21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2391 คาร์ล มาร์กซ (Karl Heinrich Marx) และฟรีดริช เองเกิลส์ (Friedrich Engels) นักทฤษฎีคอมมิวนิสต์ ได้ทำการตีพิมพ์หนังสือ "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" (The Communist Manifesto หรือจากชื่อต้นฉบับ ภาษาเยอรมัน Manifest der Kommunistischen Partei) โดยหนังสือเล่มนี้ ถือได้ว่าเป็นหนังสือ ที่มีอิทธิพลสูงที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก
คาร์ล มาร์กซ (Karl Heinrich Marx) และฟรีดริช เองเกิลส์ (Friedrich Engels) นักทฤษฎีคอมมิวนิสต์ ที่มิใช่แค่นักทฤษฎีทางสังคม และการเมือง แต่พวกเขายังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ในการจัดตั้ง "กลุ่มกรรมกรนานาชาติ" (International Workingmen's Association)
และผลงานหลักของเขาคือ บทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ ที่มองผ่านทางการปะทะกัน ระหว่างชนชั้น โดยกล่าวสั้น ๆ ได้ดังคำนำในหนังสือ "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" (The Communist Manifesto) ว่า "ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ ระหว่างชนชั้น" ซึ่งผลงานชิ้นนี้ นับได้ว่าเป็นงานเขียน ที่เป็นแกนหลักของการเคลื่อนไหว ในแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์, สังคมนิยม, ลัทธิเลนิน และลัทธิมาร์กซ
ก่อนที่จะเป็น "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" นั้น พวกเขาได้ร่วมกัน เขียนบทความชื่อ "อุดมการณ์เยอรมัน" (The German Ideology) ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์ ปรัชญาของเฮเกิล และกลุ่มนิยมเฮเกิลรุ่นใหม่ หลังจากนั้นมากร์ซ เขียน "ความอับจนของปรัชญา" (The Poverty of Philosophy) ซึ่งวิพากษ์ความคิด สังคมนิยมสายฝรั่งเศส โดยบทความทั้งสอง วางรากฐานให้กับ "คำประกาศเจตนาคอมมิวนิสต์" (The Communist Manifesto) อันเป็นผลงาน ที่กลุ่มสมาพันธ์คอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้อพยพ ชาวเยอรมันที่มาร์กซ ได้พบที่ลอนดอน (London) ได้ร้องขอให้เขียน ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2391
หนังสือเล่มนี้ ได้วางเป้าหมายของสหพันธ์และโปรแกรม สำหรับการดำเนินการหนังสือ "คำประกาศ" ได้แนะนำแนวทางของกิจกรรม เพื่อการปฏิวัติของชนกรรมาชีพ ที่จะโค่นล้มระบบทุนนิยม และสร้างสังคม ที่ปราศจากชนชั้นในสุด
บทนำเริ่มต้นด้วยการเรียกระดมพล : "วิญญาณตนหนึ่งกำลังหลอกหลอนยุโรป – วิญญาของลัทธิคอมมิวนิสต์ อำนาจทั้งหมดของยุโรปเก่า ได้เข้าเป็นแนวร่วมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อที่จะกำจัดวิญญาณนี้ : พระสันตปาปา และพระเจ้าซาร์ม เมตเตอร์นิช และกุยซอทม พวกหัวรุนแรงฝรั่งเศส และตำรวจสายลับเยอรมัน พรรคฝ่ายค้านพรรคใดบ้าง ที่ไม่ถูกตราหน้าว่า เป็นคอมมิวนิสต์ โดยพรรคฝ่ายตรงข้าม ที่กุมอำนาจอยู่ และมีพรรคฝ่ายค้านใดบ้าง ที่เป็นคอมมิวนิสต์ ให้กับพรรคฝ่ายค้านอื่น ที่มีหัวก้าวหน้ากว่า และศัตรูที่เป็นปฏิกิริยา ของพรรคตนเอง" (A spectre is haunting Europe – the spectre of communism. All the powers of lod Europe have entered into a holy alliance to exorcise this spectre : Pope and Tsar, Metternich and Guizot, French Radicals and German police-spies. Where is the party in opposition that has not been decried as communistic by its opponents in power? Where is the opposition that has not hurled back the branding reproach of communism, asgainst the more advanced opposition parties, as well as against its reactionary adversaries?)
นอกจากนี้เนื้อหาต่าง ๆ ในหนังสือ ยังได้สร้างความรู้สึกถึงความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ เช่น ในประโยค : "ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมา ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์ ของการต่อสู้ระหว่างชนชั้น" (The history of all hitherto existing society is the history of class struggles.)
"ญาติเหมือนเลือด เพื่อนเหมือนข้าว" ... เค้าดองกันมาตั้ง 200 กว่าปีแล้ว ... อ่านประวัติศาสตร์ไม่ละเอียดหรือสหาย !
เสียใจด้วยนะสหาย ! ... ถ้าไม่ใช่ "แซ่"
ล็อกอิน | สมัครสมาชิก