บทความ ครบรอบ 2 ปี จ่าเพียร ผู้เกษียณราชการด้วยชีวิต!

กระจ้อน
เป็นกระทงร้อน 1 ปีที่แล้ว
2 ปีแห่งการจากไปของ จ่าเพียร แห่งบันนังสตากับการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง ถึงวันนี้สิ่งที่จ่าเพียรเรียกร้องเกิดขึ้นแล้วหรือยัง?

Tag: จ่าเพียรขาเหล็ก วีรบุรุษบันนังสดา ผู้กำกับกระดูกเหล็ก

ชนิด: บทความ
ประเภท: สังคมศาสนา
คะแนน: 55 ชอบ, 0 ไม่ชอบ
จาก http://youtu.be/lb0X6uGc9SY
5 บทวิจารณ์  |  2,017 คนอ่าน
55
คะแนน
ครบรอบ 2 ปี จ่าเพียร ผู้เกษียณราชการด้วยชีวิต!
ภาพประกอบ
ครบรอบ 2 ปี จ่าเพียร ผู้เกษียณราชการด้วยชีวิต!
บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

รำลึกครบรอบ 2 ปี แห่งการจากไปของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา "จ่าเพียร
กระดูกเหล็ก" แห่งบันนังสตา
ผู้สร้างความเป็นธรรมให้สังคม ที่ต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่ตนเอง

ในวันที่ 12 มีนาคม 2553 ซึ่งได้ผ่านมาแล้วถึง 2 ปีนั้น เหตุการณ์ที่น่าเศร้านั้นหลาย
คนอาจหลงลืมไปบ้างแล้ว

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่ พล.ต.อ.สมเพียร นั่งรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าไฮลักซ์วีโก้
4 ประตู สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กข 9302 ยะลา พร้อมลูกน้อง 3 นาย และ
อส.คนสนิท อีก
1 นาย คือ ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ โลมา รอง สว.ปป.สภ.บันนังสตา,
ด.ต.โสภณ อินทรบวร และ ส.ต.ท.ระวิกรณ์ สังข์ศิริ และ อส.อับดุลอาซิ กาจะลากี
ออกไปติดตามหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หลังทราบข่าวว่า
 กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้ออกมาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เพื่อเตรียมก่อเหตุร้ายครั้งใหญ่
เมื่อขับรถยนต์มาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ มีคนร้ายไม่ทราบกลุ่ม จำนวน
5-8 คน กด
ระเบิดที่ฝังไว้ และใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่ จำนวนหลายชุด เกิดการปะทะกัน
ประมาณ
10 นาที เมื่อกำลังเสริมเข้าไปกลุ่มคนร้ายได้ล่าถอยเข้าไปในป่า ทั้งหมด
ถูกลำเลียงทั้งทางรถยนต์ และทางเฮลิคอปเตอร์เป็นการด่วน แรงระเบิดและคม
กระสุนส่งผลให้ พล.ต.อ.สมเพียร ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตที่ รพ.ศูนย์ยะลา
สิริอายุ
59 ปี ส่วนลูกน้องคนสนิท 4 นาย บาดเจ็บสาหัส ส่วน ด.ต.โสภณ อินทรบวร
 เสียชีวิตในเวลาต่อมา และได้รับพระราชทานยศ พลตำรวจเอก และเครื่องราช
อิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่
1 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย เป็น
กรณีพิเศษ


ต่อมา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เจ้าหน้าที่สามารถยิงคนที่ทำ
พล.ต.อ.สมเพียร เสียชีวิตได้
, เป็นแกนนำระดับสูงชื่อ มะแอ อภิบาลแบ ที่มีคดีอยู่
28คดี ตลอดอายุราชการ 40 ปี
จ่าเพียรเข้าปะทะกับกลุ่มโจรก่อการร้ายมากกว่า
70 ครั้ง ร่างกายของ
จ่าเพียรเต็มไปด้วยรอยแผลจากสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนที่
โดนยิงไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง และอีกปีเดียวเท่านั้น
จ่าเพียรก็จะได้เกษียณ ความต้องการ
สุดท้ายของ
จ่าเพียรคืออยากกลับไปอยู่กับครอบครัวในช่วงปีสุดท้ายของอายุราชการ
 ในโผโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการของตำรวจเดิมที
จ่าเพียรควรจะถูกโยกย้ายไปอยู่ใน
 สภ.กันตัง แต่เมื่อโผโยกย้ายตัวจริงออกมา ปรากฏว่าแกกลับต้องประจำอยู่ที่
บันนังสตาดังเดิม
จ่าเพียรจึงขึ้นมาร้องเรียนนายกฯถึงความไม่โปร่งใสในการโยกย้าย
โผตำรวจ แต่ก็ไม่มีผู้บริหารระดับสูงคนใดเหลียวแลหรือออกมาพบกับ
จ่าเพียร ไม่ว่า
จะเป็น
  พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ หรือ พล.ต.ท.พงศพัศ
พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อไม่ได้รับการเยียวยาหรือได้รับความ
สนใจจากผู้บังคับบัญชา
จ่าเพียรก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ในท้องที่บันนังสตา จนกระทั่ง
ถูกวางระเบิดเสียชีวิตในวันที่
12 มีนาคม 2553 แต่เมื่อ
จ่าเพียรเสียชีวิต ผู้บังคับบัญชา
และผู้บริหารระดับสูงต่างพากันออกมาแก้ตัวว่า กำลังทำเรื่องโยกย้ายเพื่อเยียวยา

จ่าเพียร
แต่น่าเสียดายที่ไม่ทันการเสียแล้ว

จากการเสียชีวิตของ จ่าเพียร รัฐบาลได้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณา
บำเหน็จความชอบ ค่าตอบแทน และการช่วยเหลือ
(ก.บ.ท.ช.) ที่มีวาระสำคัญคือ
การพิจารณาช่วยเหลือ
พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ซึ่งเสีย
ชีวิตจากการป้องกันอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยของชาติ เข้าเกณฑ์ให้ได้
รับสิทธิตามระเบียบ ก.บ.ท.ช. โดยให้
1.พ.ต.ท.สมเพียรได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน
กรณีพิเศษ จำนวน
7 ขั้น ตั้งแต่วันที่เสียชีวิต (12 มี.ค.2553) ได้รับเงินค่าทดแทน
เป็นจำนวน
25 เท่าของเงินเดือน เป็นเงิน 1,089,250 บาท และเงินช่วยเหลือค่า
จัดการศพ
20,000 บาท และ 2.ด.ต.โสภณ ได้รับเงินค่าทดแทนเป็นจำนวน 25
เท่าของเงินเดือน เป็นเงิน
440,000 บาท เงินช่วยเหลือค่าจัดการศพ 20,000 บาท
 และเงินชดเชยการป่วยเจ็บเป็นรายวัน รวม
2 วัน เป็น 1,174 บาท

  ปรากฏการณ์ จ่าเพียร หรือพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา รอยด่างในแวดวงสีกากี
 เป็นปรากฏการณ์ร่วมที่เกิดขึ้น อย่างต่อเนื่องภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยเฉพาะฤดูกาลแต่งตั้ง โยกย้าย คำขอจากนักการเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้
 ทำให้ระบบคุณธรรมกลายเป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู ใครมีเส้นสายใหญ่กว่า เข้าถึง
ศูนย์อำนาจมากกว่า ก็จะได้รับการพิจารณาให้ไปดำรงตำแหน่งที่ต้องการ หรือ
ตำแหน่งที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง แม้กระทั่งสถาบันที่จบการศึกษามา
 ก็เป็นปัจจัยในการพิจารณาตำแหน่ง เช่น นายตำรวจที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ
 ก็อาจอยู่ในบัญชี ก.เป็นลำดับแรกในการแต่งตั้ง ส่วนนายตำรวจที่จบจากสถาบัน
อื่นๆ ก็จะได้รับการพิจารณาลดหลั่นกันลงมา

   ข้อร้องเรียนของ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา กรณีไม่ได้รับความเป็น
ธรรมในการแต่งตั้งก่อนเสียชีวิต โดยมีพล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจ
แห่งชาติ เป็นประธาน สรุปว่า พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการ
ตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) ขณะเป็นผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ (ผบช.ศชต.) และพล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก ผู้บัญชาการตำรวจ
ภูธรภาค ๙ มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง เสนอให้ลงโทษตัดเงินเดือน
พล.ต.ท.วีรยุทธ ร้อยละ ๕ ไม่เกิน ๓ เดือน ส่วนพล.ต.ท.พีระ ให้ว่ากล่าว
ตักเตือนนั้น

อาจพิจารณาได้ว่าเป็นการลงโทษที่สมควรแล้ว หรือเป็นการลงโทษที่เบา
เกินไป คงไม่สำคัญเท่าประเด็นว่าการที่พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ถูกมองข้ามครั้ง
แล้วครั้งเล่าจนกระทั่งเสียชีวิต เพราะเขาไม่มีเส้นสายหรือผลประโยชน์ตอบแทน
หรือไม่

พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เคยกล่าวความในใจกับนายตำรวจระดับหัวหน้า
ผู้ปฎิบัติการ ตำรวจภูธรภาค ๙ ก่อนหน้าที่เขาจะเกษียณอายุราชการถึงปัญหาการ
แต่งตั้ง ว่าถูกแทรกแซงจากบุคคลภายนอกมากมาย เมื่อการแต่งตั้งคราวที่แล้ว ระดับ
รองผู้บังคับการ-สารวัตร มีถึงสองพันราย ที่มีคนมาฝาก ถือว่ามาก ทำให้เกิดปัญหา
ตามมาคือ

คนทำงานไม่ได้โต คนโตไม่ได้ทำงาน

    การแก้ปัญหาก็คือ ไม่ยอม ระดับผู้บัญชาการไม่ยอม คำว่าคนทำงานไม่ได้โต
คนโตไม่ได้ทำงานนี่เอง เป็นคำอธิบายกรณีพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา แล้วยังเป็นคำ
อธิบายถึงบรรดานายตำรวจที่ปรารถนาจะได้ตำแหน่งหน้าที่ที่ดี จะต้องแสวงหาที่
แอบอิงนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจด้วย

ถ้อยคำสุดท้ายของพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ประกอบกับการออกมาแฉถึง
การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมของ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร ได้สะท้อนถึง ระบบ
อุปถัมภ์ในระบบราชการ เป็นเมล็ดพันธุ์อันเลวร้ายที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยมายาว
นาน ยิ่งระบบอุปถัมภ์ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับประชาชน
ด้วยแล้ว ยิ่งเรียกร้องระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลมากขึ้น

    จ่าเพียรตายไปแล้วสองปี ข้าราชการตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็น
ธรรม ในการแต่งตั้งโยกย้ายก็ยังคงเพรียกหาความเป็นธรรมต่อไป

อ้างอิง

www.oknation.net/blog/chakkrish/2012/03/12/entry-3

www.oknation.net/blog/more_blog_comment_new.php 

เรื่องแนะนำ
บทวิจารณ์ร้อนของ @cloud
sarener
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
^___^
ผมจะไม่ลืมท่านเลย
22 คะแนน  | 
บทวิจารณ์ของ @cloud
sarener
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
^___^
ผมจะไม่ลืมท่านเลย
22 คะแนน  | 
modern_24
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
เริ่มทำงานกันต่อไป หลังหยุดยาว
ขาสวย
2 คะแนน  | 
หนังหุ้มปลาย
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
"คนไทย...คิดต่างได้....ไม่ต้องยิง"
เรื่องนี้จำได้ว่ะ....ยุคอภิสิทธิ์ครองเมือง...ชาวบ้านร้านตลาดไปจนถึงข้าราชการตงฉินเดือดร้อนไปทุกย้อมหญ่า
0 คะแนน  | 
พันตา
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
ปฎิเสธอย่างสุภาพ ดีกว่าช่วยเหลืออย่างงมงาย
ประวัติศาสตร์จะจารึกท่านไว้ครับ 
0 คะแนน  | 
muey_
เมื่อ 1 ปีที่แล้ว
สวัสดีจ้า....
คนดีที่ควรน่ายกย่อง ถึงตัวท่านจากไป
  แต่ความดีที่ท่านสร้าง ท่านทำ เป็นอนุสรณ์ความดี
0 คะแนน  | 
เสนอบทวิจารณ์กระทงด้วย Facebook
โปรดละเว้นการโพสข้อความหรือภาพอันผิดกฎหมาย หรือลบหลู่สถาบันหลักของชาติ ระบบจะบันทึก IP Address ของท่านตามกฎของกระทรวง​หากเราถูกดำเนินคดี ข้อมูลของท่านจะถูกส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป
ขอความกรุณาอย่างพึ่งโพสต์ กระทง/กระทู้/บทวิจารณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ขอบคุณค่ะ
เรื่องล่าสุด: สังคมศาสนา
แนะนำจาก Facebook
เพื่อนคุณจาก Facebook


คุณสามารถใช้บัญชี Facebook กับเว็บ @cloud ได้