Tag: จ่าเพียรขาเหล็ก วีรบุรุษบันนังสดา ผู้กำกับกระดูกเหล็ก
รำลึกครบรอบ 2 ปี แห่งการจากไปของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา "จ่าเพียร
กระดูกเหล็ก" แห่งบันนังสตา
ผู้สร้างความเป็นธรรมให้สังคม ที่ต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง
ในวันที่ 12 มีนาคม 2553 ซึ่งได้ผ่านมาแล้วถึง 2 ปีนั้น เหตุการณ์ที่น่าเศร้านั้นหลาย
คนอาจหลงลืมไปบ้างแล้ว
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ พล.ต.อ.สมเพียร นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์วีโก้
4 ประตู สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กข 9302 ยะลา พร้อมลูกน้อง 3 นาย และ
อส.คนสนิท อีก 1 นาย คือ ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ โลมา รอง สว.ปป.สภ.บันนังสตา,
ด.ต.โสภณ อินทรบวร และ ส.ต.ท.ระวิกรณ์ สังข์ศิริ และ อส.อับดุลอาซิ กาจะลากี
ออกไปติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หลังทราบข่าวว่า
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้ออกมาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายครั้งใหญ่
เมื่อขับรถยนต์มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน 5-8 คน กด
ระเบิดที่ฝังไว้ และใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่ จำนวนหลายชุด เกิดการปะทะกัน
ประมาณ 10 นาที เมื่อกำลังเสริมเข้าไปกลุ่มคนร้ายได้ล่าถอยเข้าไปในป่า ทั้งหมด
ถูกลำเลียงทั้งทางรถยนต์ และทางเฮลิคอปเตอร์เป็นการด่วน แรงระเบิดและคม
กระสุนส่งผลให้ พล.ต.อ.สมเพียร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลา
สิริอายุ 59 ปี ส่วนลูกน้องคนสนิท 4 นาย บาดเจ็บสาหัส ส่วน ด.ต.โสภณ อินทรบวร
เสียชีวิตในเวลาต่อมา และได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจเอก และเครื่องราช
อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย เป็น
กรณีพิเศษ
ต่อมา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เจ้าหน้าที่สามารถยิงคนที่ทำ
พล.ต.อ.สมเพียร เสียชีวิตได้, เป็นแกนนำระดับสูงชื่อ มะแอ อภิบาลแบ ที่มีคดีอยู่
28คดี ตลอดอายุราชการ 40 ปีจ่าเพียรเข้าปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้ายมากกว่า
70 ครั้ง ร่างกายของจ่าเพียรเต็มไปด้วยรอยแผลจากสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนที่
โดนยิงไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง และอีกปีเดียวเท่านั้นจ่าเพียรก็จะได้เกษียณ ความต้องการ
สุดท้ายของจ่าเพียรคืออยากกลับไปอยู่กับครอบครัวในช่วงปีสุดท้ายของอายุราชการ
ในโผโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการของตำรวจเดิมที จ่าเพียรควรจะถูกโยกย้ายไปอยู่ใน
สภ.กันตัง แต่เมื่อโผโยกย้ายตัวจริงออกมา ปรากฏว่าแกกลับต้องประจำอยู่ที่
บันนังสตาดังเดิม จ่าเพียรจึงขึ้นมาร้องเรียนนายกฯถึงความไม่โปร่งใสในการโยกย้าย
โผตำรวจ แต่ก็ไม่มีผู้บริหารระดับสูงคนใดเหลียวแลหรือออกมาพบกับจ่าเพียร ไม่ว่า
จะเป็น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ หรือ พล.ต.ท.พงศพัศ
พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อไม่ได้รับการเยียวยาหรือได้รับความ
สนใจจากผู้บังคับบัญชา จ่าเพียรก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่บันนังสตา จนกระทั่ง
ถูกวางระเบิดเสียชีวิตในวันที่ 12 มีนาคม 2553 แต่เมื่อจ่าเพียรเสียชีวิต ผู้บังคับบัญชา
และผู้บริหารระดับสูงต่างพากันออกมาแก้ตัวว่า กำลังทำเรื่องโยกย้ายเพื่อเยียวยา
จ่าเพียรแต่น่าเสียดายที่ไม่ทันการเสียแล้ว
จากการเสียชีวิตของ “จ่าเพียร” รัฐบาลได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณา
บำเหน็จความชอบ ค่าตอบแทน และการช่วยเหลือ (ก.บ.ท.ช.) ที่มีวาระสำคัญคือ
การพิจารณาช่วยเหลือ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ซึ่งเสีย
ชีวิตจากการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติ เข้าเกณฑ์ให้ได้
รับสิทธิตามระเบียบ ก.บ.ท.ช. โดยให้ 1.พ.ต.ท.สมเพียรได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน
กรณีพิเศษ จำนวน 7 ขั้น ตั้งแต่วันที่เสียชีวิต (12 มี.ค.2553) ได้รับเงินค่าทดแทน
เป็นจำนวน 25 เท่าของเงินเดือน เป็นเงิน 1,089,250 บาท และเงินช่วยเหลือค่า
จัดการศพ 20,000 บาท และ 2.ด.ต.โสภณ ได้รับเงินค่าทดแทนเป็นจำนวน 25
เท่าของเงินเดือน เป็นเงิน 440,000 บาท เงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ 20,000 บาท
และเงินชดเชยการป่วยเจ็บเป็นรายวัน รวม 2 วัน เป็น 1,174 บาท
|
ปรากฏการณ์ จ่าเพียร หรือพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา รอยด่างในแวดวงสีกากี ข้อร้องเรียนของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา กรณีไม่ได้รับความเป็น อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการลงโทษที่สมควรแล้ว หรือเป็นการลงโทษที่เบา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เคยกล่าวความในใจกับนายตำรวจระดับหัวหน้า “คนทำงานไม่ได้โต คนโตไม่ได้ทำงาน” การแก้ปัญหาก็คือ ไม่ยอม ระดับผู้บัญชาการไม่ยอม คำว่าคนทำงานไม่ได้โต ถ้อยคำสุดท้ายของพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ประกอบกับการออกมาแฉถึง จ่าเพียรตายไปแล้วสองปี ข้าราชการตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็น |
อ้างอิง






















































แต่ความดีที่ท่านสร้าง ท่านทำ เป็นอนุสรณ์ความดี