พันตาเป็นกระทงร้อน 1 ปีที่แล้ว
ปฎิเสธอย่างสุภาพ ดีกว่าช่วยเหลืออย่างงมงาย
การที่เสก โลโซอ้างว่า เขาทำเงินให้แกรมมีเป็นพันล้านบาท จะจริงเท็จอย่างไร เราไม่รู้ แต่หากจะพูดถึงเพลงที่เป็นเพลงชาติของ เสก-โลโซ ก็คงจะเป็นเพลงบอกรักสไตล์จิ๊กโก๋อย่าง “ซมซาน” ที่ปรากฏอยู่ในอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอัลบั้มหนึ่งของเขา กับอัลบั้ม “โลโซ เอ็นเตอร์เทนเมนต์”(พ.ศ.2541, ค.ศ. 1998)
Tag: สังคม ข่าว ศาสนา เดอะ เสก โลโซ เลนนอน เฮนดริกซ์ โอเอซิส ดอร์ส ซมซาน
ชนิด:
ข่าว
ประเภท:
สังคมศาสนา
คะแนน: 44 ชอบ, 0 ไม่ชอบ
จาก
http://www.matichon.co.th/news_detail.p ...
22 บทวิจารณ์ |
9,892 คนอ่าน























































ผมว่าออกแนวเพี้ยนเพราะเสพเยอะเกินไปแล้ว
หยุดตอนนี้ยังทัน แต่เท่าที่ฟังๆ มาดูเหมือนคงจะยังไม่เลิกง่ายๆ
การเสพยาของศิลปิน(ฝรั่ง) ในยุดก่อนๆ มีหลายสาเหตุ แต่ตอนจบไม่ค่อยต่างกันครับ ฟังทั้งอนาคตและ ชีวิต ตายไปเยอะ
แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือถ้อยแถลงที่พูดถึงพฤติกรรมไม่ดีของเขาที่ผ่านมา เสกกล่าวว่า...
"ชีวิตคนเรานั้น มีทั้งดีแล้วก็ไม่ดี เอาแบบผม ในอย่างที่ดี ถ้าอันไหนที่ไม่ดี อย่าเอาแบบผมเป็นอันขาด ผมเป็นอาร์ตทิสต์ อาร์ตทิสต์แปลว่า ศิลปิน เป็นนักเขียน ผมใช้เพราะว่าผมทำงานเพลง ผมใช้เพราะผมเอามันอยู่นะครับ เอามันอยู่หมายถึงคอนโทรลมันได้ แต่คนส่วนใหญ่นั้นคอนโทรลไม่ได้ เกิดบ้าคลั่งหรืออะไรต่างนานา แต่ผมบอกตรงๆนะ อย่าใช้มัน ดีที่สุด เพราะคนที่ใช้มันแล้วเอามันอยู่ คือคนที่จิตใจเป็นแบบผม ผมไม่เคยสะทกสะท้าน และผมไม่กลัว เพราะฉะนั้น ผมเอามันอยู่แน่นอน
"แต่ผมบอกอย่างนี้ ผมจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ไม่บอกว่าเรื่องอะไร แต่ผมขอรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ ผมจะบอกให้นะ ถ้าทุกคนรักผมและยอมรับผมในสิ่งที่ผมเป็น ผมก็จะเป็น แต่ผมขอบอกว่าผมจะทำให้ดีขึ้น แต่ถ้าสมมติยอมรับในสิ่งนี้ของผมไม่ได้ ผมก็จะไปอยู่ที่อื่น อยู่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของผม"
ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งในถ้อยแถลงนี้ นั่นคือ การที่เสก อ้างตัวเทียบเคียงกับร็อค สตาร์ระดับโลก ดังนี้คือ
"ถามผมว่า ทำไมต้องใช้สิ่งนี้ จอห์น เลนนอน อัจฉริยะก็ใช้ จิมี เฮนดริกซ์ เดอะดอร์ โอเอซิส อะไรต่างๆนานาก็ใช้สิ่งนี้ แต่ผมยังย้ำคำเดิมว่า อย่าทดลองเป็นอันขาด เพราะเป็นอันตราย"
ประโยคนี้ ทำให้ชวนคิดว่า หากเลือกเพลงดังที่สุดของแต่ละศิลปินที่ถูกพาดพิงในครั้งนี้ มาคนละ 1-2 เพลง วัดกันหมัดต่อหมัด ว่าเพลงใครเจ๋งกว่ากัน และสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างแก่ผู้ฟังได้มากกว่า จะเป็นอย่างไร?
เพราะสิ่งที่คนฟังดนตรีสงสัย คือ คำถามตัวโตๆอย่าง คำถามที่ว่า ในฐานะ “อาร์ตทิสต์” การที่เสก โลโซ จะอ้างพฤติกรรมแบบนี้โดยดึงตัวเองขึ้นมาเทียบตำนานและว่าที่ตำนาน ร็อค แอนด์ โรลเหล่านี้ ถือเป็นการยกตัวเองขึ้นสูงเกินไปหรือไม่?
กลุ่มศิลปินแรกที่เสกพูดถึงก็คือ วงเดอะ ดอร์ส(The Door) วงร็อคสัญชาติอเมริกันที่เติบโตภายใต้แสงแดดอันอบอุ่นที่ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย ก่อตั้งเมื่อปี 1965 หนึ่งในสมาชิกของวงนี้ก็คือ จิม มอร์ริสัน นักร้อง นักแต่งเพลง ผู้เป็นตำนานที่สิ้นชีวิตไปตั้งแต่อายุ 27 ปี
อย่างไรก็ตาม เพลงที่เป็นเครื่องหมายประจำวง เดอะ ดอร์ส ซึ่งเป็นมรดกทางหูให้กับคนรุ่นหลังในยุคต่อมา นั่นคือเพลง Light My Fire เนื้อหาส่วนใหญ่กลับแต่งโดยร็อบบี้ ครีเจอร์ มือกีต้าร์ของวง ปล่อยออกอากาศในเดือนมกราคม ปี 1967 แล้วครองตำแหน่งในบิลล์บอร์ดชาร์ตได้ถึง 3 สัปดาห์
สิ้นสุดปี 1967 เพลงนี้ได้รับการันตีเหรียญทองจาก “สมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงของอเมริกา” ในฐานะที่ Light My Fire เป็นซิงเกิ้ลที่สามารถขายได้ถึง 1 ล้านยูนิตในที่สุด เพลงของเดอะ ดอร์ส เพลงนี้ ก็ถูกจัดอยู่ในทำเนียบ “500 เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล” ในอันดับที่ 35 ซึ่งจัดโดยนิตยสารโรลลิ่ง สโตน
เพลงนี้ได้รับการนำไปคัฟเวอร์มากมาย เวอร์ชั่นที่ได้รับการพูดถึงมากมายก็อย่างเช่น ของ โจเซ่ เฟลิเซียโน และวิลล์ ยัง ที่ขึ้นบิลล์บอล์ตชาร์ตเพลงยอดนิยมในหลายๆประเทศ
ต่อมาคือ เจมส์ มาร์แชลล์ เฮนดริกซ์ หรือ จิมี เฮนดริกซ์(ค.ศ. 1942 - 1970) ศิลปินชาวอเมริกันที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักกีต้าร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ร็อค
เพลงที่เหมือนกับเป็น “ลายเซ็น” ประจำตัวของเขา แน่นอนว่าต้องเป็นเพลงที่ชื่อVoodoo Child
เพลง “เด็กวูดู” ปรากฏขึ้นในปี 1968 ในอัลบั้มที่มีชื่อว่า “อิเล็กทริค เลดี้แลนด์”(Electric Ladyland) จนในปี 1970 หลังจากที่เฮนดริกซ์เสียชีวิต เพลงนี้ของเขาขึ้นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ของสหราชอาณาจักร
Voodoo Child ได้รับการยกย่องจากนิตยสารโรลลิ่ง สโตนให้ติดอันดับ 101 ในทำเนียบ “500 เพลงยอดเยี่ยมตลอดกาล” และเพลงนี้ยังเป็นเพลงที่โดดเด่นมาก เมื่อคราวที่เฮนดริกซ์หยิบมาเล่นในเทศกาลดนตรีที่เป็นเหมือนตำนานประวัติศาสตร์ดนตรีอย่าง “วู้ดสต็อก” เมื่อปี 1969ในวงการดนตรี คงจะไม่เกินเลยไปนัก หากจะพูดว่า ไม่มีใครที่ไม่รู้จักชายแว่นกลมที่ดูครุ่นคิดเสมอ นามว่า จอห์น เลนนอน(ค.ศ.1940-1980) อัจฉริยะผู้ล่วงลับไปแล้ว หนึ่งในอดีตโกลเด้น เม็มโมรี่ของวงเขย่าโลกอย่างวง เดอะ บีทเทิ่ลส์(The Beatles)
หลังจากที่แผ้วทางตำนานของตัวเองภายใต้ชายคาของสี่เต่าทอง ซึ่งมีเรื่องราวให้พูดถึงมากมายไม่รู้จบ เลนนอนแยกทางกับสมาชิกในวง ในปี 1970 แล้วมาทำงานเพลงร่วมกับคนรักของเขา โยโกะ โอโนะ
และเพลงที่ทำให้ทุกคนนึกถึงชายหนุ่มจากลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ผู้นี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นเพลงที่พูดถึงสังคมในอุดมคติอย่าง Imagine ซึ่งเป็นเหมือนเพลงที่เป็นป้ายแขวนคอของเลนนอนว่า ต่อไปเขาจะพูดแต่เรื่องสันติภาพ ในยุคที่สงครามเย็นยังคุกรุ่น บุปผาชนยังเคลื่อนไหวImagine คลอดออกมาบนโลกนี้ในปี 1971 หนึ่ง และได้รับการบันทึกว่า เป็นเพลงยอดเยี่ยมอันดับ 3 ในอันดับเพลงยอดเยี่ยมของโรลริ่ง สโตน และถูกนำกลับมารำลึกถึงอยู่บ่อยครั้งเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญบนโลกใบนี้ ตั้งแต่ สงครามเวียดนาม(ค.ศ.1957-1975) จนมาถึงเหตุการณ์ 911 (ค.ศ. 2001) ที่อเมริกา
พอพูดถึงทางเหนือของประเทศอังกฤษอย่างเมืองลิเวอร์พูลแล้วเมืองแมนเชสเตอร์ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีวงดนตรีเจ๋งๆที่เสกโลโซอ้างถึงเช่นกันนั่นคือวงโอเอซิส(Oasis)ที่มีสองพี่น้องจอมเกทับบลัฟแหลกและแสนกร่างอย่าง โนลและเลียม กัลป์ลาเกอร์เป็นแกนหลักของวง
อัลบั้มของพวกเขาที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกของดนตรี คงจะเป็น อัลบั้มที่ 2 ที่มีชื่อว่า "(What′s The Story) Morning Glory?" ออกมาในเดือนตุลาคม ปี 1995 ว่ากันว่า ช่วงสัปดาห์แรงที่ออกวางขาย มีคนเข้ามาซื้ออัลบั้มชุดนี้ในทุกๆ 30 วินาทีทีเดียว จนท้ายที่สุดในปี 1996 งานเพลงของเขาในอัลบั้มนี้ขายได้ถึง 20 ล้านยูนิตด้วยกันเพลงในอัลบั้มนี้ที่น่าจำและผับแถวถนนข้าวสารยังนำมาร้องอยู่เป็นประจำก็ คือ เพลงอย่าง Wonderwall และ Don’t Look Back in Anger มีคนดูในยูทูบ 38 ล้านวิว และ 16 ล้านวิว ตามลำดับ
มาที่ตัวเสก โลโซกันบ้าง เมื่อไล่เรียงงานเพลงของเขาจากอดีตถึงปัจจุบัน ทั้งงานที่ทำในวง “โลโซ”, งานบินเดี่ยวของเขา ไปจนถึงงานที่ทำร่วมกับศิลปินดังอย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้ ภายใต้สังกัดแกรมมี เขาทำงานเพลงให้ที่นี่ไปแล้วประมาณ 15 อัลบั้มในระยะเวลา 15 ปี (รวมอัลบั้มที่เอาเพลงฮิตมาจัดเรียงใหม่แล้วเพิ่มเพลงใหม่ด้วย) โดยอัลบั้มล่าสุดซึ่งอาจจะโดนทำหมันทั้งอัลบั้ม แต่ก็ออกซิงเกิ้ลมาชิมลางบ้างแล้วก็คือ อัลบั้ม เสก โลโซ เลิฟซองส์
การที่เสก โลโซอ้างว่า เขาทำเงินให้แกรมมีเป็นพันล้านบาท จะจริงเท็จอย่างไร เราไม่รู้ แต่หากจะพูดถึงเพลงที่เป็นเพลงชาติของ เสก-โลโซ ก็คงจะเป็นเพลงบอกรักสไตล์จิ๊กโก๋อย่าง “ซมซาน” ที่ปรากฏอยู่ในอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จอัลบั้มหนึ่งของเขา กับอัลบั้ม “โลโซ เอ็นเตอร์เทนเมนต์”(พ.ศ.2541, ค.ศ. 1998)
แม้ว่าเพลงนี้ของเสก จะเกิดก่อนยุครุ่งเรืองของยูทูบ จึงทำให้มีผู้คนเข้ามาดูงานเก่าๆของเขาชิ้นนี้เพียงแค่เกือบ 1 ล้านวิวเท่านั้น แต่ในยุคนั้น ที่คลื่นวิทยุยังครองเมืองอยู่ เพลงนี้กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตทั่วประเทศ ชนิดที่วงสตริงในงานบวชยันงานแต่งงานต้องหยิบไปเล่นเพื่อสร้างความครื้นเครงให้กับแขกเหรื่อฤทธานุภาพของอัลบั้ม “เอ็นเตอร์เทนเม้นต์” ที่มีเพลง “ซมซาน” เป็นหนึ่งในจุดขาย ทำให้เทปคาสเซ็ทอัลบั้มนี้ทะลุล้านแล้วจ้า จนเป็นการสร้างความมั่นคงในแบรนด์ของโลโซและตัวเสกสรร สุขพิมายในยุคต่อมา ที่แม้ว่าเพลงจะไม่ดังเปรี้ยงทั้งอัลบั้ม แต่บุญเก่าของเขาก็ยังขายได้
แต่หลังจากที่ต้นสังกัดแกรมมี ตัดหางเสกโลโซ ปล่อยวัด เพราะเจ้าตัวออกมายอมรับว่า เสพยา
เพลงของเสก โลโซ ที่เจ้าตัวบอกว่า เป็นเพลงของ “ประชาชน” จะไปในทิศทางไหน เป็นที่น่าติดตาม
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ อยากให้ลองพิจารณาว่า เพลงของเสก อยู่ตรงตำแหน่งแห่งหนใด ของวงการร็อค แอนด์ โรล เมื่อนำเหล่าร็อคสตาร์ในข้างต้นมาอ้างอิงถึง...
ผมว่าออกแนวเพี้ยนเพราะเสพเยอะเกินไปแล้ว
หยุดตอนนี้ยังทัน แต่เท่าที่ฟังๆ มาดูเหมือนคงจะยังไม่เลิกง่ายๆ
การเสพยาของศิลปิน(ฝรั่ง) ในยุดก่อนๆ มีหลายสาเหตุ แต่ตอนจบไม่ค่อยต่างกันครับ ฟังทั้งอนาคตและ ชีวิต ตายไปเยอะ
เพลงมันน่ะ เพราะ แต่ พฤติกรรม มันไม่น่านับถือเลยสักนิด
หมั้นไส้มันตั้งแต่ เมาแล้วเอารองเท้าไปตบหน้า น้อย วงพูล
ต่อหน้า ชาวต่างชาติบนเวที แล้ว งามหน้าไหมล่ะตัวแทน คนไทย
นี่ขนาดว่าเอามันอยู่นะพี่