manifesto) อันเป็นผลงาน ที่กลุ่มสมาพันธ์คอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้อพยพ ชาวเยอรมันที่มาร์กซ ได้พบที่ลอนดอน (London) ได้ร้องขอให้เขียน ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2391 หนังสือเล่มนี้ ได้วางเป้าหมายของสหพันธ์และโปรแกรม สำหรับการดำเนินการหนังสือ "คำประกาศ" ได้แนะนำแนวทางของกิจกรรม เพื่อการปฏิวัติของชนกรรมาชีพ ที่จะโค่นล้มระบบทุนนิยม และสร้างสังคม ที่ปราศจากชนชั้นในสุด บทนำเริ่มต้นด้วยการเรียกระดมพล : "วิญญาณตนหนึ่งกำลังหลอกหลอนยุโรป – วิญญาของลัทธิคอมมิวนิสต์ อำนาจทั้งหมดของยุโรปเก่า ได้เข้าเป็นแนวร่วมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะกำจัดวิญญาณนี้ : พระสันตปาปา และพระเจ้าซาร์ม เมตเตอร์นิช และกุยซอทม พวกหัวรุนแรงฝรั่งเศส และตำรวจสายลับเยอรมัน พรรคฝ่ายค้านพรรคใดบ้าง ที่ไม่ถูกตราหน้าว่า เป็นคอมมิวนิสต์ โดยพรรคฝ่ายตรงข้าม ที่กุมอำนาจอยู่ และมีพรรคฝ่ายค้านใดบ้าง ที่เป็นคอมมิวนิสต์ ให้กับพรรคฝ่ายค้านอื่น ที่มีหัวก้าวหน้ากว่า และศัตรูที่เป็นปฏิกิริยา ของพรรคตนเอง" (A spectre is haunting Europe – the spectre of communism. All the powers of lod Europe have entered into a holy alliance to exorcise this spectre : Pope and Tsar, Metternich and Guizot, French Radicals and German police-spies. Where is the party in opposition that has not been decried as communistic by its opponents in power? Where is the opposition that has not hurled back the branding reproach of communism, asgainst the more advanced opposition parties, as well as against its reactionary adversaries?) นอกจากนี้เนื้อหาต่าง ๆ ในหนังสือ ยังได้สร้างความรู้สึกถึงความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ เช่น ในประโยค : "ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์ ของการต่อสู้ระหว่างชนชั้น" (The history of all hitherto existing society is the history of class struggles.)
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
1
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
ลัทธิคอมมิวนิสต์ (อังกฤษ: Communism) คือระบอบแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการปกครองสังคมและการเคลื่อนไหวทางการเมือง ภายใต้ข้อกำหนดของความเป็นเจ้าของร่วมกัน และการมีรายได้ที่ขึ้นอยู่กับการผลิต การเคลื่อนไหวทางการเมืองในแง่นี้หมายถึงระบอบคอมมิวนิสต์มุ่งจุดประสงค์ให้ประชาชนทุกคนมีฐานะทางสังคมเท่าเทียมกัน ระบอบคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นระบอบมหาอำนาจของการเมืองโลกในช่วงต้นคริสตศ์ตวรรษที่ 20 ในขณะที่ในคอมมิวนิสต์สมัยใหม่มักจะยึดตามคำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์ (The Communist Manifesto) ของคาร์ล มาร์กซและฟริดดิช เองเกิลส ที่ว่าด้วยการแทนที่ระบบวัตถุแบบทุนนิยมที่เน้นกำไรเป็นหลัก ด้วยระบอบสังคมคอมมิวนิสต์ที่ผลผลิตโดยรวมที่ได้มาจะกลายเป็นของส่วนรวม ลัทธิมาร์กซกล่าวไว้ว่ากระบวนการดังกล่าวสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ โดยการปฏิวัติรัฐประหารต่อบรรดานายทุนและชนชั้นสูง จากนั้นจึงเปลี่ยนถ่ายการปกครองไปสู่สถานะของการปกครองระบอบสังคมนิยม การกระทำดังกล่าวเรียกกว่าอำนาจเผด็จการของชนชั้นแรงงาน (นิยามโดยคาร์ล มาร์กซที่เรียกว่า "Dictatorship of the proletariat") ระบอบคอมมิวนิสต์ที่แท้จริงที่ไม่มีรัฐบาลบริหารยังไม่เคยเกิดขึ้น และยังเป็นไปได้ในแง่ทฤษฎีเท่านั้น เพราะความหมายที่แท้จริงของคำว่า 'ระบอบคอมมิวนิสต์' ตามทฤษฎีของมาร์กซคือ รัฐที่ปกครองโดยตลอดกาล หรือ รัฐบาลแนวสังคมนิยม คำว่าคอมมิวนิสต์ในปัจจุบันเป็นได้ทั้งระบอบการปกครอง, ระบบเศรษฐกิจ, และทฤษฎีสังคมของลัทธิมาร์กซ รวมถึงเงื่อนไขของพรรคคอมมิวนิสต์ ยังมีกลุ่มชนอื่นที่มีแนวความคิดของมาร์กซ อาทิเช่นอนาธิปัตย์หลายๆ กลุ่มที่เรียกตนเองว่าเป็นคอมมิวนิสต์แต่มีวิธีการที่ต่างจากมาร์กซในความพยายามที่จะสร้างสังคมไร้ชนชั้น
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
ความคิดที่มีรากฐานไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์มีมานานมากแล้วในโลกตะวันตก นานกว่าที่มาร์กซ์และเอนเกิลส์จะเกิดเสียอีก ความคิดที่ว่านี่ย้อนไปได้ถึงยุคกรีกโบราณที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ถูกโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับตำนานเกี่ยวกับยุคทองของมนุษยชาติ ที่ ๆ สังคมอยู่ด้วยกันด้วยความสามัคคีปรองดองกันเสียก่อน จึงร่วมกันสร้างความงอกงามทางวัตถุในภายหลัง แต่บางคนก็แย้งว่าตำราสาธารณรัฐ (The Republic) ของเพลโตและผลงานอื่นๆ ของนักทฤษฎีรัฐศาสตร์ในยุคโบราณ เพียงแค่สนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์ในด้านการอยู่รวมกันในสังคมอย่างปรองดองเท่านั้น รวมถึงหลาย ๆ นิกายในคริสตจักรสมัยเก่า และเน้นเป็นพิเศษในโบสถ์สมัยเก่า ดังที่บันทึกไว้ในบัญญัติแห่งบรรดาอัครสาวก (Acts of the Apostles) อีกทั้งชนเผ่าพื้นเมืองแห่งทวีปอเมริกาก่อนยุคโคลัมบัสบุกเบิก ก็ยังปฏิบัติตามแนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ว่าด้วยการ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
อยู่ด้วยกันเป็นสังคมและครอบครองวัตถุร่วมกัน รวมถึงอีกหลายๆ ชนชาติที่พยายามที่จะก่อตั้งสังคมคอมมิวนิสต์ได้แก่ นิกายเอซเซนแห่งยิว (Essenes) และนิกายยูดาทะเลทราย ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 นักบุญโทมัส มอร์ นักเขียนชาวอังกฤษกล่าวในหนังสือยูโทเปีย (Utopia) ของเขาว่า สังคมทุกสังคมมีรากฐานอยู่ที่การครอบครองวัตถุชิ้นใดๆ ร่วมกัน โดยมีหัวหน้าอยู่หนึ่งคนหรือหนึ่งคณะที่มีหน้าที่นำมันไปใช้ตามหลักแห่งเหตุและผลที่เหมาะสม ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 17 แนวคิดคอมมิวนิสต์ผุดขึ้นมาอีกครั้งในประเทศอังกฤษ เมื่อเอ็ดเวิร์ด เบิร์นสไตน์กล่าวในผลงานแห่งปี ค.ศ. 1895 ของเขา ครอมเวลล์และคอมมิวนิสต์ (Cromwell and Communism) อย่างเผ็ดร้อนว่ามีหลาย ๆ กลุ่มในสงครามกลางเมืองอังกฤษ โดยเฉพาะพวกนักขุดหรือผู้เผยเปลือกใน (Digger หรือ True Leveller) ที่แสดงการสนับสนุนแนวคิดแบบคอมมิวนิสต์อย่างชัดเจน เน้นความสำคัญไปที่บรรดาชาวไร่ชาวนา ซึ่งทัศนคติของ โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ต่อคนกลุ่มนี้มักเป็นความรำคาญ หรือแม้กระทั่งแสดงความเป็นศัตรูต่อคนกลุ่มนี้อย่างชัดเจน ความไม่เห็นด้วยต่อการครอบครองวัตถุแต่เพียงผู้เดียวยังคงถูกแย้งมาโดยตลอดในยุคแสงสว่าง (The Age of Enlightenment) แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผ่านนักวิชาการชื่อดังเช่น ชอง-ชาก รุสโซ รวมถึงนักเขียนสังคมนิยมยูโทเปีย เช่น โรเบิร์ต โอเวน ซึ่งบรรดาบุคคลเหล่านี้ก็ถูกขนานนามว่าเป็นคอมมิวนิสต์ในบางครั้ง คาร์ล มาร์กซ์เห็นว่าแนวคิดคอมมิวนิสต์ในช่วงเริ่มแรกนั้นคือสถานะดั้งเดิมของมนุษยชาติที่พัฒนาตนเองขึ้นมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ ควบคู่ไปกับระบอบศักดินา ที่เป็นสถานะของระบบทุนนิยมในขณะนั้น เขาจึงเสนอก้าวต่อไปในวิวัฒนาการทางสังคมกลับไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ ที่มีระดับสูงกว่าแนวคิดคอมมิวนิสต์เก่าๆ ที่มนุษยชาติเคยปฏิบัติกันมา ในขณะเดียวกัน ลัทธิคอมมิวนิสต์ก็เติบโตมาจากการเคลื่อนไหวของชนผู้ใช้แรงงานในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การปฏิวัติทางอุตสาหกรรมพัฒนายิ่งขึ้น แต่นักวิชาการหัวคิดสังคมนิยมเห็นว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมทำให้กำลังแรงงานด้อยคุณภาพลง ในขณะที่คนงานที่ทำงานในโรงงานกลางเมืองก็ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายยิ่งขึ้น และช่องว่างที่แคบลงระหว่างคนรวยและคนยากไร้ [แก้] ลัทธิมาร์กซิสต์ มาร์กซ์และเองเกิลส์พยายามหาแนวทางที่จะนำจุดจบมาสู่ระบบทุนนิยมและการกดขี่ผู้ใช้แรงงานเหมือนกับนักสังคมนิยมคนอื่นๆ แต่ในขณะที่นักสังคมนิยมคนอื่นหวังถึงการค่อยๆ ปฏิรูปสังคมในระยะยาว ทั้งมาร์กซ์และเองเกิลส์คิดว่ามีอยู่หนทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่ระบอบสังคมนิยมได้ นั่นคือการปฏิวัติ ตามที่ข้อสนับสนุนลัทธิคอมมิวนิสต์ของมาร์กซ์กล่าวไว้ว่า ลักษณะเฉพาะของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในสังคมชนชั้นคือความไม่สนใจซึ่งกันและกัน และยังกล่าวอีกว่าความคิดแบบคอมมิวนิสต์คือสิ่งที่มนุษย์ปรารถนา เพราะมันนำมาซึ่งความหยั่งรู้และการพบกับอิสรภาพแห่งมนุษย์อย่างแท้จริง มาร์กซ์ในที่นี้กล่าวตามนักปรัชญาชาวเยอรมัน
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
ยอร์ช วิลเฮล์ม ฟรีดดิช ฮีเกล (G.W.F. Hegel) ที่กล่าวว่าอิสรภาพมิใช่เพียงแค่การมิให้อำนาจเข้ามาควบคุมเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการกระทำที่มีสำนึกศีลธรรมอีกด้วย ไม่เพียงแค่ระบอบคอมมิวนิสต์จะทำให้คนทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้น แต่การทำให้มนุษย์ที่มีสถานภาพเดียวกันและความเหมือนกันนั้น จะทำให้พวกเขาไม่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์สู่ตนเองอีกต่อไป ในขณะที่เฮเกลคิดถึงการใช้ชีวิตตามหลักจรรยา ผ่านมโนภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับมาร์กซ์แล้ว คอมมิวนิสต์นั้นเกิดขึ้นได้จากวัตถุและผลิตผล โดยเฉพาะการพัฒนารายได้ที่ประชาชนจะได้รับจากการผลิต ลัทธิมาร์กซ์นั้นยึดถือว่า กระบวนการแตกแยกระหว่างชนชั้นที่ต่างกัน ผสมกับการดิ้นรนต่อสู่ที่จะปฏิวิติ จะนำชัยชนะมาสู่ชนชั้นแรงงาน และนำมาซึ่งการก่อตั้งสังคมคอมมิวนิสต์ที่ที่สิทธิ์ในการการครอบครองทรัพย์สมบัติส่วนบุคคลจะค่อย ๆ ถูกลบล้างไป และรายได้ของประชาชนจากการผลิต และความเป็นอยู่ที่ยึดติดอยู่กับชุมชนจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ ตัวมาร์กซ์เองนั้นชี้แจงไว้เพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่เมื่ออยู่ภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ แต่กล่าวถึงข้อมูลเฉพาะส่วนหลัก ๆ ที่เป็นแนวทางไปสู่ระบอบคอมมิวนิสต์เท่านั้น ซึ่งส่วนมากจะเกี่ยวกับการลดขอบเขตของสิ่งที่บุคคลพึงกระทำ เห็นได้จากสโลแกนของกลุ่มเคลื่อนไหวลัทธิคอมมิวนิสต์ที่มีความว่า สังคมคอมมิวนิสต์คือโลกที่ทุก ๆ คนทำในสิ่งที่พวกเขาถนัด และได้รับตามที่พวกเขาต้องการ ตัวอย่างที่อธิบายแนวคิดของมาร์กซ์มาจากผลงานเขียนเพียงไม่กี่ชิ้นของเขาที่มีข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตของลัทธิคอมมิวนิสต์โดยละเอียด คือ แนวคิดลัทธิของเยอรมัน (The German Ideology) ในปี ค.ศ. 1845 งานชิ้นนั้นมีใจความว่า: "ในสังคมคอมมิวนิสต์ที่ไม่มีใครถูกจำกัดภาระหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ทุกคนสามารถประสบความสำเร็จในทุกๆ สาขาที่เขาต้องการ เมื่อสังคมกำหนดเป้าหมายการผลิตทำให้มันเป็นไปได้ที่จะทำสิ่งหนึ่งวันนี้ และทำให้อีกสิ่งในวันพรุ่ง ล่าสัตว์ในตอนเช้า, ตกปลาในตอนกลางวัน, ต้อนวัวในตอนเย็น และวิจารณ์หลังอาหารค่ำ ดังที่ตัวเองปรารถนา โดยไม่ต้องมีอาชีพเป็นนักล่าสัตว์ ชาวประมง คนเลี้ยงสัตว์และนักวิจารณ์" วิสัยทัศน์ที่มั่นคงของมาร์กซ์ ทำให้วิสัยทัศน์นี้กลายเป็นทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับความเป็นไปของสังคมที่เป็นระบบ ภายใต้ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง และเป็นทฤษฎีทางการเมืองที่อธิบายถึงความจำเป็นที่จะต้องกระทำการปฏิวัติเพื่อที่จะได้สิ่งใดๆ มาที่มีข้อกังขาเล็กน้อย ในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 นิยามของคำว่า ระบอบสังคมนิยม และ ระบอบคอมมิวนิสต์ มักถูกใช้แทนกัน อย่างไรก็ตาม มาร์กซ์และเองเกิลส์เห็นว่า สังคมนิยมคือระดับปานกลางของสังคมที่ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่จากการผลิตมีมวลชนเป็นเจ้าของร่วมกัน โดยที่ยังคงความแตกต่างระหว่างชนชั้นไว้เล็กน้อย โดยที่พวกเขาสงวนนิยามของระบอบคอมมิวนิสต์ไว้ว่า เป็นขั้นสุดท้ายของสังคมที่ไม่มีความแตกต่างระหว่างชนชั้น ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี และรัฐบาลเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป หลักเกณฑ์เหล่านี้ต่อมาจึงถูกพัฒนา โดยเฉพาะจาก วลาดิมีร์ เลนิน ซึ่งมีอิทธิพลในการกำหนดลักษณะของพรรคคอมมิวนิสต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ให้โดดเด่น นักเขียนรุ่นต่อมาเปลี่ยนแปลงวิสัยทัศน์ของมาร์กซ์โดยมอบอำนาจให้กับรัฐให้เป็น
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
ศูนย์กลางของการพัฒนาสังคมดังกล่าว โดยแย้งว่าการที่จะให้เป็นคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์ได้นั้น ต้องเริ่มมาจากการเป็นสังคมนิยมเสียก่อน จึงค่อย ๆ แปลงสังคมภายใต้ระบอบสังคมนิยม ให้กลายเป็นสังคมคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์ คนรุ่นเดียวกับมาร์กซ์บางคน เช่น อนาธิปัตย์อย่าง มิคาเอล บาคูนิน ก็สนับสนุนแนวคิดคล้าย ๆ กัน แต่ต่างกันในทัศนคติของพวกเขาในเรื่องของวิธีที่จะนำไปสู่สังคมสามัคคีที่ไร้ชนชั้นได้ จนมาถึงทุกวันนี้ยังคงมีการแบ่งกลุ่มเคลื่อนไหวของคนงานอยู่ระหว่างกลุ่มลัทธิคอมมิวนิสต์ของมาร์กซ์และกลุ่มอนาธิปัตย์ โดยที่พวกอนาธิปัตย์มีความคิดเป็นปฏิปักษ์และต้องการที่จะล้มล้างทุกอย่างที่เป็นของรัฐบาล แต่ในหมู่พวกเขาก็มีนักอนาธิปัตย์-คอมมิวนิสต์อย่าง ปีเตอร์ โครพอตคิน ที่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ไร้ชนชั้นในทันที ในขณะที่นักอนาธิปัตย์-สหการนิยมเชื่อในสหภาพแรงงานที่เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในสังคม ตรงกันข้ามกับพรรคคอมมิวนิสต์ (ที่เชื่อในสังคมไร้ชนชั้น นั่นคือไม่มีผู้นำ)
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
ในช่วงปลายคริสตศตวรรษที่ 19 แนวทฤษฎีของมาร์กซเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดพรรคสังคมนิยมทั่วยุโรป แม้ว่านโยบายของพวกเขาในเวลาต่อมาจะค่อนข้างคล้อยตามกับระบอบทุนนิยมที่กำลังปรับเปลี่ยนตัวเอง มากกว่าที่จะก่อการรัฐประหาร ยกเว้นพรรคแรงงานสังคมประชาธิปัตย์แห่งรัสเซีย (Russian Social Democratic Workers' Party) โดยหนึ่งในกลุ่มในพรรค ที่เป็นที่รู้จักในนามของกลุ่มบอลเชวิค ซึ่งนำโดยวลาดิมีร์ เลนินที่ประสบความสำเร็จในการปกครองประเทศหลังจากการล้มล้างรัฐบาลรักษาการณ์ในการปฏิวัติรัสเซีย (Russian Revolution of 1917) ใน พ.ศ. 2460 (ค.ศ. 1917) ในปี 1918 พรรคดังกล่าวเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งจากนั้นมาทำให้เกิดข้อแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างระบอบคอมมิวนิสต์และระบอบสังคมนิยม หลังจากประสบความสำเร็จในการปฏิวัติตุลาคม (October Revolution) ในรัสเซีย ทำให้พรรคสังคมนิยมในหลายๆ ประเทศเปลี่ยนตัวเองเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีความภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตที่แตกต่างกันไป เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง คณะบริหารที่เรียกตนเองว่าคอมมิวนิสต์ก็เข้ายึดอำนาจในยุโรปตะวันออก ในปี ค.ศ. 1949 พวกคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน นำโดยเหมาเจ๋อตุงก็ขึ้นสู่อำนาจและก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างนั้นบรรดาประเทศโลกที่สามต่างก็รับระบอบคอมมิวนิสต์เข้ามาเป็นระบอบการปกครองได้แก่คิวบา, เกาหลีเหนือ, เวียดนาม, ลาว, แองโกลา และโมซัมบิค ในต้นทศวรรษที่ 1980 ประชากรหนึ่งในสามของโลกถูกปกครองภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ความเชื่อแบบคอมมิวนิสต์ถือว่าเป็นเรื่องต้องห้ามในสหรัฐอเมริกา จากประวัติศาสตร์การต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์มาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามเย็นของอเมริกา ต่อมาในต้นคริสตทศวรรษที่ 1970 นิยามใหม่ที่เรียกว่า "ยูโรคอมมิวนิสต์" (Eurocommunism) ก็ถูกใช้ระบุถึงนโยบายใหม่ของพรรคคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่ตั้งใจจะปฏิเสธการช่วยเหลือที่ไม่มากนักและไม่คงเส้นคงวาของสหภาพโซเวียต บางพรรคดังกล่าวถือว่าเป็นพรรคใหญ่และเป็นหัวคะแนนในการเลือกตั้งได้แก่ในฝรั่งเศสและอิตาลี แต่จากการล่มสลายของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย หกด เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
საქართველოს საბჭოთა სოციალისტური რესპუბლიკა
ได้แก่ในฝรั่งเศสและอิตาลี แต่จากการล่มสลายของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในยุโรปตะวันออก91) ทำให้อิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ลดลงไปอย่างมากในยุโรป อย่างไรก็ตามประชากรหนึ่งในสามของโลกก็ยังคงตกอยู่ภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Hex เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
กลายเป็นสีฟ้า ไป ซะแว้ว ไม่ได้ ล็อกอิน นาน -*-
So Good !!!!
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย noter เมื่อ มากกว่า 2 ปีที่แล้ว
ปลุกสำนึก ปลดปล่อย และปลุกใจ
เหรอ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Hex เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
กลายเป็นสีฟ้า ไป ซะแว้ว ไม่ได้ ล็อกอิน นาน -*-
อือห์
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Hex เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
กลายเป็นสีฟ้า ไป ซะแว้ว ไม่ได้ ล็อกอิน นาน -*-
เมื่อก่อนผมชอบศึกษาระบบเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์ ครับ เพราะถ้ามันสามารถเป็นไปได้อย่างที่คาร์ล มาร์กซ พูดไว้ได้จริงมันก็คงจะดีไม่น้อยแต่ในโลกความเป็นจริงมันไม่สามารถทำได้ครับ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Bee*_*Kcc เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
สวัสดิกะ
เคยมีคนบอกไว้ว่าไทยต้องปกครองแบบคอมมิวนิสน์จีนคับ แต่ยังมีพระมหากษัตริย์อยู่ ถึงจะเจริญคครับถ้าเป้นแบบประชาธิปไตยพวกนักการเมืองมันชอบโกงกิน ต้องในสมัยจอมพลสดิษ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Lackey เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
พลอยนพรัตน์

"ญาติเหมือนเลือด เพื่อนเหมือนข้าว" ... เค้าดองกันมาตั้ง 200 กว่าปีแล้ว ... อ่านประวัติศาสตร์ไม่ละเอียดหรือสหาย !

  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Lackey เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
พลอยนพรัตน์

เสียใจด้วยนะสหาย ! ... ถ้าไม่ใช่ "แซ่"

    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย Dave007 เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว
ตรัสรู้ถึงโลกนี้จะไร้ทนชั้นอยางแท้จริง
คุณต้อง ล็อกอิน จึงจะวิจารณ์กระทงได้
เรื่องล่าสุด: การเมือง