สงครามลาว (อับเดด2วันครั้ง)

สวัสดีครับผมกลับมาอับเดดใหม่ในรูปแบบกระทู้ครับผม เรื่องจะเป็นเกี่ยวกับสงครามลาวครับ เป็นงานเขียนของ สยุมภู ทศพลครับ คนที่เผยแพร่บทความที่ผมเอามาเสนอก็คือ คุณหลังเขา ครับ เป็นเรื่องที่ดีมากๆครับเป็นวีรกรรมของทหารรับจ้าง ทั้งเรื่องเพื่อน สวคราม ความรัก สนุกสนาน เศร้า ดีมากๆครับผมอยากให้ดู

บทวิจารณ์: 12 คนอ่าน: 18,536
โดย: บังรอน
มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
สงครามลาว (อับเดด2วันครั้ง)
บทวิจารณ์ของ @cloud
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่1
 
  ?พรึ้ม...?

   เสียงเครื่องยนต์ของเครื่องบินขับไล่ทิ้ง
ระเบิด ?T-28? คำรามขึ้นมาพร้อมๆกัน
สรรพสำเนียงที่อึกทึกครึกโครมกลบเสียง
เครื่องยนต์ชนิดอื่นๆที่เซ็งแซ่อยู่รอบๆ
ข้างอย่างสิ้นเชิง มันจอดเร่งเครื่องอยู่ชั่ว
ครู่ก็แท็กซี่ช้าๆในลักษณะแถวตอนเรียง
สอง มุ่งหน้าไปยังหัวสนามบิน กลับลำ
จอดอุ่นเครื่องอยู่ชั่วขณะแล้วเร่งเครื่อง
ยนต์เต็มที่อีกครั้ง... ปลดเบรกอากาศ
ทะยานปร้าดไปตามพื้นรันเวย์ที่ยาว
เหยียดพร้อมๆกันทั้ง 4 เครื่อง มองเห็น
อุปกรณ์การรบจำพวกจรวดและลูกระเบิด
ที่ติดตั้งอยู่ใต้ปีกอิรุงตุงนัง

   ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรันเวย์ เจ้า ?วิหค
สายฟ้า? ทูตฤตยู 4 เครื่องก็เชิดหัวขึ้น
ท้องฟ้า แล้วบินเกาะหมู่ข้ามเนิน ?
สกายไลน์-วัน? มุ่งหน้าไปยังสนามบินซำ
ทองซึ่งขณะนี้ตกอยู่ในความยึดครอง
ของทหารเวียดนามเหนือผสมลาวแดง
โดยสิ้นเชิง

   เช้าวันนั้นอากาสแจ่มใสเป็นพิเศษ ?
ชอปเปอร์? (เฮลิคอปเตอร์) จากสนามบิน
อุดรมาทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ คนงาน
แผนก ?A-D-S? ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ขึ้นสู่แนวรบ
ทยอยออกปฏิบัติงานในบริเวณสนามบิน
ล่องแจ้ง แน่นไปหมด ทำให้บริเวน ?เม็น
แล้ม? คับแคบไปถนัดตา

   เครื่องบินลำเลียงสีเทาสลับขาว บาง
เครื่องก็พรางลำตัวด้วยสีเขียวลายพร้อย
ติดยี่ห้อ ?แอร์-อเมริกา? บินวนเวียนอยู่
เหนือทิวเขาเสียดฟ้า รอจังหวะสนามบิน
ว่างเพื่อขออนุญาตหอบังคับการบินลง
พื้นในลำดับต่อไป

   ไอ้หมู หรือเครื่องบิน  C-123 ซึ่งเป็น
เครื่องบินลำเลียงขนาดยักษ์ โผล่พรวด
มาจากร่องสันเขาบริเวณรอยต่อของเนิน
สกายไลน์ มันกางฐานลดเพดานบิน จน
กระทั่งลูกล้อแตะพื้นรันเวย์ พร้อมกับ ?
เบรกอากาศ? เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ต่อ
จากนั้นก็ลดความเร็วลง แท็กซี่ช้าๆ เข้า
มาจอด ณ บริเวน ?เม็นแล้ม? เลี้ยวซ้าย
ถอยหลังเอาประตูด้านท้ายซึ่งเปิดออก
ช้าๆ ด้วยระบบไฮโดรลิค จนกระทั่งเปิด
ออกเรียบสนิทเป็นแผ่นเดียวกับพื้นห้อง
โดยสาร

   กลุ่มทารรับจ้างซึ่งอยู่ในชุดเสือพราน
ทะลักออกมาจากช่องประตูพร้อมด้วย
อาวุธประจำกาย และเครื่องสนามครบ
ครัน ต่อจากนั้นก็นั่งรวมกลุ่มกัน ณ
บริเวณลานจอดนั่นเอง 

   ?C-123? เครื่องที่สอง และที่สาม
ทยอยกันแท็กซี่เข้ามาจอด ทำให้กลุ่ม
ทหารรับจ้างเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

   ใช่แล้วครับ กองพันทหารรับจ้างจาก
ประเทศไทยได้รับการขนย้ายเข้ามายัน
การรุกไล่ของกองทหารเวียตนามเหนือที่
กำลังประชิดเมืองล่องแจ้งเข้ามาทุกขณะ
ใบหน้าของนักรบเหล่านั้นบางคนก็ยิ้มหัว
กระเซ้าเย้าแหย่กันด้วยความคึกคะนอง
บางคนก็ซึมกระทือนั่งมองท้องฟ้าอย่าง
ไร้จุดหมาย

   ผมนั่งอยู่บนรถจี้ปกับนักบินลาดตระเวน
ที่เพิ่งได้รับคำสั่งจาก ?นอร์แมน? ผู้เชี่ยว
ชาญของ ?ซี.ไอ.เอ? ให้ร่วมบินลาด
ตระเวนสนามบินซำทอง เพื่อหาข้อมูล
และสภาพที่ตั้งฐานปฏิบัติการของข้าศึก
ประกอบเพื่อ พิจารณายุทธวิธีทิ้งระเบิด
โจมตีในโอกาสต่อไป

   ชอปเปอร์แบบ ?เบลส์? สองเครื่องตีวง
กว้างบินลิ่วมาทางท้ายสนามบิน พอถึง
บริเวณ ?เม็นแล้ม? ก็แตะพื้นอย่าง
นิ่มนวล

   รถจี๊ปกลางมีเครื่องหมายกากะบาทสี
แดงแล่นเข้าไปจอดเทียบในทันทีทันใด

   ทหารเสือพรานที่แตกทัพจากทุ่งไหหิน
และซำทองที่ได้รับบาดเจ็บ แขนขาด...
ขาขาด กระรุ่งกระริ่ง เลือดไหลเปรอะทั่ว
ตัวถูกหามลงมาจากห้องโดยสาร ท่าม
กลางการรุมล้อมของเหล่าทหารรับจ้าง
ที่เพิ่งเดินทางมาถึงสมรภูมิลาวในเช้าวัน
นั้น 

   ทหารรับจ้างบางคนที่รอดจากสมรภูมิ
นรกก็มีสภาพไม่ผิดอะไรจากซากศพ
เนื้อตัวโดนทากกัดแดงเถือกไปหมด เสื้อ
ผ้าขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี พูดจาแทบไม่เป็น
ภาษาคน บางคนก็ไชโยโห่ร้องกระโดด
โลดเต้นตะโกนหาเพื่อนฝูงที่มาคอยรับ
ด้วยความยินดี

   คราวนี้เหมือนกับรายการสัมภาษณ์
ดาราไม่ผิดเลยครับ...กลุ่มทหารรับจ้าง
น้องใหม่ต่างก็พากันเข้าไปซักไซ้ไล่เลียง
เรื่องราวกับผู้ที่รอดตายด้วยท่าทางที่
สนใจแกมตื่นเต้น

   ?พี่ครับ รบหนักไหมครับ พวกเราสูญ
เสียมากไหมครับ?

   เสียงถามกันให้แซ่ดไปหมด ไม่รู้ว่าใคร
เป็นใคร

   ?ผมไม่อยากพูดหรอกครับ อยากให้พ
วกคุณไปเห็นด้วยตาเอง พวกมันขึ้นมา
ไล่ฆ่าพวกเราถึง ?คูเหลด? เลยทีเดียว
กองร้อยผมมีทหาร 134 คน รอดกลับมา
เพียง 19 คนเท่านั้นเอง?

   ทหารรับจ้างที่มีบาดแผลบนใบหน้าเอ่ย
ตอบขึ้นมาพร้อมกับเอื้อมมือรับบุหรี่จาก
พวกน้องๆ ที่ส่งให้ ขึ้นไปอัดเข้าปอด
สองสามครั้งด้วยความกระหาย แล้วก้าว
เท้าพาตัวเองขึ้นไปบนรถพยาบาลอย่าง
รวดเร็ว

   สารวัตรทหารรีบไล่กลุ่มทหารรับจ้างที่
ยืนรุมล้อมกีดขวางการทำงานของเจ้า
หน้าที่สนามบินที่กำลังสาละวนขนหีบ
ห่อ,กระสุน และเสบียง ?เรชั่น? อยู่อย่าง
ชุลมุนวุ่นวาย ทำให้กลุ่มทหารนั้นแตกฮือ
กลับมารวมกลุ่มกับพรรคพวกที่นั่งดู
เหตุการณ์อยู่ห่างๆ

   สายตาของผมมิได้ฝาดไปหรอกครับ
ทหารรับจ้างบางคนที่เคยหัวเราะเฮฮา
ต่างก็พากันเงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง ทอด
สายตามองเปลสนามที่มีขวดเลือด
ห้อยอยู่บนเสาเล้กๆ มองเห็นสายเลือด
ไหลจากขวดลงสู่แขนของพวกบาดเจ็บ
ด้วยท่าทางตกใจแกมขวัญเสีย...

   ?ไอ้ปากหมา? หรือเครื่องบินเครื่อง
ยนต์เดียวสองที่นั่งแบบ ?L-19? แท็กซี่
ช้าๆ จากโรงเก็บมายังบริเวณ ?เม็นแล้ม?
แล้วจอดเร่งเครื่องยนต์ดังสนั่นหวั่นไหว
ปล่อยควันออกทางท่อไอเสียเป็นทาง
ยาว...

   ?สไปร้ท? นักบินมือดีของ แอร์-
อเมริกา หันมาตบบ่าพร้อมกับสัพยอก
ด้วยความคุ้นเคย

   ?บิ๊กแมน...ไปโว้ยเพื่อน โก ทู เฮล?

   ผมชักเดือดปุดๆ อยู่ในใจที่สไปร้ทมัน
เสือกชวนผมไปลงนรกเอาดื้อๆ ก็เลยหัน
ไปสดุดีมันด้วยคำพูดที่เคยปากว่า

   ?บุลเชี้ยส...ขอให้ไอ้แกวล่อหำมึงให้
หลุดจากพวงก็แล้วกัน...ไอ้ห่า...เสือก
แช่งอยู่ได้?

   ผมล่อภาษาลาวปนฝรั่งท่ามกลางเสียง
หัวเราะก๊ากใหญ่ของพลขับชาวแม้วที่นั่ง
เป็นหน้าลิงอยู่ข้างๆ

   สไปร๊ท ไม่ต่อล้อต่อเถียงกับผมมือผม
กระโดดจาก หิ้วอุปกรณ์การบินอิรุงตุงนัง
มุ่งหน้าไปยัง ?ไอ้ปากหมา? ซึ่งขณะนี้
ช่างเครื่องได้ปีนลงมายืนข้างๆ พร้อมกับ
ชูหัวแม่โป้งให้กับสไปร๊ทเหมือนกับจะส่ง
สัญญาณให้ทราบว่า ขณะนี้ได้เช็คเครื่อง
พร้อมที่จะออกทำการบินได้แล้ว

   ผมและสไปร๊ทขึ้นไปนั่งบนห้อง
โดยสารที่คับแคบของ ?ไอ้ปากหมา?
อย่างรวดเร็ว ต่อจากนั้นสไปร๊ทก็แท็กซี่
เครื่องช้าๆ ไปตามรันเวย์จนกระทั่งถึง
ท้ายสนามบินก็เลี้ยวเครื่องกลับ จอดนิ่ง
เช็คระบบคันบังคับอยู่ชั่วครู่ ก็เร่งเครื่อง
เต็มที่พาเจ้าปากหมาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าลัด
เลาะมุ่งทิศทางการบินไปยัง ?ซำทอง?
ทันที

   ถึงแม้ผมจะนั่งอยู่เบื้องหลังสไปร้ทก็
ตาม ระบบการสื่อสารที่ติดอยู่กับหมวก
นักบิน ทำให้เราทั้งสองพูดคุยกันได้
อย่างสบาย

   ?เฮ่...บิ๊กแมน... อั๊วขอถามลื้อซักหน่อย
เถอะวะ ทำไมลื้อถึงกล้ามานั่ง ?ไอ้ปาก
หมา? เครื่องนี้กับอั๊วด้วย ลื้อกรู้นี่หว่า ?
ไอ้ปากหมา? เครื่องนี้ถ้าจะเปรียบมันก็
เป็น ?เครื่องล่อเป้า?  ให้ข้าศึกยิงดีๆนี่เอง
อั๊วสงสัยจริงๆว่ะ?

   ?คำสั่งและโอเวอร์ไทม์สิโว้ยพรรคพวก
นอร์แมนต้องการเห็นสภาพอันแท้จริง
ของสนามบินซำทองและที่ตั้งปืนของข้า
ศึก ไอ้อั๊วมันก็ชำนาญภูมิประเทสแถบนี้
แทบจะหลับตามองเห็นซะด้วย...มันก็เลย
ยัดเยียดตำแหน่ง ?ล่อเป้า? อันนี้ให้อั๊ว
พร้อมเบี้ยเลี้ยงพิเศษชั่วโมงละ 100
ดอลล่าร์ อั๊วก็เลยต้องมากับลื้อนี่แหละ
เข้าใจ๋?

   ผมตะโกนกรอกแก้วหูเจ้าสไปร๊ทผ่าน
ทางเครื่อง ?อินเตอร์คอม? จนมองเห็น
มันทำคอย่น หันมาแยกเขี้ยวให้ผมพร้อม
กับตะโกนผ่านวิทยุด้วยเสียงพอๆกัน

   ?ค่อยๆพูดก็ได้โว้ย หูจะแตกตายห่า?

   ต่อจากนั้น สไปร๊ทก็ดึงเครื่องเลี้ยวซ้าย
โฉบฐานบังคับการของกองพันทหารรับ
จ้างที่ 616 ซึ่งตั้งฐานอยู่บนยอดที่สูงที่
สุดของ ?ภูหมอก? มองเห็นทหารรับจ้าง
สาละวนเสริมที่มั่นอย่างชุลมุนวุ่นวาย

   ?เม้าส์แทร็ป เม้าส์แทรป จากสไปร๊ท?

   สไปร๊ทใช้วิทยุจากไอ้ปากหมา ส่ง
สัญญาณเรียกขานลงไปยัง F.A.G.
(แฟ็ก) ประจำกองพัน 616 ซึ่งทำหน้าที่
เป็น ?ล่าม? อยู่ ณ ฐานปฏิบัติการเบื้อง
ล่าง

   ?สไปร๊ทจากเม้าส์แทรป ผมได้ยินเสียง
ของคุณแล้วและมองเห็นคุณด้วย ระวัง
หน่อยนะครับ เมื่อสองชั่วโมงผมเห็นมัน
ออกมาผึ่งลมบริเวณรันเวย์สนามบิน ขอ
ให้โชคดี?

   เสียง ?แฟ็ก? ประจำกองพันทหารรับ
จ้างที่ 616 สวนตอบขึ้นมาอย่างอารมณ์
ดี

   ?ขอบคุณมาก เม้าส์แทร็ป?

   สไปร๊ทตะโกนตอบลงไป พร้อมกับดึง
ไอ้ปากหมาไต่ขึ้นระยะสูงเพื่อหลีกเลี่ยง
ป.ต.อ. ขนาด 12.7 ม.ม. อันทรงอานุภาพ
ของทหารเวียดนามเหนือ ซึ่งเคยสอยไอ้
ปากหมาตัวอื่นๆปีกหักลงมาคลุกฝุ่น
หลายต่อหลายลำมาแล้ว...

   ?ลื้อแน่จริงบินให้ต่ำกว่านี้สิว่ะ หรือบิน
มันลงไปจอดชมวิวที่รันเวย์กันซัก 10
นาทีเป็นยังไง?

   ผมตะโกนแหย่เจ้าสไปร๊ทไปอีก

   ?จ้างอั๊วชั่วโมงละ 1,000 ดอลล่าร์ก็เห็น
จะไม่รับประทาน ขนาดบินสูงๆขนาดนี้
มันก็ยังยิงเฉียดไปเฉียดมาตั้งหลายครั้ง
ว่าแต่ลื้อเถอะได้ โอเวอร์ไทม์พิเศษตั้ง
ชั่วโมงละ 100 ดอลล่าร์ เครื่องบินอั๊วบิน
ได้เกือบ 7 ชั่วโมง ลื้อมีรายได้ตั้ง 700 ดอลล่าร์ อั๊วจะแกล้งบินถ่วงให้ลื้อจน
หมดน้ำมัน แล้วลื้อแบ่งให้อั๊ว 200
ดอลล่าร์ โอเคมั้ย พรรคพวก?

   นั่นแน่... ลวดลายไอ้กะล่อนสไปร๊ท
ทำไมผมจะไม่รู้กำพืดของมัน ผมรู้แม้
กระทั่งจำนวนเงินเดือนและเงินชั่วโมงบิน
ของมันแต่ละครั้งว่ามากมายกว่าผม
อย่างเทียบกันไม่ได้ นี่มันวางแผนหลอก
เล่นเงินดอลล่าร์ของผมเข้าแล้วนี่หว่า
นึกเจ้บใจขึ้นมาก้เลยสวนคำพูดด่ามัน
ออกไปทันควัน

   ?สไปร๊ทเพื่อนรัก เงินเดือนของลื้อ
2,000 ดอลล่าร์ต่อเดือน ชั่วโมงบินของ
ลื้อชั่วโมงละ 50 ดอลล่าร์ แต่ขอโทษที
ลื้อมีรายได้กับชั่วโมงบินของลื้อเองไม่
เว้นแต่ละวัน แล้วนี่มันเรื่องอะไรที่ลื้อจะ
มาไถเอาเงินที่อั๊วนานปีทีหน จะมีโอกาส
ฟลุคแบบนี้ ขอทีเถอะวะ ถ้าคิดจะรักกับ
อั๊ว ขอกันกินก็ได้นี่หว่า?

   ไอ้ยอดกะล่อนสไปร๊ทหัวเราะออกมา
ก๊ากใหญ่ๆแล้วพึมพำออกมาเบาๆ

   ?ลื้อนี่ช่างเสือกรู้เเยะจัง...อั๊วพูดเล่น
น่า...เฮ้ย ระวังโน่นเห็นมั้ย ที่บริเวณหอ
บังคับการบินโน่น...วิ่งลงหลุมกันให้
เพ่นพ่านไปหมด?

   เขาชะโงกหน้าไปดู...ใช่ครับทหาร
เวียดนามเหนือกลุ่มเบ้อเร่อกำลังขน
หีบกระสุนวิ่งหลบเครื่องบินตรวจการณ์
กันเป็นจ้าละหวั่น แล้วอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลัง
ขุดสนามเพลาะอยู่ข้างๆสนามบินทาง
ด้านทิศเหนือ ก็พากันเผ่นเข้าไปซุกซ่อน
อยู่ภายในป่าทึบที่อยู่ข้างๆทางมองเห็น
อย่างถนัดชัดเจน

   ?สไปร๊ทบินไปเรื่อยๆก็แล้วกัน อย่าบิน
วกกลับมาอีกเป็นอันขาด บางทีมันอาจ
จะคิดว่าเรามองไม่เห็นพวกมันก็อาจจะ
เป็นไปได้ แล้วอย่าเสือกบินผ่านถ้ำใหญ่
ที่อยู่ข้างๆสนามบินนั่นเป็นอันขาด บน
ยอดของมันเป็นที่ตั้ง ป.ต.อ. 12.7 ดีไม่ดี
ประเดี๋ยวอั๊วกับลื้อก็ต้องกระโดดร่มกัน
บ้างล่ะ?

   ?โอเค บิ๊กแมน อั๊วจะบินผ่านไปทาง
เนิน ?ทันเดอร์? ซึ่งเป็นทิวเขาที่อยู่ทาง
หัวสนามบินอีกครั้ง อั๊วอยากรู้ว่า ไอ้ปืน
ใหญ่ 155 ม.ม. ของฝ่ายเรา ที่ทิ้งเอาใว้
ก่อนจะถอนตัว จะอยู่หรือเปล่า หรือว่า
พวกเราทำลายได้ทันก่อนถอนตัว สังเกต
ให้ดีนะโว้ย บางทีฟลุคๆเจอะขบวนรถถัง
จะได้มีงานทำกันเสียที...คืนนี้?
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่2 
   
สไปร้ทพา ?ไอ้ปากหมา? บินขึ้นสูงลิบ
ด้วยกล้องขยายแรงสูงแบบพิเศษ เรา
สามารถตรวจตราภูมิประเทศเบื้องล่างได้
อย่างถนัดชัดเจน

   บริเวณที่เนินเขา ?ทันเดอร์? ที่กองพัน
ทหารปืนใหญ่ที่ 634 เคยตั้งฐานปฏิบัติ
การอยู่นั้น ถูกทหารราบของเวียดนาม
เหนือสองกองร้อยเข้าโจมตีพร้อมด้วย
การสนับสนุนด้วยอาวุธหนักจากปืนครก
แบบ 82 ม.ม. ทำให้ทหารปืนใหญ่ซึ่งมี
ทหารราบคุ้มกันอยู่เพียงกองร้อยเดียว
ต้องถอนตัวกระทันหันแทบไม่มีเวลาที่จะ
ทำลายปืนใหญ่แบบ 155 ม.ม. ทั้ง
สองกระบอกนั้นได้ จำเป็นต้องทิ้งอาวุธ
อันทรงอานุภาพเอาใว้ให้กับข้าศึกอย่าง
ช่วยเหลือไม่ได้

   หลังจากทหารปืนใหญ่ดังกล่าวโดน
โจมตีจากทหารเวียดนามเหนือที่หนุน
เนื่องเข้ามาทุกทิศทุกทางจนต้องเตลิด
หนีจากการไล่ล่าสังหารของข้าศึกอย่าง
ชนิดตัวใครตัวมัน

   การบังคับบัญชาไม่ต้องพูดถึงกันละ ใน
หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ไม่มีใครกล้าพอ
ที่จะออกคำสั่งพวกทหารรับจ้างเหล่านี้
หรอกครับ แม้แต่ตัวผู้บังคับบัญชาเองก็
ยังต้องวิ่งหนีความตายไปอย่างชนิดตัว
ใครตัวมัน

   ตามปกติแล้วทหารรับจ้างทุกคนที่ถอน
ตัวจากฐานบังคับการ จะต้องมุ่งหน้ากลับ
ไปยังกองบังคับการส่วนหลังซึ่งตั้งอยู่ ณ
เมืองล่องแจ้ง ทั้งนี้เพื่อรายงานตัวเพื่อ
สรุปผลยอดเสียหายของกองพันทหารรับ
จ้าง กองพันดังกล่าวนั้นด้วย

   ของมันรู้ๆกันอยู่แล้ว ขืนดันทรังกลับไป
หน่วยเหนือก็จะรวบรวมกำลังพลส่งขึ้น
ปะทะกับข้าศึกอีก รอดตายกลับมาหยกๆ
ไม่มีใครยอมหรอกครับ ทหารรับจ้างบาง
คนพร้อมด้วยอาวุธครบมือ พากันบุกป่า
ข้ามแม่น้ำงึมหวังจะไปให้ถึงชายแม่น้ำ
โขงให้จงใด้ ความคิดของพวกทหาร
เหล่านี้ก็คือหวังจะเล็ดลอดข้ามแม่น้ำ
โขงหนีกลับประเทศไทยนั่นเอง 

   แน่นอนเหลือเกิน สภาพของทหารรับ
จ้างที่หลบหนีดังกล่าว จะต้องตกอยู่ใน
ภาวะ ?หนีทัพต่อหน้าอริราชศัตรู? มี
ความผิดต้องขึ้นศาลอาญาศึก ความผิด
ที่ปรากฏอยู่ในตัวบท ?กฏหมายสงคราม?
ก็ตกอยู่ใน 3 ถึง 5 ปี

   การพิจารณาของอาญาศึกก็ง่ายเหลือ
เกิน มีคณะกรรมการสอบสวนเพียงสาม
คน ตัดสินเสร็จก็ควบคุมตัวพาขึ้นเครื่อง
บินข้ามแม้น้ำโขง ไปยังเรือนจำทหาร
จังหวัดอุดรทันที

   ?โอ้โฮ้ แน่นไปหมดเลย ไอ้แกวขึ้นมา
ยึดฐานของพวกเราจนหมดแล้ว ลื้อลอง
ดูสิ บิ๊กแมน ไอ้พวกห่า นี่มันไม่กลัวเรา
เลย แทนที่มันจะซ่อนพราง หนอย กลับ
ยืนแหงนหน้ามองดูเครื่องบินเราเสียฉิบ?

   สไปร๊ทโวยวายออกลั่นวิทยุ และก็จริงๆ
อย่างที่มันพูดไม่มีผิด ทหารเวียดนาม
เหนือกลุ่มเบ้อเร่อยืนเอ้อระเหยทำทอง
ไม่รู้ร้อนคล้ายๆกับจะไม่ยี่หระอะไร
ทำนองนั้น สไปร้ทเกิดบ้าดีเดือดขึ้นมาก็
เลยกดคันลดเพดานบินมุ่งหน้าไปยัง
บริเวณที่ตั้งปืนใหญ่บนยอดเนินทันเดอร์
อย่างรวดเร็ว

   สไปร้ทบ้าเลือดขนาดอย่างชนิดที่ผม
มองเห็นแล้วอดขนหัวลุกไม่ได้ มันโฉบ
ลงเกือบชนหอบังคับการยิงของปืนใหญ่
เลยทีเดียว

   เสียงกระสุนปืนอาร์ก้าดังแว่วๆอยู่เบื้อง
ล่าง สไปร้ทบังคับไอ้ปากหมา พุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแหกปาก
ตะโกนออกมาอย่างบ้าดีเดือดอีกครั้ง

   ?มีลูกระเบิดกับปืนกลอากาศให้อั๊ว
หน่อยไม่ได้ อั๊วจะไล่ขับยิงพวกมันให้ช่ำ
มือไปเลย?

   ผมพูดอะไรไม่ออกหรอกครับ ตกใจใน
ความบ้าบิ่นของสไปร้ทจนแทบหัวใจ
หยุดเต้นเอาดื้อๆ นึกด่าพ่อล่อแม่เจ้าสไป
ร๊ทอยู่ในใจ

   อย่างไรก็ดี ความบ้าดีเดือดของสไป
ร๊ทก็สามารถทำให้ผมตรวจการณ์เห็นที่
ซ่อนพรางปืน ?ปรส.75? ของพวกมันได้
อย่างฟลุ๊คที่สุด

   ?สไปร๊ทจากเม้าแทร็ป...สไปร๊ทจากเม้า
แทร็ป?

   เสียงแฟ้กจากกองพัน 616 ซึ่งคงจะสัง
เกตุการบินอย่างบ้าระห่ำของสไปร๊ทอยู่
ตลอดเวลา สั่งวิทยุเรียกสไปร๊ทอยู่ตลอด
เวลา สั่งวิทยุเรียกสไปร๊ทเสียงหลง

   ?จากสไปร๊ท มีอะไรว่ามา?

   ?ทหารของผมตรวจการณ์พบรถตีน
ตะขาบวิ่งเข้าไปในถ้ำข้างสนามบิน
โน่น... คุณลองโฉบไปดูอีกทีซีครับ?

   เม้าแทร็ปส่งข่าวอย่างกระหืดกระหอบ

   เนื่องจากที่ตั้งของกองพัน 616 เป็น
ภูเขาสูงจึงสามารถตรวจการณ์ ?สนาม
บินซำทอง? ได้อย่างถนัดชัดเจน พวก
เวียดนามเหนือคงจะวางแผนหลอกให้ ?
ไอ้ปากหมา? บินโฉบไปดูกลุ่มทหารที่
แกล้งเดินเพ่นพ่านอยู่บนเนินทันเดอร์
แล้วถือโอกาสที่ไอ้ปากหมามองไม่เห็น
เคลื่อนย้ายรถหุ้มเกราะเข้าไปซ่อนอยู่
ภายในถ้ำหิน ขนาดใหญ่ข้างสนามบิน
ทันที

   สไปร๊ทโฉบบินดิ่งพุ่งเข้าหาถ้ำหินกึ่ง
กลางสนามบินซำทองอย่างบ้าดีเดือด
ผมนึกทอดอาลัยตายอยากในชีวิตเสีย
แล้ว มาทำงานกับคนเลือดร้อนที่บ้าๆ
บอๆทำอะไรชอบเอาแต่อารมณ์ โดยไม่
คำนึงถึงอันตรายที่จะบังเกิดขึ้นกับตัวเอง

   ไหนๆ ผมก็ตกบันไดพลอยโจน เพราะ
อำนาจดอลลาร์ของไอ้กันเข้าไปแล้ว...
เป็นอะไรก็เป็นกันวะ ผมนึกอยู่ในใจ

   ไม่ผิดหวังหรอกครับ ผมและสไปร้ท
เก็บเกี่ยวสถานที่ตั้งของข้าศึกได้มากพอ
ดู เสียงกระสุนปืน ปตอ. ที่เกรียวกราว
สวนทางเครื่องบินขึ้นมาเตือนสติสไปร๊ท
เป็นอย่างดีว่า ถ้าขืนดันทุรังบินต่ำๆมีหวัง
เกมส์อย่างแน่นอน

   สไปร๊ทเลยดึงเครื่องเงยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ท่ามกลางกระสุนแหวกอากาศที่สาดเป็น
ห่าฝนอยู่รอบๆเครื่องบินอย่างน่าเสียวไส้
ผมจะเป็นลมเอาเสียให้ได้ นั่งซึมกระทือ
จนกระทั่งเครื่องบินร่อนลงมาสู่พื้นดิน
อย่างเรียบร้อย แม้ว่าสไปร๊ทจะลงจาก
เครื่องบินไปแล้วก็ตาม ผมก็ยังนั่งงงเป็น
ไก่ตาแตก พูดจาไม่ออกอยู่เป็นเวลาตั้ง
นาน กระทั่งสไปร้ทตะโกนเรียก ผมจึง
รู้สึกตัว ค่อยๆปีนลงมาจากเครื่อง เดิน
กระย่องกระแย่งไปยังรถจิ๊ปเล็กที่สไปร๊ท
กำลังชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้พลขับไปส่งที่กอง
บัญชาการเพื่อแจ้งผลปฏิบัติงานที่ผ่าน
มาต่อไป

   ผมหย่อนกายบนเบาะรถจิ๊ป ยกนาฬิกา
ขึ้นดู เวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง 30 นาทีพอ
ดิบพอดี

   หัวสมองรีบคำนวณออกมาเป็นเงิน
บาทอย่างปัจจุบันทันด่วน 13000 บาท
คือโอเวอร์ไทม์ที่ผมได้รับเป็นพิเศษใน
เช้าวันนั้น

   บอกจากหัวใจจริงครับผม ถ้าจะถามผม
ในขณะที่เจ้าสไปร้ท กำลังบ้าดีเดือดขับ
เครื่องบินสวนทางปืนเข้าไป ณ บริเวณ
ปากถ้ำกลางสนามบินซำทอง จะเอาเงิน
หรือว่ากลับล่องแจ้ง ผมขอตอบอย่างไม่
ต้องคิดเลยว่า

   ?อาตมาขอกลับล่องแจ้งแต่ประการ
เดียวเท่านั้น?

   เออ ชีวิตหนอชีวิต ไอ้คนเราที่ยอม
เสี่ยงตายอยู่ทุกๆวันนี้ก็เพราะอำนาจด
อลล่าร์ของซี.ไอ.เอ. ที่ล่อใจอยู่เท่านั้น

   อนิจจา เมื่อหวลมาคิดดูอีกที ชีวิตของ
ผมมันมีค่าเพียง 650 ดอลล่าร์เท่านั้นเอง
หรือนี่

   แผนที่แสดงลักษณะภูมิประเทศอาณา
บริเวณเนิน ?สกายไลน์วัน? ?สกายไลน์
ทู? ?บ้านน้ำชา? ?เนินทันเดอร์? และ ?
สนามบินซำทอง? ถูกวางทาบตรึงอยู่บน
กระดานำที่ตั้งตระหง่านอยู่ในห้อง
ยุทธการขนาดกระทัดรัดที่พรางตัวเองอยู่
เบื้องหลังแนวกระสอบทรายที่หนาถึงสิบ
ชั้น

   นายทหารรับจ้างชั้น ผบ.พัน และฝ่าย
ยุทธการจากกองพันทหารรับจ้างกองพัน
ต่างๆ ถูกเรียกตัวลงมาจากฐานปฏิบัติการ
เพื่อร่วมประชุมวางแผนป้องกันเมืองล่อง
แจ้งอันเป็นปราการสุดท้ายของกอง
บัญชาการกองพันทหารรับจ้างที่องค์การ
สืบราชการลับของสหรัฐอเมริกา(ซี.ไอ.
เอ.)หนุนหลังอยู่อย่างลับๆ

   วิทยุติดต่อชนิด ?แฮนดี้-ท็อกกี้? แบบ ?
เอ็ชที-2? หลายความถี่ ที่สามารถรับฟัง
การเคลื่อนไหวและการสั่งงานของทหาร
รับจ้างกองพันต่างๆ หลายต่อหลาย
เครื่องวางเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนโต๊ะ
ยาวด้านข้างของห้องยุทธการ เสียงเรียก
ขาน เสียงรายงานความผิดสังเกตที่ตรวจ
ตราพบหน่วยซุ่มโจมตีดังกังวาน ลั่นห้อง
ยุทธการ

   มันเป็นเวลา 18.30 น. ไฟฟ้าที่เคยสว่าง
ไสวถูกคำสั่งของหน่วยเหนือ งด
จ่ายกระแสไฟฟ้าโดยฉับพลัน ทำให้
ตลาดล่องแจ้งและบริเวณเส้นทางสนาม
บินมืดทะมึนอย่างน่ากลัว

   จากการบินลาดตระเวณของไอ้ปาก
หมาเมื่อเช้า ข้อมูลที่ผมและสไปร๊ทได้
มาทำให้ บก.ล่องแจ้งต้องเปิดการประชุม
อย่างเร่งด่วนภายในเย็นวันนั้นเอง นาย
ทหารชั้น ผบ.พันถูกเรียกตัวลงมาจาก
แนวโดย ?ชอปเปอร์? พิเศษที่บินตระ
เวณรับผู้ร่วมประชุมในทันที โดย ?ดาว
ขาว? ชื่อรหัสของนายพลวังเปาเป็นผู้
ออกคำสั่ง

   ?เทพ? นายทหารเสนาธิการรับจ้างจาก
ประเทศไทย พ.อ. วิทูรย์ ยะสวัสดิ์ (ยศใน
ขณะนั้น) ยืนเด่นอยู่หน้าแผนที่ มือขวา
ถือไม้เรียวเล็กๆ ชี้ไปที่จุดพิกัดบนตาราง
แผนที่พร้อมกับอธิบายแผนรุกและรับ
ของกองพันทหารรับจ้างกองพันต่างๆที่
ขนย้ายกำลังพลมาตั้งฐานปฏิบัติการ
ป้องกันรอบนอกของเมืองล่องแจ้งทั้ง
หมด

   ?ขอให้ทุกคนพึงทราบว่า ขณะนี้ข้าศึก
ล้อมเราอยู่ถึงสามด้านคือ ทิศเหนือ ทิศ
ใต้ และทิศตะวันออก ทางถอนตัวของ
เราอยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งมีเส้นทางไป
ยังสนามบิน ?นาซู? ด้วยทางรถยนต์
อย่างไรก็ดี ฝ่ายเราจะยกกำลังทั้งหมดยึด
รักษาเมืองล่องแจ้งจนวินาทีสุดท้าย จาก
ลักษณะภูมิประเทศเนินเขาที่ล้อมรอบ
ล่องแจ้ง ขณะนี้มีกองพันของพวกท่าน
ตั้งฐานอยู่แล้ว ถ้าข้าศึกขึ้นยึดเนินเขาดัง
กล่าวได้เมื่อไหร่ ล่องแจ้งก็จะต้องถูก
โจมตีด้วยอาวุธหนักทันที ผมขอย้ำอีก
ครั้ง กรุณาวางแผนสกัดกั้นข้าศึกให้
รัดกุมที่สุด ขณะนี้กำลังส่วนใหญ่ของ
พวกมันกำลังชุมนุมพลกัน ณ บริเวณ
สนามบินซำทอง พวกมันกำลังรอจังหวะ
ที่จะเข้าโจมตีเราในวินาทีใด วินาทีหนึ่ง
เส้นทางที่ลัดเลาะไหล่เขาจาก ?สนาม
บินซำทอง? มายังล่องแจ้งขอให้หมั่น
ตรวจตราด้วยความระมัดระวังเป็น
พิเศษ ?M-19? (กับดักรถถัง) ผมได้สั่ง
จากอุดรแล้ว อย่างช้าพรุ่งนี้เช้า วัตถุ
ระเบิดเหล่านี้ก็คงจะเดินทางมาถึง
อ้อ... ?กองสิงห์? กำลังพลของคุณที่จะ
ยึดรักษาช่องทางบริเวณทางแยกจากซำ
ทองมายังล่องแจ้งมีจำนวนเท่าไร?

   ?เทพ? หันไปถาม ผบ.พันร่างยักษ์ของ
กองพัน 616 ซึ่งยืนฟังวิทยุจากกองพัน
ของตนอย่างเอาใจใส่ตรงมุมห้อง

   ?ร้อยสี่สิบคน...ครับผม...เป็นกองร้อยที่
สามยึดรักษาตั้งแต่ ?ชาร์ลี-เอ็คโค่? ไป
จนกระทั่งถึง ?ชาร์ลี-บราโว่? ส่วนกอง
ร้อยที่สองเพิ่งถอนจาก ?ชาร์ลี-กอล์ฟ?
ไปป้องกัน ?โฮเต็ล-โฮเต็ล? บริเวณเส้น
ทางหลังบ้านเจ้ามหาชีวิตตามคำสั่ง บก.
ล่องแจ้งเมื่อเช้านี้เองครับ และขณะนี้ จุด
ซุ่มโจมตีกลางคืนกำลังรายงานการ
เคลือนไหวของข้าศึกอยู่พอดี?

   กองสิงห์เอ่ยตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
พร้อมกับปรับปุ่ม ?วอลลุ่ม? เพิ่มความดัง
ของสัญญาณวิทยุขึ้นอีกจนกระทั่งลั่น
ห้องยุทธการ

   ?ศรแดงจากศรรัก...เปลี่ยน?

   ?ศรแดงจากศรรัก...เปลี่ยน?

   เสียง ผบ.หมวดกองร้อยที่สอง ส่งสัย
ญาณเรียกขาน บก.พัน 616 ซึ่งใช้ชื่อศร
แดงอย่างระล่ำละลัก

   กองสิงห์เอื้อมมือหยิบวิทยุขึ้นมา ใช้
มือขวากดสวิทช์เรียกผู้ใต้บังคับบัญชา
ออกไปทันที

   ?ศรรักจากกองสิงห์ มีอะไรว่ามาเลย?

   ?ผมตรวจการณ์ พบแสงไฟเป็นจำนวน
มากครับ แสงมันขึ้นๆลงๆ คล้ายกับเป็น
แสงไฟของรถยนต์ที่กำลังวิ่งเป็นขบวน
อยู่บนไหล่เขา?

   บรรยากาศของห้องยุทธการเคร่ง
เครียดขึ้นมาทันที
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่ 3
  
 ?เทพ? ปราดเข้ามายืนข้างๆวิทยุพร้อม
กับออกคำสั่งขึ้นมาทันควัน

   ?บอกลูกน้องของคุณ พยายามตรวจ
การณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง ให้นับ
จำนวนรถยนต์โดยอาศัยแสงไฟ
ประเดี๋ยวผมจะติดต่อกับ ทชล.  (ทหาร
ชาติลาว) ดูว่ามีรถของฝ่ายเรากลับมา
จากนาซูหรือเปล่า?

   ต่อจากนั้น บก.ล่องแจ้งก็สอบถามไป
ยังฐานต่างๆ ที่ ทชล. ตั้งกองบัญชาการ
อยู่ กลับปรากฏว่า ไม่มีรถยนต์ของฝ่าย
เราออกปฏิบัติงานในเวลาดังกล่าวเลย

   ?โอ้โห นี่มันเล่นขนกันมาเป็นขบวน
เลยรึนี่ กองสิงห์ลองถามให้แน่นอนอีก
ครั้งซิ?

   ?เทพ? ซึ่งเดินออกมาจากห้องวิทยุเอ่ย
ขึ้นมาอีก

   ?กองสิงห์-ศรรัก แสงไฟเริ่มสว่างขึ้น
ทุกทีแล้วครับ มันขึ้นๆลงๆ คล้ายกับรถ
ยนต์ที่วิ่งจากที่สูงลงที่ต่ำสลับกันนั่น
แหละครับ หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า โอ้
โห ผมนับไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ ผมกะ
ว่า มันขนกันมาไม่น้อยกว่า 30-40 คัน
เลยทีเดียว?

   เสียง ผบ.หมวด ซึ่งเป็นอดีตทหารม้า
ส่งข่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

   ?กองสิงห์ จากศรรัก แสงไฟหายไป
จากไหล่เขา จนผมตรวจการณ์ไม่เห็น
แล้วครับ?

   ?โอเค...ให้ลื้อสังเกตอยู่ตลอดเวลาก็
แล้วกัน มีอะไรเรียกมาได้ทันที เพราะ
ทางนี้ ?แสตนด์บาย? อยู่ตลอดเวลา?

   ยังไม่มีใครออกความเห็นอะไรออกมา
ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกัน
เป็นระยะๆ บนยอดเนิน ?สกายไลน์ทู?

   ทุกคนเผ่นพรวดออกมาจากห้อง
ยุทธการ จับกลุ่มกันมองฝ่าความมืดขึ้น
ไปบนยอดสูงสุดของเนิน สกายไลน์ ซึ่ง
ทมึนเสียดฟ้าอยู่เบื้องหน้า

   อา... ส่วนบนสุดของยอดเนิน
สกายไลน์ ปรากฏแสงไฟแดงฉานจับ
ท้องฟ้า พร้อมๆกับมีเสียงระเบิดดังกึก
ก้องไม่ขาดระยะ

   ?ฉิบหาย มันเล่นงานฐานของผมเข้าให้
แล้ว?

   ?สมุน? ผบ.พัน กองพันทหารรับจ้างที่
618 อุทานขึ้นมาพร้อมกับวิ่งเข้าไปใน
ห้องยุทธการ คว้าเอาวิทยุ HT-2 ขึ้นมา
ดึงเสาอากาศให้กางเต็มที่ กรอกคำถาม
ชนิดไม่ต้องหายใจ ด้วยความเป็นห่วงผู้
ใต้บังคับบัญชา ที่กำลังตกอยู่ในสถานะ
การณ์ที่เลวร้าย

   ?จงอาง จากสมุน...มีอะไรตอบด่วน?

   ?ลูกยาวของพวกมันครับ สงสัยจะเป็น
ค. 82 ผมตรวจการณ์เห็นมันยิงขึ้นมาจาก
หุบข้างล่าง ผมกำลังจะเอา ค. 82 จวก
มันลงไปเดี๋ยวนี้ครับ?

   ?ไอ้น้องแก้ว ระวังตัวหน่อยโว้ย มี
ชอร์ปเปอร์อั๊วจะขึ้นไปหาลื้อเดี๋ยวนี้เลย...
มันจนใจว่า มันมืดเสียแล้ว ชอร์ปเปอร์
กลับอุดรหมด ไม่เหลือซักเครื่องเดียว?

   สมุนปลุกปลอบให้กำลังใจลูกน้องขึ้น
ไปอีก

   ?ไม่เป็นไรครับ ผู้พัน สบายมาก ขนาด
นี้กำลังหอมปากหอมคอ ถ้ามีอะไรที่
รุนแรงกว่านี้ผมจะรายงานมาอีกครับ?

   ?โอเค ขอให้โชคดี อย่าลืมตามแผนนะ
โว้ย?

   ?สมุน? ผบ.พันมือดี อดจะเตือนสติลูก
น้องให้ทำตามแผนที่วางกันเอาไว้อย่าง
เรียบร้อยแล้วอีกครั้งหนึ่งด้วยความเป็น
ห่วง

   การประชุมก็เลยต้องวางแผนยุทธการ
กันต่อไป ท่ามกลางเสียงระเบิดตูมๆ ของ
อาวุธหนักนานาชนิดที่พวกมันประเคน
เข้าใส่ฐานปฏิบัติการของทหารรับจ้าง
กองพัน 618 อย่างชนิดต่อเนื่อง

   ผมนั่งบันทึกการประชุมอยู่ตรงมุม
ห้องอดเสียวใจมิได้ แหงนหน้าสำรวจดู
เพดานของห้องยุทธการพลางนึกอยู่ใน
ใจ
   ไอ้หลังคาปูด้วยแผ่นเหล็ก แล้ววาง
ซ้อนทับด้วยกระสอบทรายแบบนี้ ถ้าเกิด
จับพลัดจับผลูลูกกระสุนมันข้ามจากยอด
เนินสกายไลน์ แล้วหล่นโครมลงถึงกลาง
ห้องยุทธการ อะไรมันจะเกิดขึ้นหนอ
ความแข็งแรงของมัน จะทนทานต่อ
อำนาจระเบิดของลูกปืนครกข้าศึกได้
หรือไม่ ผมแอบชำเลืองดู เห็นแต่ละคนที่
ร่วมประชุมมีท่าทางปกติ ผมก็เลยแกล้ง
ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน นั่งพิมพ์ดีดต่อไป
ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามแทบจะระเบิด
ออกมานอกทรวงอก

   ?ดาวขาว? (นายพลวังเปา) เสนอขอใช้
B-52 ถล่มสนามบินซำทองเพื่อตัดกำลัง
อันเกรียงไกรของพวกเวียดนามเหนือ ที่
ประชุมไม่กล้าคัดค้าน เพราะสนามบินซำ
ทองเป็นฐานทัพอากาศที่สำคัญในอดีต
ของท่านนายพลวังเปา และขณะนี้อยู่ใน
ความรับผิดชอบของนายพลวังปาแต่ผู้
เดียว

   ?ถึงแม้จะสูญเสียอย่างมหาศาล ข้อยก็
จำเป็นต้องทำ ทำเพื่อความอยู่รอดของ
ล่องแจ้ง ถ้าล่องแจ้งแตก ข้อยจะไปอยู่
ไหน ข้อยจะไม่ถอยอีกแล้ว ถ้าจะตาย
ข้อยก็ขอตายอยู่ ณ ผืนแผ่นดินแห่งนี้
ข้อยตัดสินใจแล้วครับที่จะทำลายสนาม
บินซำทอง?

   ?ดาวขาว? เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับร่างคำ
สั่งขอ B-52 จากสหรัฐอเมริกาทันที

   ตามปกติ ผู้ที่จะอนุมัติให้ B-52 เคลื่อน
ย้ายและทิ้งระเบิดได้ก้มีเพียง
ประธานาธิบดีเท่านั้น

   ผมเพิ่งเห็นความยิ่งใหญ่ และความ
สำคัญของ ?ดาวขาว? เดี๋ยวนี้เอง ชั่ว
เวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมงด้วยระบบการติดต่อ
สื่อสารบนสถานีลอยฟ้า ซี.ไอ.เอ. ก็ได้
รับคำสั่งจากทำเนียบขาวให้ใช้ B-52
โจมตีสนามบินซำทองทันที โดยระบุ
ท้ายข่าวด้วยว่า B-52 สามเครื่อง จะโจม
ตีทิ้งระเบิดในเวลา 12.05 น. ของวันรุ่ง
ขึ้น

   การโจมตีด้วยอาวุธหนักของพวก
เวียดนามเหนือที่กระทำต่อฐานบังคับการ
ของ BC.618 ได้ผลพอดูทีเดียว มีทหาร
รับจ้างถูกอำนาจระเบิดบาดเจ็บล้มตาย
หลายคน ซึ่งกว่าจะเอาคนเจ็บลงมาจาก
แนวได้ก็ต้องเป็นเวลาตอนเช้า ทำให้คน
ตายต้องเพิ่มขึ้นอีกอย่างช่วยเหลืออะไร
ไม่ได้

   ผมต้องติดตามกองสิงห์ ผบ.พัน 616
ขึ้นไปบนเนินสกายไลน์วันอีกครั้ง เพื่อ
ตรวจการณ์ผลการทิ้งระเบิดด้วยป้อมบิน
ยักษ์ B-52 ในเที่ยงของวันต่อมา

   ด้วยความสูง ที่สูงจากพื้นดินถึง 1599
เมตร ผมสามารถใช้กล้องสนามแรงสูง
ตรวจการณ์เห็นความเคลือ่นไหวของข้า
ศึกที่เดินเพ่นพ่านอยู่ในขอบรันเวย์สนาม
บินซำทองได้อย่างชัดเจน ถ้าไม่มียอด
เนิน ?ทันเดอร์? ที่ทอดตัวทมึนกีด
ขวางอยู่แล้ว ผมสามารถที่จะมองเห็นภูมิ
ประเทศของซำทองได้ทุกแง่ทุกมุมเลยที
เดียว

   คำสั่งจาก บก.ล่องแจ้ง ให้ทหารทุกคน
ออกจากบังเกอร์ที่มีหลังคา หลบเข้าไป
อยู่ในร่องสนามเพลาะให้หมด เนื่องจาก
ไม่แน่ใจว่าอำนาจระเบิดที่รุนแรงของ B-
52 อาจทำให้บังเกอร์ของทหารรับจ้างพัง
ทลายลงได้

   บรรยากาศของกองพันทหารรับจ้าง
เท่าที่ผมเห็นแทบทุกคนมีความตื่นเต้นที่
รู้ว่าเจ้านกเหล็ก B-52 จะบินมาทำงาน
ใครที่สามารถซุกซ่อนกล้องถ่ายรูปจาก
สายตาของสารวัตรทหารเอาใว้ได้ ก็ตระ
เตรียมตรวจตราหวังจะเก็บภาพเอาใว้เป็น
ที่ระลึก

   ยังไม่ทัน 11.30 น. ดี ทหารทุกคนก็
หลบไปอยู่ในร่องสนามเพลาะจนหมดสิ้น
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นสภาพ
ภูมิประเทศที่กำลังจะถูกทิ้งระเบิดหลาย
พันตันทำให้ผมชักชวน F.A.G. ประจำ
กองพันออกไปนั่งตรวจการณ์นอกบริเวณ
ลวดหนาม ที่มองเห็นสนามบินซำทอง
ทันที

   ตรงเวลาเผลงเลยครับ พอเที่ยงตรงผม
ก็ได้ยินเสียงหึ่งๆบนท้องฟ้า ด้วยอำนาจ
ของกล้องสนามแรงสูง ทำให้ผมมอง
เห็นเจ้า B-52 อย่างชัดเจน ลำตัวที่ยาว
ผิดปกติสีขาววับ ปีกลู่ไปด้านหลังเกือบ
45 องศา

   มีเครื่องบินขับไล่ไอพ่น F-105 คุ้มกัน
อีก 3 เครื่อง บินเกาะหมู่ข้ามฐานบังคับ
การของ BC-616 มุ่งทิศทางไปยังซำ
ทอง ด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 800 ไมล์
ต่อชั่วโมง

   ทหารรับจ้างกล้าตายบางคน ไม่ยอม
ลงหลุมหรอกครับ พวกเขาลุกขึ้นมานั่ง
ยองๆ บนแนวกระสอบทรายกันเป็น
จ้าละหวั่น ส่งเสียงเฮฮากันด้วยความ
ตื่นเต้นที่จะเห็นข้าศึกโดยทำลายต่อหน้า
ต่อตา

   B-52 พร้อมขบวนคุ้มกัน บินผ่านสนาม
บินซำทองไปทางด้านทิศเหนือชั่วครู่ ก็
บินย้อนกลับมาด้วยเพดานที่สูงลิบแบบ
เดิม

   ผมใช้กล้องสนามจับที่ลำตัวของมันอยู่
ตลอดเวลา พระเจ้าช่วย ผมมองเห็นแผ่น
ท้องของ B-52 เลื่อนออกช้าๆ พร้อมกับ
ลูกระเบิดถูกเทลงมาติดๆกันจนแทบนับ
ไม่หวาดไม่ไหว มองเห็นเป็นสายดำมืด
ไปหมด

   ?ทิ้งลงมาแล้วโว้ย โอ้โฮ ยังกะขี้ลง
ท้องแน่ะโว้ย? ทหารรับจ้างบางคนที่มี
กล้องสนามเอะอะขึ้นมาด้วยความ
ตื่นเต้นสุดขีด

   ในนาทีต่อมา ผมแลเห็นควันสีขาวลุก
พรึบขึ้นมาบริเวณท้ายสนามบิน เจ้ากลุ่ม
ควันดังกล่าววิ่งปร้าดเหมือนกับขบวน
สินค้าที่ยาวเหยียดมองสุดลูกหูลูกตา

   ยังไม่มีเสียงระเบิดติดตามมาหรอกครับ
พอกลุ่มควันวิ่งจากท้ายสนามบินมาถึงกึ่ง
กลางสนามบิน เสียงระเบิดที่ดังสนั่น จน
ผมบรรยายไม่ถูกก็คำรามขึ้นสนั่นท้องฟ้า
กลุ่มควันสีเทาอมดำพุ่งขึ้นมาแทรกซ้อน
พร้อมกับกระเซ็นออกไปรอบๆบริเวณ

    มันสะเทือนอย่าบอกใครเลยครับ
ขนาดเนินสกายไลน์วันอยู่ห่างจากซำ
ทองถึง 8-9 ก.ม. (ระยะทางตรง) ผมก็ยัง
ได้รับความกระทบกระเทือนจากอำนาจ
ระเบิดอันรุนแรงของมันจนหูอื้อไปหมด
ทั้งสองข้าง

   เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ดังติดต่อกันเป็นระยะเกือบ 30 นาที ควันไฟคละ
คลุ้งไปหมดจนผมตรวจการณ์ไม่เห็น

อะไรทั้งสิ้น

   B-52 อีกสองตัว ที่บินวนเวียนคุมเชิง
อยู่สูงลิบอยู่เหนือก้อนเมฆ ก็ปราดเข้ามา
ทำหน้าที่ต่อ จนกระทั่งจบภาระกิจ บินลับ
หายไปจากสายตา

   ทั่วอาญาบริเวณสนามบินซำทอง ถูก
ปกคลุมไปด้วยกลุ่มควันมหึมาที่รวมตัวกันแผ่ขยายออกไปเหมือนกับดอกเห็ดยักษ์ เสียงระเบิดยังดังไม่ขาดระยะ บาง
ครั้งก็มีเสียงระเบิดแทรกซ้อนขึ้นมา เนื่อง
จากอำนาจวัตถุระเบิดของข้าศึกโดน
ความร้อนจากการเผาผลาญของไฟ
บรรลัยกัลป์

   เกือบชั่วโมง ผมถึงมองเห็นสภาพอัน
แหลกลาญของสนามบินซำทอง รันเวย์
สนามบินเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่
มองดูไกลๆเหมือนเตาขนมครก

   หอบังคับการบินหายไปจากที่เดิม
เหมือนกับโดนมือยักษ์จับกระชาก โรง
พยาบาลที่ฝรั่งเศษเคยสร้างเอาใว้ให้
สมัยยึดครองประเทศลาว หายไปครึ่ง
หนึ่ง ส่วนที่เหลือก็กำลังถูกไฟเผาผลาญ
อย่างไม่มีชิ้นดี

   ผมคาดคะเนไม่ถูกหรอกครับ สำหรับ
การสูญเสียของข้าศึก เล่นทิ้งปูพรมแบบ
นี้ ถ้ารอดตายก็เห็นจะเลี้ยงไม่โตกันละ
ผมคิดว่าไอ้ส่วนที่รอดก็คงจะเป็นพวกที่
อาศัยหลบอยู่ในปราการธรรมชาติ ที่เป็น
ถ้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมีอยุ่มากมายทั่วๆไป
ในอาณาบริเวณของสนามบินซำทองนั่น
เอง

   เสียงแหลมเล็กของ ?ไอ้ปากหมา? บิน
ผ่านศรีษะของผมไปทางด้านสนามบิน
ซำทอง

   ไม่ใช่ใครหรอกครับ ไอ้สไปร้ทเพื่อนรัก
ผู้บ้าดีเดือดของผมนั่นเอง ผมขอยืมวิทยุ
จาก ?เม้าแทร็ป? หมุนสวิทช์ไปที่ ?แอร์
ทู กราวนด์? เรียกไปหาสไปร้ททันที

   ?สไปร้ทจากบิ๊กแมน ตรวจการณ์ให้ดีๆ
นะโว้ย อั๊วมองเห็นลื้อแล้ว ขณะนี้อั๊วอยู่

บน ชาร์ลี-ชาร์ลี?

?บิ๊กแมน ลื้อเสือกอะไรกับเขาด้วยนะ เมื่อคืนอั๊วนอนอยู่อุดร รู้ข่าวสกายไลน์
โดน ลูกยาว นึกว่าลื้อม่องซะแล้ว?
สไปร๊ทอดที่จะปากหมากับผมอีกไม่ได้เช่นเคย

?ขอให้ลื้อโดนยิงร่วงสักทีเถอะวะ เจอกัน
ทีไรลื้อชอบแช่งชักหักกระดูกอั๊วอยู่เรื่อย?

ผมด่ามันออกไปด้วยความคุ้นเคย สไป
ร๊ทหัวเราะก๊ากใหญ่ พร้อมตะโกนก้อง
วิทยุ

?อเมริกันไม่ถือโว้ย ยิ่งแช่งชักหักกระดูก
ลื้อยิ่งจะอายุยืนขึ้นอีก คืนนี้เสร็จงาน ไป
วังเวียงกับอั๊วมั้ย?

ผมชักหูผึ่งขึ้นมาทันที คำว่า ?วังเวียง?
ทำให้ขนผมลุกซ่าไปทั่วสรรพางค์กาย
โธ่...ท่านผู้อ่านครับ...ชีวิตทหารรับจ้าง
เดนตายอย่างพวกผม ไอ้ของพรรค์ยังงี้
มันของโปรดเสียด้วยสิครับ ยังไม่ทันไร
หัวใจของผมมันก็เผ่นไปถึง ?บัวคำ? สาว
น้อยแห่งบ้านวังศรีแก้วเข้าให้แล้ว รีบ
ตอบอย่างไม่ต้องคิด

?ลื้อขออนุญาตให้อั๊วซีวะ ไปตอนค่ำ
กลับตอนเช้า ไอ้นอร์แมนคงไม่ว่าอะไร
หรอก?

?โธ่ ไอ้บิ๊กแมนยอดเซ่อ ลื้อก็รู้อยู่เต็มอก
ว่าไอ้นอร์แมนมันบ้ายอและบาผู้หยิงขาด
ใหน ลื้อก็ชวนมันไปค้างก็สิ้นเรื่อง อย่า
ลืม 18.00 น. พบกันที่ ?เม็นแล้ม? อั๊วจะ
ขอชอปเปอรืเที่ยวสุดท้ายสำรองเอาไว้
ให้ ขอตัวทำงานก่อนนะโว้ย?

ต่อจากนั้นสไปร๊ทก็ไม่ยอมติดต่อกับผม
อีกเลย มันฉวัดเฉวียนโฉบไปโฉบมา
อย่างน่าเสียวไส้ ท่ามกลางความเป็น
ห่วงของผมซึ่งนั่งภาวนา ขอให้มัน
ปลอดภัยจากอำนาจของ ปตอ. ฝ่ายข้า
ศึกที่อาจจะหลงเหลืออยู่อีก

บอกด้วยหัวใจจริงครับผม ไอ้ที่เป็นห่วงก็
คือกลัวมันจะม่องเท่งเสียก่อนที่จะพาผม
ไปมั่วราตรีที่ ?วังเวียง? ต่างหากละ
ครับ   ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเกิดขึ้นกับสไป
ร๊ท ตามที่ผมคาดคิด ก่อนบินกลับล่อง
แจ้ง ไอ้สไปร๊ทบินหงายท้องอวดทหาร
รับจ้างกองพัน 616 ที่เฮฮาด้วยความ
ชอบอกชอบใจในความบ้าๆบอๆของ
มนุษย์บ้าดีเดีอดคนนี้   

ผมกลับลงมาจาก ชาร์ลี-ชาร์ลี เมื่อตอน
15.30 น. ใช้ความกะล่อนซักพักเดียว ?
นอร์แมน? เจ้านายของผมก็ใจอ่อน
อนุมัติให้ฟรีเดย์ 1 คืน ส่วนนอร์แมนขอ
ตัว อ้างว่าจะไปสอนภาษาอังกฤษให้ลูก
สาวแม่ค้าในตลาดเมืองล่องแจ้ง

   ไม่ทราบว่า เจ้านอร์แมนสอนภาษาอัง
กฟษท่าไหน ถึงมีรอยลิปสติกติดเสื้อ
เปรอะมาทุกคืน ส่วนพวกเดนตายเงิน
เดือนน้อยหยั่งพวกผม สาวๆคนไหนจะ
แล คืนนี้น่า...มันคงจะเป็นคืนของพวก
ผมบ้าง แล้วแม่สาวบัวคำจะได้รู้ว่า ทหาร
ไทยหยั่งผมก้มีฝีมือเหมือนกัน...
loveparadox
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
อิอิ
ตาลายจะพะยายามอ่านนะครับง่วงวุ้ยย
loveparadox
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
อิอิ

เอ่อว่า แต่ คุณบังรอน เล่นcso ด้วยเหรอครับ  เห็นคนใช้ชื่อ บังรอน ด้วย เห็นวันไหนมะรุไม่ได้2วันก่อนมั้ง

loveparadox
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
อิอิ

เอ่อว่า แต่ คุณบังรอน เล่นcso ด้วยเหรอครับ  เห็นคนใช้ชื่อ บังรอน ด้วย เห็นวันไหนมะรุจำไม่ได้2วันก่อนมั้ง

บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ไม่ได้เข้าเกมมาปี1แล้ว บังเอินชื่อผมมันโหลงะเข้าใจผิดกันบ่อยๆ
loveparadox
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
อิอิ
อื่มยศเพชร ด้วยแฮะ กี่เดือนหว่า
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่ 4  
 
  ผมอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณเป็นครั้งแรกใน
รอบครึ่งเดือน ท่ามกลางความแปลก
ประหลาดใจของบรรดาเพื่อนฝูงที่เคยเห็นผมเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับน้ำฝนเมือง
ลาวมาก่อน ล่องแจ้งใช่ว่าจะขาดแคลน
น้ำนะครับ ภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขา
สูง น้ำฝนที่ไหลบ่าลงมาจากร่องน้ำ บน
ภูเขาทั้งสี่ด้านทำให้ปริมาณน้ำที่ใช้ใน
เมืองล่องแจ้ง มีอย่างเหลือเฟือ

   แต่ไอ้ความหนาว ที่หนาวอย่างเจ็บ
ปวดกระดุกนี่ซีครับ มันเป็นอุปสรรคใน
การอาบน้ำอย่างมากทีเดียว ปรอทที่กอง
บัญชาการไม่เคยพ้นเลขสามขึ้นไปสักวัน

   ที่พักของผมปลูกเป็นโรงสีขาวซีดๆ
สองชั้น ชั้นล่างเป็นคลังอุปกรณ์ทุกชนิด
ที่จำเป็นสำหรับทหารรับจ้าง ไม่ว่าจะเป็น
รองเท้า ผ้าห่ม เครื่องแบบ รวมไปจน
กระทั่งมีดพกแบบโบวี่ และผ้ากันฝน
แบบ ?ปันโจ?

   สิ่งของเหล่านี้ จะมีโควต้าแจกให้กอง
พันทหารรับจ้างกองพันต่างๆปีละสอง
ครั้ง แต่ก็กรณีฐานบัญชาการแตกก็
สามารถที่จะจำหน่ายสิ่งของเหล่านั้นให้
หายได้ และแน่นอนเหลือเกิน เมื่อสู
ยหายก้ต้องเบิกทดแทนกันวันยังค่ำ

   อันนี้แหละครับ ที่เป็นช่องโหว่ให้เกิด
คอร์รัปชั่นกันอย่างหน้าด้านที่สุด ผมปาก
หมาให้ฟังเสียเลย

   ตามปกติกองพันทหารรับจ้าง จะมี
กำลังพลประมาน 400-500 คน แบ่งออก
เป็น หนึ่งหมวด บก.พัน หนึ่งหมวดอาวุธ
หนัก และอีกสามกองร้อย แทบทุกคนได้
รับอาวุธ  M-16 เป็นอาวุธประจำกาย
นอกจากอาวุธหนักเหล่านั้น ก็จะได้รับ
แจกปืนพก .45 แทน

   กองพันทหารรับจ้างกองพันหนึ่งๆ ฝรั่ง
มีโควต้าปืนพก .45 ให้ถึง 20 กระบอก
และปืนพกเหล่านี้ ฝรั่งมันจ่ายให้ตั้งแต่อยู่
ในประเทศไทย ตอนที่ฝึกอยู่ค่าย
กาญจนบุรีทีเดียว

   ตัว ผบ.พันเองจะเป็นผู้พิจารณาว่า จะ
จ่ายปืนพกเหล่านี้ให้กับใครบ้าง

   พอบางคนได้รับแจกปืนพกเรียบร้อย
แล้ว ไม่เอาข้ามฝั่งลาวหรอกครับ เก็บ
ซ่อนไว้อย่างเงียบเชียบ ณ บ้านพักนั่น
เอง

   คราวนี้ พอข้ามมาฝั่งลาว ก็รอจังหวะ
และโอกาส ตอนข้าสึกมันเข้าตีฐาน
ปฏิบัติการฝ่ายเรา และเกิดบังเอิญมี
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงๆ พอ
เหตุการณ์สงบ กองพันทหารรับจ้างก็
รายงานการสูญเสียอาวุธเลยทีเดียว ตอน
นี้ท่านผู้อ่าน จะพอเดาออกไหมครับว่า
กองพันทหารรับจ้างเหล่านั้นจะจำหน่าย
อาวุธอะไรก่อน

   ก็ปืนพก .45 สิครับ ห้อยอยู่ที่ซองหนัง
อย่างดี แถมติดกับเข็มขัดสนามอย่าง
แน่นหนา ทำไมถึงแจ้งหายทั้งหมดกอง
พันมิทราบ แต่นี่ก็เป็นทางหากิน ที่ฝรั่ง
มันเปิดช่องว่างเอาไว้ ทั้งๆที่พวกมันรู้ทั้ง
รู้ แต่ก็พูดไม่ออกครับ

   แต่กองพันทหารรับจ้างส่วนหลังนี่สิ
ครับ หน้าด้านเหลือทน ตามปกติกองพัน
ทหารรับจ้างเมื่อไปถึงเมืองล่องแจ้ง
ก่อนขึ้นสู่แนวรบ จะต้องแบ่งกำลังออก
หนึ่งส่วน ทิ้งเอาไว้ ณ เมืองล่องแจ้ง
เรียกว่า บก.ส่วนหลัง

   พวกส่วนหลังเหล่านี้จะมีหน้าที่เกี่ยวกับ
การส่งกำลังบำรุงทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น
อาหาร กระสุนหรือแม้แต่กระทั่งจดหมาย
หรือพัสดุภัณท์ที่ส่งมาจากเมืองไทย จริง
อยู่ถึงแม้งานจะหนัก แต่การเสี่ยงตายมี
น้อยกว่ากันอย่างเทียบไม่ได้ ด้วยเหตุนี้
จึงทำให้ทหารรับจ้างแทบทุกคนอยากจะ
อยู่ส่วนหลังกันทั้งนั้น

   คราวนี้พอ บก.ส่วนหน้ารายงานการสูญ
เสียของปืนพกมายังส่วนหลัง พวก บก.
ส่วนหลังก็จัดแจงเพิ่มยอดการสูญเสีย
ของปืนพกเพิ่มเข้าไปด้วย ต่อจากนั้นก็
นำเสนอ บก.ล่องแจ้ง เพื่อขอเบิกปืนพก
มาทดแทนต่อไป

   หน้าด้านไหมล่ะครับ อยู่ส่วนหลังแท้ๆ
ปืนพกเกิดหายไปพร้อมกับพวกบนแนว
เสียนี่ อย่างว่านั่นแหละครับ ?เสือพราน
เขาไม่ว่ากันหรอก? ทีใครทีมัน เงินพ่อ
เงินแม่ของเราเมื่อไหร่ มันของไอ้กันทั้ง
นั้น เรื่องทั้งเรื่อง ปืนพก .45 ก้เลยระบาด
ที่อุดร ในราคากระบอกละ 1,000 บาท
เท่านั้น

   ตามปกติ ฝอ.4 ซึ่งมยศทางทหารเพียง
นายร้อยโทคือผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการ
บังคับบัญชากอง บก.ส่วนหลัง มีสิทธิ์ที่
จะดึงทหารรับจ้างคนใดคนหนึ่ง ลงมาทำ
งานที่ส่วนหลังได้ หรือแม้กระทั่งหน่วง
เหนี่ยวพวกเจ็บป่วยที่ถูกเส้นเอาไว้นานๆ
ก็ยังได้ 

   แล้วอย่างนี้ ทหารรับจ้างที่จะ ?อู้รบ? ก็
ต้องยอมซูฮกอย่างช่วยไม่ได้ ใครมีส้นดี,
เส้นแข็ง เจอะเจ้านายเก่าๆ ที่มีอำนาจ
วาสนาในกองบัญชาการล่องแจ้งก็เลย
ทำหนังสือขอตัวขาดจากกองพันทหาร
รับจ้างไปเลยก็มี 

   ฝอ.4 บางคนก็โลภมาก เห็นทหารรับ
จ้างบ้านนอกที่แขวน ?พระ? ดีๆ มีราคา
สูงๆก็ขอเอาดื้อๆ พร้อมกับตั้งสิ่งแลก
เปลี่ยนเอาใว้ว่า จะช่วยเหลือให้ทำ
งานอยู่ บก.ส่วนหลัง

   ไอ้ความกลัวนี่แหละครับ ก็จำยอมถอด
พระที่เคารพบูชาให้เขาไปอย่างจำใจ

   ผมร่วมรบสงครามในประเทศลาวมา
หลายปี จากทหารรับจ้างธรรมดา จน
กระทั่งกลายมาเป็นล่าม เคยคลุกคลีกับ
พวกนี้มาอย่างใกล้ชิด เคยเห็นความทุกข์
ยากในขณะที่กองพันขาดอาหาร หรือ
การเคลื่อนย้ายกองพันเข้าตีข้าสึกท่าม
กลางพายุฝน ด้วยเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวที่
แห้งแล้วแห้งอีก ทหารรับจ้างบางคนทน
ไม่ไหวหรอกครับ บางครั้งเดินวันหนึ่งๆ
เกือบ 20 กม. ไหนจะต้องปีนภูเขาที่สูง
ชัน ไหนจะต้องลงหุบเขาที่อุดมไปด้วย
ตัวทากที่ดูดเลือดได้อย่างเจ็บแสบที่สุด

   ไอ้ความยากลำบากเหล่านี้เอง ทำให้
ทหารรับจ้างทุกคนพาลหาเหตุลงมา ?อู้
รบ? ยังบก.ส่วนหลังเป็นอาจิณ 

   สาเหตุที่จะลงมาได้อย่างแน่นอนที่สุด
ก็คือ อ้างว่าเจ็บโน่นเจ็บนี่ แหกตาหมอ
ประจำกองร้อยให้เซ็นต์ชื่อรับรองให้
ทหารเหล่านั้นก็สามารถนั่งชอปเปอร์ลง
มาป่วยที่โรงพยาบาลล่องแจ้งได้อย่าง
สบาย

   พูดถึงโรงพยาบาล ผมมีเรื่องขำแยะที
เดียวครับ ปกติหมอโรงยาบาลล่องแจ้ง
จะเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว
เท่านั้นเรียกว่าจะอนุมัติให้ใครไปป่วย
อุดรก็ได้ ถ้าสมเหตุสมผลจริงๆ

   หมอใหญ่ที่ผมกำลังจะเขียนถึงในขณะ
นี้ ชื่อเสียงของท่านเลื่องลือไปทั่ววงการ
ทหารรับจ้างในสมรภูมิลาว อย่าเพิ่งเดา
นะครับว่า หมอใหญ่ผู้นี้ เป็นผู้ที่มีความ
เก่งกล้าในการรักษาอย่างยอดเยี่ยม ผิด
ถนัดครับ ความบ้าๆบอๆ และความเป็น
คนตรงของคุณหมอ ?ชลกร? ต่างหากล่ะ
ครับ ที่ทำให้คุณหมอผู้นี้โด่งดังอยู่ใน
กองบัญชาการเสือพราน

   คราวแรก ผมยังไม่รู้จักกับหมอชลกร
หรอกครับ แต่แล้วในวันหนึ่ง ในขณะที่
หมอนอนคุยกับพนักงานวิทยุ ที่บังเอิญ
เปิดเครื่องแสตนบายด์ทิ้งเอาไว้ ก็ได้ยิน
หมอประจำกองร้อยของกองพัน 604 ส่ง
วิทยุขอชอปเปอร์ขึ้นไปรับทหารที่ใด้รับ
อุบัติเหตุจากปืนที่หน้าท้องจนเครื่องเพศ
ห้อยร่องแร่ง ลำไส้ไหญ่ไหลลงมากองที่
พื้น แต่ทหารคนนี้ก็ทนทายาทไม่ยอมสิ้น
ใจเอาง่ายๆ

   ขณะนั้นเป็นเวลาประมาน 21.30 น.
ชอปเปอร์ก็หมดเวลาทำงาน บินกลับอุดร
จนหมดสิ้น ทาง บก.ล่องแจ้งไม่รู้จะแก้
ปัญหาอย่างไร ก็พอดีพระเอกของเรื่องนี้
ก็ขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยได้ทันเวลาพอดี

   ?นั่นหมอประจำกองร้อยพุดใช่ไหม นี่
อั๊วชลกรหมอใหญ่?

   เสียงหมอชลกรส่งวิทยุขึ้นไปบนแนว
พร้อมกับถามอาการของผู้บาดเจ็บด้วย
น้ำเสียงที่เอาจริงเอาจัง

   ?ใช่ครับ อาการของคนเจ็บหนักมาก
อาจจะรอด ถ้าได้รับการรักษาพยาบาล
ทันท่วงที?

   เสียงหมอประจำกองร้อยส่งข่าวลงมา

   ?แล้วลื้อพยาบาลขั้นแรกกับคนเจ็บ
อย่างไร ไหนลองอธิบายให้อั๊วฟังซอ?

   คุณหมอชลกรย้อนถามขึ้นไปอีก 

   ?ผมฉีดมอร์ฟีนให้คนเจ็บ 1 เข็มแล้ว
ครับ พร้อมกับเอาไส้ยัดกลับเข้าไว้ที่
เดิม?

   ?เฮ้ย ลื้อจะบ้าหรือยังไงวะ รีบเอาไส้
ออกมาอย่างเดิม พยายามเอาน้ำราดไว้
อย่าให้ไส้แห้งเป็นอันขาด?

   เกิดมาผมก็เพิ่งเคยได้ยินการรักษาคน
เจ็บทางวิทยุกันในวันนี้เองแหละครับ ต่อ
จากนั้นคุณหมอชลกรก็เอ็ดตะโรดุด่าพล
พยาบาลประจำกองร้อยของกองพัน 604
ไปตามเรื่องตามราว เวลาผ่านไป 2-3
นาที คุณหมอชลากรย้อนถามขึ้นไปอีก

   ?เรียบร้อยแล้วใช่ไหม? พยาบาล ลื้อ
ทำตามคำสั่งของอั๊วแล้วใช่ไหม? คนไข้
อาการดีขึ้นหรือยัง??

   ?ครับ เรียบร้อยแล้วครับ ผมทำตามคำ
สั่งของคุณหมอทุกประการ คนไข้-เรียบ
ร้อยแล้วครับ?

   ?อะไรว่ะ เรียบร้อย ลื้อหมายความว่า
อย่างไร?

   หมอชลกรตะโกนสวนขึ้นไปด้วยความโมโห
   ?คนไข้ตายเรียบร้อยแล้วครับ ขาดใจ
ตอนผมเอาไส้ออกมานั่นแหละ?

   เสียงพยาบาลตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงพอๆกัน

   มีเสียงหัวเราะเกรียวกราวออกมาจาก
ลำโพงวิทยุพร้อมกับมีเสียงตะโกนขึ้น
มาลอยๆว่า

   ?ไอ้หมอเฮงซวย?

   เล่นเอาทั้งผมและเพื่อนๆที่นอนฟัง ?
มวยตู้? หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง

   ยังครับ ยังไม่หมด พฤติการณ์บ้าๆบอๆ
ของหมอชลกรยังมีอีกมากมาย ท่านผู้
อ่านลองมาดูวิธีตรวจร่างกายของหมอ
ชลกรดูบ้างสิครับ

   ผมบังเอิญต้องมีธุระจะต้องขึ้นไปขอ
ยา ?เตตร้า? จากหมอชลกร ทั้งๆที่รู้
กิตติศัพท์เป็นอย่างดี ผมก็จำเป็นต้องไป
เพราะ ?เครื่องเยี่ยว? ของผม กำลังขัดลำ
กล้องเข้าทุกที ขืนปล่อยไว้ ?คุณสนอง?
รับประทานผมอย่างแน่ๆ ก็เห็นทหารรับ
จ้าง 4-5 คนยืนถอดเสื้อเป็นแถวหน้า
กระดานเรียงหนึ่ง คุณหมอชลกรเอา
เครื่องตรวจแบบหูฟังขึ้นไปสวมเอาไว้ที่หู
ทั้งสองข้าง ใช้มือขวาหยิบปลายหูฟังขึ้น
จิ้มลงบนหน้าอกทหารรับจ้างคนแรก จิ้ม
ไม่จิ้มเปล่า แถมแหกปากร้องเพลงมาร์ช
ทหารอากาศคลอไปด้วยอย่างมีความสุข

   มือที่ถือหูฟังก็จิ้มหน้าอกอย่างมีจังหวะ
จะโคน ผมไม่กล้าขึ้นไปบนโรงพยาบาล
หรอกครับ นั่งหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหลกับ
เพื่อนๆอยู่ที่บันไดนั่นเอง

   พอเพลง ?วันนี้เราอยู่ดูโลกกันให้โส
ภิณ? ของคุณหมอชลกรจบลง คุณหมอก็
ยกเท้าขึ้นเตะก้นคนป่วยคนละที แจกยา
คนละ2 ? 3 ชุด บอกว่าเป็นยาแก้ขี้เกียจ
พร้อมกับไล่ลงจากโรงพยาบาลทันที

   นี่แหละครับคืออาวุธลับของ บก.ล่อง
แจ้ง นักรบรับจ้างจะหาโอกาสให้หมอชล
กรเซ็นซื่ออนุมัติให้ไปป่วยที่อุดรเห็นจะ
หายากเต็มที

   แต่ก็มีอยู่จังหวะหนึ่งเหมือนกันครับ ที่
หมอชลกรยอมเซ็นต์ให้ไปอุดรโดยไม่
ยอมตรวจร่าง ก็อีตอนที่ข้าศึกยิงปืนใหญ่
หรือจรวดเข้าใส่เมืองล่องแจ้งสิครับ คุณ
หมอชลกรจะกระโจนเข้าไปนั่งปลุกพระ
อยู่ในหลุมหลบภัย คราวนี้พวกทหารรับ
จ้างนกรู้ทั้งหลายก็ถือใบรับรองแพทย์วิ่ง
ตามก้นคุณหมอเป็นทิวแถว สำเร็จครับ
คุณหมอรีบเซ็นต์ให้อย่างง่ายดายทีเดียว

   ผมปล่อยก๊ากออกมาคนเดียว ขณะที่
นั่งอยู่บนรถจิ๊ปที่พลขับชาวแม้วกำลัง
พยายามมุ่งหน้าไปตลาดล่องแจ้ง ?ไอ้
หน้าลิง? พลขับหันมามองหน้าผมอย่าง
แปลกใจ พร้อมกับเอ่ยถามขึ้นว่า

   ?นายภาษาขำอีหยังครับ หัวอยู่ได้แต่ผู้
เดียว? (ล่ามขำอะไรหรือครับ หัวเราะอยู่
เพียงคนเดียว)

   ?อั๊วนั่งคิดเพลินถึงหมอชลกรว่ะ เลยอด
ขำไม่ได้ ลื้อรู้จักหมอชลกรหรือเปล่าวะ
ไอ้ลิง?

   ผมย้อนถามเจ้าพลขับชาวแม้วไปอีก

   ?ทำไมบ่ฮู้จัก บักหมอบ้า หำผมเป็น
แผล ไปขอยา มันจะเอามีดตัดหำผมท่า
เดียว?

   ผมเลยได้หัวเราะอีกก๊ากใหญ่ในคำพุด
แบบตรงไปตรงมา ของเจ้าพลขับแม้ว ที่
บ้าๆบอๆพอๆกับคุณหมอชลกร

   เกือบจะถึงเวลาที่ผมนัดหมายกับเจ้า
สไปร๊ทแล้วครับ แต่ผมเห็นว่ายังมีเวลา
เหลือเฟือก็เลยแวะไปที่ตลาด หาซื้อน้ำ
หอมฝรั่งเศษยี่ห้อ ?โตป๊าส? ที่บัวคำสั่ง
นักสั่งหนาว่าจะมาเยี่ยมครั้งต่อไปช่วย
ซื้อมาฝากให้เธอด้วย

   ในขณะที่ผมกำลังสาละวนเลือกซื้อ น้ำ
หอมยี่ห้อ ?โตป๊าส? อยู่นั่นเอง ประสาทหู
ได้ยินเสียงวี้ดๆ จึงหันกลับไปมองดู
บริเวณสนามบิน มีเสียงระเบิดดังสนั่น
หวั่นไหวตรงบริเวณหัวสนามบินพร้อมๆ
กับควันสีขาวลอยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ใน
ขณะที่ควันยังไม่ทันจาง ก็มีเสียงวี้ดยาว
แทรกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ผมพุ่งพรวด
เดียวหมอบติดกับพื้นดิน โดยไม่คำนึงว่า
ชุดเอี่ยมอ่องของผมจะเป็นเช่นไร

   เสียงระเบิดดังแน่นกว่าครั้งแรก ผมยัง
เดาไม่ออกว่าจะเป็นลูกปืนใหญ่หรือจรวด
กันแน่ แต่ที่แน่ๆตำบลกระสุนตกของมัน
ใกล้คลังแสงที่บริเวณสนามบินเข้ามา
ทุกที

   ?นายภาษา สนามบินโดนโจมตีแล้ว
ครับ กลับ บก.เถอะครับ?

   พลขับชาวแม้วละล่ำละลักพร้อมกับฉุด
ไม้ฉุดมือจะให้ผมขึ้นไปบนรถจิ๊ปให้จงได้

   ผมก็เลยตัดสินใจกระโดดขึ้นรถจิ๊ป แต่
ไม่ลืมที่จะคว้าเอาห่อน้ำหอมขึ้นไปด้วย
รถจิ๊ปของผมพุ่งปราดออกมานอกถนน
ใหญ่บริเวณทางเข้าสนามบินก็บังเอิญ
มองเห็นเจ้าสไปร้ทวิ่งกระเร่อกระร่าอยู่ใน
กลุ่มคนงานที่กำลังเตรียมตัวจะกลับอุดร
ในเย็นวันนั้นด้วย   ?เฮ้ย จอดรับเพื่อนอั๊ว
หน่อย?

   ผมตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดที่กำลัง
คำรามกึกก้อง ทันใจดีเหลือเกินครับ เจ้า
พลขับแม้วกระแทกเบรคเต็มที่ ล้อทั้งสี่
ของจิ๊ปเล็กครูดไปกับพื้นถนน ผมหันหลัง
กลับไปดู เห็นเจ้าสไปร๊ทกำลังใช้ฝีเท้า
น้องๆ นักกีฬาโอลิมปิคห้อกวดรถผมจน
ตัวโก่ง ก็เลยถอยหลังกลับไปรับ พามุ่ง
หน้าเข้าไป บก.ล่องแจ้งอย่างรวดเร็ว

   เนื่องจากขณะนั้น เป็นเวลาประมาน
17.00 น. บรรดาคนงาน  A.C.S. และเจ้า
หน้าที่ต่างๆ ที่ทำงานอยู่ที่ล่องแจ้ง ต่างก็
กำลังเตรียมตัวจะกลับอุดรโดยเครื่องบิน
ลำเลียงของแอร์อเมริกา ทุกคนจึงออกัน
แน่นที่ ?เม็นแล้ม? เดชะบุญที่ลูกปืนใหญ่
ลูกแรกของมันไม่ตกลงกลางกลุ่มคน
เหล่านั้น จึงรอดตายไปอย่างหวุดหวิดที่
สุด ต่อจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน แตกกลุ่ม
ออกวิ่งเผ่นกันป่าราบหาที่กำบังไปตามมี
ตามเกิด

   ?สิงหะ จากลอนดอน เปลี่ยน?

   พนักงานวิทยุของกองพันที่ 618 ซึ่งตั้ง
ฐานปฏิบัติการอยู่บนเนินสกายไลน์ ทาง
ด้านตรงข้ามกับหัวสนามบินเรียกขาน
บก.ล่องแจ้ง พร้อมกับรายงานข่าวต่อไป
อีก

   ?ลูกปืนใหญ่ของข้าศึกข้ามฐานปฏิบัติ
การของลอนดอนลงไปเบื้องล่าง คาดว่า
ยิงมาทางสนามบินถ้ำตำลึง ขณะนี้กำลัง
ตรวจการณ์ที่ตั้งปืนของพวกมันอยู่ครับ?

   ?ลอนดอน จากสิงหะ ตรวจการณ์โดย
เร็วที่สุดพร้อมกับแจ้งพิกัดที่แน่นอนมา
ด้วย?

   ?โอเคครับ ปืนใหญ่ของข้าศึกอยู่ ณ
บริเวณ ?ภูผาไซ? คาดว่าเป้นปืนใหญ่
ขนาด 130 ม.ม. ของรัสเซีย?

   ?จบกัน? 

   ?เทพ? อุทาน พร้อมกับเอ่ยต่อไปว่า

   ?ระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตร เราจะเอา
ปืนอะไรไปดวลกับพวกมัน ให้ทางเบา
วเดอร์คอนโทรลขอเครื่องบินจากอุดรมา
ทำงานด่วนก็แล้วกัน?

   ?ท่านครับ ผมสังเกตุเห็นตำบลกระสุน
ตกของกระสุนปืนใหญ่เลื่อนเข้าหา
บริเวณคลังแสงของฝ่ายเราเข้าไปทุกที
ผมคิดว่าให้หน่วยลาดตระเวณของเราค้น
หา ตรวจการหน้า ของมันดีกว่าครับ มัน
จะต้องซุกซ่อนปรับทางปืนให้แก่พวกมัน
อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งใกล้ๆเป้าหมายของมัน
นี่เอง?

   ชัยฤทธิ์ นายทหารเสนาธิการผู้หนึ่ง
เสนอความคิดขึ้นมา

   ?ลื้อออกคำสั่งทางโทรศัพท์ให้หน่วย
ป้องกัน บก.ล่องแจ้งออกค้นหาเดี๋ยวนี้
อย่าใช้วิทยุเป็นอันขาด อั๊วคาดว่าข้าศึก
จะต้องดักฟังข่าวคราวการเคลื่อนไหว
ของพวกเราอยู่ตลอดเวลา?

   ?เทพ? หัวหน้าเสนาธิการเอ่ยขึ้นพร้อม
กับเดินกลับไปกลับมาด้วยท่าทางที่อึด
อัดใจต่อสถานะการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

   ?ท่นนายพลวังเปาก็ยังไม่กลับจากอุดร
สงสัยว่าคืนนี้ล่องแจ้งจะถูกทหารของมัน
เข้าโจมตีเสียละกระมัง

   ?เทพ? พึมพำออกมาอีก ก่อนที่จะเดิน
กลับไปในห้องยุทธการเพื่ออกคำสั่งเพิ่ม
การระมัดระวังล่องแจ้งเต็มอัตราศึกต่อ
ไป
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่ 5
  
 เสียงครวญครางเหมือนเปรตทวง
วิญญาณของหางนำทิศ เมื่อเวลามัน
แหวกอากาศของลูกปืนใหญ่ขนาด 130
มม. เย็นเฉียบบาดจิตบาดใจเข้าไปใน
สมอง สิ้นเสียงครวญครางของมันครั้งใด
จะต้องมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
ติดตามมาด้วยทุกครั้ง

   เสียง...แว้ด...กรั้ม...แว้ด...กรั้ม ดัง
ติดต่อกันเป็นระยะด้วยจังหวะที่ต่อเนื่อง
กันโดยไม่หยุดยั้ง เป็นที่น่าสังเกตุว่า
ตำบลกระสุนตกเลื่อนจากจุดเดิมเข้าหา
คลังแสงที่อยู่เกือบท้ายสนามบินเข้าไป
ทุกที บางครั้งแนวการยิงของมันก็ข้ามฝั่ง
สนามบินเฉียดลานจอด (เม็นแล้ม) พุ่ง
ดิ่งเข้าหาหมู่บ้านชาวแม้วที่สร้างอย่าง
ง่ายๆ ด้วยไม้ไผ่แตะ หลังคาติดกันเป็น
พืด

   มันจะมีอะไรเหลือละครับ เศษดิน เศษ
ไม้ กระเด็นปลิวว่อน หมู่บ้านกว่า 20
หลังคาเรือนหายวับไปกับตา เหมือนกับ
โดนพายุหมุน สะเก็ดระเบิดกระเด็นมา
ตกบนหลังคาห้องอาหารของ บก.ล่อง
แจ้ง ดังกราวใหญ่

   หีบห่อกระสุน ไม่ว่าจะเป็นลูกปืนใหญ่
ขนาด 105 มม. หรือว่า 155 มม. ลูก
ระเบิดมือ ลูกปืนครกที่เพิ่งส่งมาจากอุดร
หลายร้อยหีบ ซึ่งแพ็คเอาไว้ บริเวณ
“เม็นแล้ม” เพื่อรอเวลาที่จะขนขึ้นแนวใน
เช้าวันรุ่งขึ้น มีหวังถูกระเบิดจากอำนาจ
การยิงที่รุนแรงของข้าศึกอย่างแน่นอน

   ไม่มีใครออกคำสั่งให้ขนย้าย วัตถุ
ระเบิดเหล่านั้นหรอกครับ แม้แต่ตัวฝรั่ง
เองก็เผ่นจนป่าราบ ส่งวิทยุเข้าสนามบิน
อุดร ขอชอปเปอร์มารับอย่างปัจจุบันทัน
ด่วน


   ชั่วเพียง 30 นาที ชอปเปอร์ที่จอดแส
ตนด์บายอยู่ในสนามบินนาซู ก็บินดิ่งมา
รับพวกฝรั่งเหล่านั้นหลบออกไปจาก
เมืองล่องแจ้งอย่างรวดเร็ว

   เห็นไหมครับ เมื่อยามมีภัย ไอ้กันมันก็
หนีเอาตัวรอดอย่างหน้าด้านที่สุด ปล่ย
ให้พวกรับจ้างรบที่ชีวิตไม่ค่อยจะมีค่า
งวดอะไร อยู่เสี่ยงอันตรายต่อไปและต่อ
ไปท่ามกลางกระสุนปืนใหญ่ของพวก
เวียตนามเหนืออย่างชนิดตัวใครตัวมัน

   แม้กระทั่งนายของผมเองก็ตามที
มิสเตอร์ “นอร์แมน” ยอดเสนาธิการของ
ซี.ไอ.เอ. ก็ดันตาลีตาเหลือก เผ่นหนีไป
กับเขาด้วย ปล่อยให้ฝรั่งกระจอกๆ 2-3
คน คอยอยู่รับหน้าพอเป็นพิธีเท่านั้น
และก็พวกฝรั่งกระจอกๆเหล่านั้น ช่วย
อะไรพวกเราไม่ได้หรอกครับ วิธีเดียวที่
พวกมันกระทำได้ก็คือ ออกคำสั่งให้เรา
กินเงินดอลล่าร์ของพวกมัน ปฏิบัติงาน
แทนเท่านั้นเอง

   แต่ขอโทษที ขณะนี้หมดเวลางานเสีย
แล้ว คำสั่งของพวกมันก็ไร้ความหมาย
พวกผมเป็นทหารรับจ้าง เงินมาซีครับ ถ้า
โอเวอร์ไทม์สูง พวกผมไม่เคยเกี่ยงสัก
ครั้ง

   ผมและเพื่อนๆ สามสี่คน หมอบนิ่งอยู่
หลังกระสอบทราย บริเวณ บก.ล่องแจ้ง
ที่ตรวจการณ์เห็นสนามบินได้ชัดที่สุด
อดที่จะเป็นห่วงหีบกระสุนและวัตถุระเบิด
นานาชนิดที่วางระเกะระกะอยู่ที่เม็นแล้
มไม่ได้ เวลาผ่านไปรวดเร็วเหมือนติดปีก
บิน จนกระทั่งพลบคำ การระดมยิงของ
พวกมันก็ไม่หยุดยั้ง บางครั้งลูกปืนของ
มันก้เพ่นพ่าน เข้าไปตกในบริเวณใจ
กลางเมืองล่องแจ้ง ซึ่งขณะนี้ กลายเป็น
เมืองร้างไปเสียแล้วอย่างสิ้นเชิง

   ประชาชนชาวแม้วเผ่นออกจากหมู่บ้าน
ตั้งแต่กระสุนลูกแรกของข้าศึกตกลงบน
สนามบินแล้ว พวกเขาหอบลูกจูงหลาน
เดินเป็นทิวแถวไปตามถนนที่ตัดเอาไว้
บนภูเขา มุ่งหน้าขึ้นไปหลบซ่อนอยู่ใน
บริเวณหลังที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต
(ปกติเจ้ามหาชีวิตของลาวจะประทับอยู่
เมืองหลวงพระบาง นานๆครั้งพระองค์จึง
เสด็จมาประทับในที่แห่งนี้) ที่มีเนินเขาสูง
ชันเป็นปราการธรรมชาติที่สามารถใช้
เป็นที่หลบภัยได้อย่างปลอดภัยที่สุด

   และแล้ว...หลังจากลูกปืนใหญ่ของมัน
ที่ยิงเฉียดไปเฉียดมาหลายต่อหลายครั้ง
ในที่สุด...ลุกฟลุคของมันก็หล่นโครมลง
บนกองกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ที่
วางซ้อนกันเป็นภูเขาเลากาเข้าอย่าง
ถนัดใจ

   “บึ้ม...บึ้ม...บึ้ม...บึ้ม”

   สว่างยิ่งกว่าจุดพลุในงานมหกรรมใดๆ
ที่ผมเคยเห็นมาทีเดียวครับ เสียงระเบิด
ของลูกปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ดังซ้อนๆ
กันจนแก้วหูแทบแตก ประกายไฟพุ่งขึ้นสู่
ท้องฟ้าสว่างโร่ไปหมด บางครั้งก้มีแฟลร์
ที่บรรจุอยู่ในลูกปืนครกระเบิดตูมตามขึ้น
พร้อมกับส่งร่มแฟร์ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
สว่างไสว อย่างกับมีงานมหกรรมระดับ
ชาติเลยทีเดียว

   ไหนจะต้องคอยระวังสะเก็ดลูกปืนใหญ่
ของฝ่ายเราที่กำลังระเบิดตูมตาม ไหนจะ
ต้องพะวงกับอำนาจการยิงของข้าศึก ทำ
เอาทหารรับจ้างที่อยู่ บก.ส่วนหลังวิ่งวุ่น
กันอลหม่าน

   เสียงระเบิดดังรุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้ง
ประตูหน้าต่างกองบัญชาการสะเทือนสั่น
โยกเยก

   “คลังแสงของเราระเบิดแล้วครับ”

   ทหารรับจ้างคนหนึ่งกระหืดกระหอบวิ่ง
ข้ามสะพานเหล็กระหว่างโรงพยาบาล มุ่ง
หน้าเข้ามาหาพวกเราที่กองบัญชาการ

   มันเป็นคราวเคราะห์อย่างช่วยอะไรไม่
ได้ สะเก็ดของลูกปืนใหญ่ขนาด 155 มม.
ที่กำลังระเบิดตึงตังอยู่เฉือนเข้าที่บริเวณ
ลำคอพอดี

   ไม่มีเสียงร้องหรอกครับ ทหารรับจ้างที่
ผมไม่รู้จักชื่อคนนั้น เซถลาหล่นวูบลงไป
จากสะพาน ตกลงไปในร่องน้ำที่ไหล
เชี่ยวกรากอยู่เบื้องล่าง ลายวับไปกับ
ความมืด ท่ามกลางความตกตะลึงของ
พวกเราที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่แค่เอื้อม

   ไม่มีใครลงไปช่วยหรอกครับ แทบทุก
คนซบหน้าลงกับแนวกระสอบทราย หลบ
สะเก้ดระเบิดที่ปลิวออกมาไปรอบทิศ
ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

   เสียงระเบิดที่ดังเหมือนกับฟ้าผ่าได้
คำรามขึ้นอีกครั้ง...

   อา...คลังแสงและอุปกรณ์ทุกชนิดของ
ซี.ไอ.เอ. พินาศหมดสิ้นแล้ว เสียงระเบิด
ดังขึ้นซ้อนๆ กันหลายต่อหลายครั้ง แสง
ไฟลุกขึ้นท่วมท้องฟ้า มองเห็นสว่างโร่
ไปทั่วบริเวณ

   เหมือนกับนกรู้ ปืนใหญ่ของเวียดนาม
เหนือ ที่ระดมยิงอยู่ตลอดเวลา ยุติการยิง
ลงอย่างฉับพลัน แน่นอนเหลือเกิน
“ตรวจการณ์หน้า” ของพวกมันที่แฝง
กายอยู่ ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งของ
ตลาดล่องแจ้ง คงจะแจ้งผลการยิงให้
ฝ่ายมันทราบว่า ขณะนี้ผลการยิงของ
พวกมันสัมฤทธิ์ผลแล้ว พวกมันจึงยุติการ
ระดมยิงในทันทีทันใด

   เวลาผ่านไปจนกระทั่ง 24.00 น. แรง
ระเบิดจากกองกระสุนที่เม็นแล้มยังคง
ระเบิดต่อไปอีก และเริ่มแผ่วงกว้างออก
ไปทุกที ส่วนคลังแสงไม่ต้องพูดถึงกันละ
ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี ร่มชูชีพที่ใช้ “ดร็อป” ของ
ถูกไฟเผลาผลาญไม่มีเหลือหลอ

   ผมนั่งหลับนกอยู่ที่บริเวณกระสอบ
ทรายนั่นเอง ศูนย์บังคับการที่อุดร ติดต่อ
สอบถามความเสียหายมาอยู่ตลอดเวลา
พวกผมที่เข้าเวรวิทยุ ไม่ต้องพักผ่อนกัน
ละ จัดแจงเข้ารหัสแจ้งผลความเสีย
หายอย่างมหาศาลให้ทางอุดรทราบเป็น
ระยะๆ

   เกือบร้อยล้านบาท คือยอดประเมินสูญ
เสียจากการยิงของปืนใหญ่เวียดนาม
เหนือ

   “ไอ้ปากหมา” เครื่องบินตรวจการณ์
สองที่นั่งจอดอยู่ในโรงเก็บ รอด
จากกระสุนปืนใหญ่และแรงระเบิดอย่าง
กับปาฏิหารย์

   การระเบิดของกระสุนปืนได้ดำเนินต่อ
ไปจนกระทั่งรุ่งเช้า เสียงระเบิดจึงค่อยๆ
ห่างลง และสงบเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเวลา
09.30 น.   ผมคิดว่า คงจะยังไม่มีมนุษย์
หน้าไหนสะเออะเข้าไปในบริเวณสนาม
บินหรอกครับ

   ที่ใหนได้... พอพวกผมเข้าไปเคลียร์
สนามบิน   

อุปกรณ์การรบที่รอดจากแรงระเบิดถูก
ขโมยเรียบวุธ ปืนพก .45 เท่าที่ผมทราบ
ประมาน 100 กระบอกล่องหนไปอย่างไม่
มีร่องรอย

ชุดเครื่องแบบสนาม ผ้าเต๊นท์ ถูกมือดี
ขโมยเกลี้ยง

ตลาดล่องแจ้ง ถูกทหารรับจ้างที่สังกัด
บก.ส่วนหลังของกองพันทหารรับจ้าง
กองพันต่างๆกรูกันเข้างัดแงะรื้อค้นของ
ชาวบ้านที่พากันละทิ้งบ้านช่อง หลบภัย
จากแรงระเบิดกันเป็นจ้าละหวั่น

ไม่เฉพาะทหารรับจ้างชาวไทยหรอกนะ
ครับ ทหารลาวเองก็ตามที ทั้งพี่ไทย
อ้ายลาวกอดคอกันขโมยของชาวบ้าน
สะเด็ดยาดไปเลย...

มันเข้าขั้นบ้านแตกสาแหรกขาดกันแล้ว
นี่แหละครับ สภาพของสงคราม ใครๆ
อยากได้อะไรก็ยื้อแย่งเอาเป็นกรรมสิทธิ์
กันอย่างหน้าด้านๆ ผมขอภาวนาอย่าให้
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับประเทศไทย
อันเป็นที่รักของผมเลย

ทหารรับจ้างหอบข้าวของที่ขโมยมาได้
ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ หัวจักรเย็บผ้า เทป ลัด
เลาะสนามบินหายหัวเข้ากอง บก. ของ
พวกเราจนหมดสิ้น

แม้แต่ที่พักของฝรั่ง บริเวณท้ายสนามบิน
เองก็ยังโดนมือดีเข้าไปขนของจนเกลี้ยง
“เทปชั้นดี ยี่ห้อ อาไก” ถูกทหารแม้วงัด
ออกมาเร่ขายให้กับทหารไทยด้วย
สนนราคาเครื่องละไม่ถึง 500 บาท

ร้อนถึงนายพลวังเปา ต้องออกประกาศ
ให้ทางทหารรับจ้างและทหารแม้วคนใด
ที่มีของ “ต้องห้าม” อยู่ในครอบครอง ให้
เอามาคืนภายใน 3 วัน มิฉะนั้นจะมีความ
ผิดกฏหมายสงคราม

คำสั่งของนายพลวังเปาอาจจะศักดิ์สิทธิ์
โดยเฉพาะทหารแม้ว แต่สำหรับทหารรับ
จ้างชาวไทยแล้ว “ยากส์ส์” ครับ อ้อยเข้า
ปากช้าง ใครเอาไปคืนก็โง่เต็มทน ของ
ใหญ่ๆก็โยนทิ้ง ปืนพกเรื่องเล็ก มีกรรมวิธี
หลบหลีกสารวัตรทหารเอาไปอุดรได้
หลายต่อหลายวิธีหรือจะปล่อยที่ล่องแจ้ง
800-900 บาทแสนที่จะสบายและคล่อง
มือที่สุด

สนามบินล่องแจ้งต้องปิดตัวเองโดย
ปริยาย เครื่องบินที่ไหนจะกล้ามาเสี่ยงลง
ครับ ก็ในเมื่อสะเก็ดระเบิดขาววับเป็น
ชิ้นๆเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง ระเกะระกะไปหมด
นอกจากนั้น ควันไฟที่กำลังครุกกรุ่นอยู่
ตลอดเวลาในซากกองกระสุน อาจจะ
ระเบิดขึ้นมาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้...

เครื่องบินทุกชนิดถูกห้ามขึ้นลงโดยเด็ด
ขาด แม้กระทั่งชอปเปอร์ก็ต้องอาศัยทิว
เขาหลัง บก.ล่องแจ้ง ซึ่งมีภูมิประเทศ
เป็นแอ่งลึก สามารถป้องกัน “ลูกยาว”
ของข้าศึกได้เป็นอย่างดี ใช้เป็นที่ขึ้นลง
เพื่อปฏิบัติภาระกิจประจำวันต่อไป

ทางอุดรแก้ปัญหาการขนส่งลำเลียงออก
เป็นสองวิธี วิธีแรกใช้ C-123 บินตรงจาก
อุดรแล้ว “ดร็อป” ด้วยร่มชูชีพขนาดใหญ่
ลงในบริเวณ “ศาลาไทย” (ซึ่งอยู่ใกล้ๆ
กับ บก.ล่องแจ้งนั่นเอง)

วิธีที่สองคือ ขนอุปกรณ์สงครามมาลงที่
สนามบินนาซู แล้วลำเลียงด้วยเครื่องปีก
หมุน (ชอปเปอร์) มายังล่องแจ้งอีกทีหนึ่ง

ปัญหาใหญ่หลวงที่ตามมาก็คือ การส่ง
อาหารให้แก่กองพันทหารรับจ้างกองพัน
ต่างๆ ต้องประสพกับอุปสรรคนานา
ประการ อาหารจำพวก หมูเห็ดเป็ดไก่ ที่
ทาง บก. สั่งซื้อมาจากอุดรก็มาตก
ค้างอยู่ที่สนามบินนาซู รอคิวที่จะ
ลำเลียงมายังฐานปฏิบัติการต่างๆเมื่อใช้
เวลาในการส่งนานกว่าปกติ ของสดดัง
กล่าวก็เลยกลายเป็นของเน่าไปโดย
ปริยาย

ตั้งแต่นั้นมา กองพันทหารรับจ้างก็ต้อง
พบกับอาหารแห้งจำพวกเนื้อเค็ม
กระเทียมดอง จนกว่าเหตุการณ์จะปกติ
ซึ่งก็ยังไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะต้องใช้
เวลาอีกนานเท่าไร

ทหารรับจ้างเริ่มสะสมชูชีพเป็นการใหญ่
ร่มที่ไอ้กันใช้ “ดร็อป” มักจะถูกทหารรับ
จ้างเม้มเอาใว้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวกัน
เป็นทิวแถว

ตามปกติแล้ว ในประเทศไทย ร่มชูชีพ
เป็นของมีราคาแพงและหายากที่สุด
ทหารรับจ้างทุกคนจึงอยากได้ร่มชูชีพกัน
จนตัวสั่น พอเครื่องบินทิ้งร่มลงมายังไม่
ถึงพื้นดิน ก็ถือมีด “สปาต้า” ใส่เกียร์หมา
วิ่งไล่ร่มชูชีพหวังจะถือเป็นกรรมสิทธิ์ใน
ร่มชูชีพอันนั้น

มันก็เลยเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอย่างช่วย
เหลือไม่ได้ ปกติกล่องกระสุนมันก็หนัก
หลายสิบกิโลอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีร่มคอย
พยุงเอาไว้ก็ตามที เวลามันลงจวนจะถึง
พื้น มันจะกระทบพื้นด้วยน้ำหนักที่น่ากลัว
ทีเดียว เรื่องทั้งเรื่องมันก็เลยทับเอาผู้
นิยมร่มทั้งหลายจนหัวสมองติดดินแบน
แต๊ดแต๋เหมือนกับเขียดโดนรถบดถนน
ทับยังไงยังงั้น

ตั้งแต่นั้นมา ทหารรับจ้างบางคนพอเห็น
ร่มชูชีพก็ถึงกับเมินหน้าหนีไปเลยก็มี

หน่วยเคลียร์สนามบินเสี่ยงอันตรายออก
ไปเคลียร์รันเวย์ ไม่ถึง 10 นาทีก็ต้องวิ่ง
กระเจิงกันออกมาอีกครั้งเนื่องจากกระสุน
ปืนใหญ่ เกิดระเบิดตูมตามขึ้นมาเอาดื้อๆ
เล่นเอาผวากันไม่เป็นขบวน

อากาศเริ่มมืดเป็นครั้งแรกในรอบวัน กลุ่ม
เมฆรวมตัวกันหนาขึ้นทุกที มันปกคลุม
ยอดเนินสกายไลน์ทึบไปหมดและเริ่ม
ลามเลียลงมายังตีนเขามากขึ้น จน
กระทั่งครอบคลุมเนินสกายไลน์จนขาว
โพลนไปหมดทั้งภูเขา

เจ้าความหนาวเหฯบที่แสนจะทรมานทับ
ทวีเพิ่มขึ้นทุกที ถึงแม้ผมจะมีชุดอัน
เดอร์แวร์ที่สวมทับด้วยแจ็คเก็ตฟิลด์อัน
หนาเตอะก็ยังต้องห่อไหล่ คางกระทบกัน
ด้วยความหนาวเหน็บเข้าไปถึงหัวใจ

ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ทหารรับ
จ้างทุกคน เมื่อผ่านกองบังคับการจะต้อง
ถูกถามรหัสผ่าน ถ้าตอบผิด แน่นอน
เหลือเกินจะต้องถูก M-16 พรุนไปทั้งร่าง
ด้วยน้ำมือของหน่วย “สิงห์ทะเลทราย”
ที่มีหน้าที่ระแวดระวังกอง บก.ล่องแจ้ง
โดยเฉพาะ

ยิ่งอากาศปิดมากเท่าไหร่ บรรยากาศ
ของเมืองล่องแจ้งก็ยิ่งเงียบและวังเวง
มากยิ่งขึ้นเท่านั้น นายทหารเสนาธิการ
ทุกคนอยู่ในชุดสนามพร้อม ยืนจับกลุ่ม
คุยกันเบาๆอยู่หลังแนวกระสอบทรายด้วย
ลักษณะท่าทางที่เครียดขึง

มันเงียบเสียจนกระทั่งอดสังหรณ์ใจไม่ได้
ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในคืนนี้บ้างไหมหนอ

นึกถึงความสามารถของหน่วย “แซ
ปเปอร์” เวียดนามเหนือ ที่กล้าฝ่าดงกับ
ระเบิดเข้าไปเชือดคอทหารรับจ้างในฐาน
ภูเทิงตอนทุ่งไหหินแตกแล้ว ผมอดที่จะ
เสียวคอหอยไม่ได้ ภาวนาขออย่าให้
เจอะเจอกับมันอีกเลยในชาตินี้ ถ้าไม่จำ
เป็นจริงๆ
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่ 6

   รายการเพลง ?ไลท์มิวสิค? จากสถานี
วิทยุของเวียดนามใต้ที่ออกอากาศจาก
ค่ายทหารอเมริกันเพิ่งจบไปได้สักสอง
สามนาที ผมขี้เกียจฟังภาษาเวียดนามก็
เลยเอื้อมมือไปปิดวอลลุ่มพร้อมกับ
เหลือบสายตาชำเลืองมองดูเวลาที่ข้อ
มือของสไปร๊ท มันร่วมเที่ยงคืนเข้าไป
แล้ว

   ยิ่งตกดึกอากาศก็ยิ่งทวีความหนาวมาก
ขึ้นเป็นทวีคูณ ผมดึงคอเสื้อแจ็ค
เก็ตฟิลด์รูดซิบขึ้นไปจนสุด เอนหลังลง
พิงกับกระสอบทราย ทอดสายตามอง
ผ่านช่องกระสอบไปยังบริเวณสนามบินที่
ปราศจากแสงไฟ

   อดที่จะนึกถึงบรรดาเพื่อนฝูงที่
พลัดพรากจากกันในคราวปฏิบัติการรบ
ท่วมเลือด เป็นประวัติการณ์ ณ สมรภูมิ
ทุ่งไหหินมิได้

   ใบหน้าของ พ.ต.คำหล้า สิงห์คำ ผบ.
พันทหารรับจ้างผุดขึ้นมาในห้วงนึก มัน
เป็นเวลาเกือบสามเดือนที่มิตรสนิทของ
ผมผู้นี้ สูญหายไปอย่างไม่มีร่องรอย ผม
ยกมือซ้ายขึ้นลูบเข็มขัดสนามที่ พ.ต.คำ
หล้า มอบใว้ให้ก่อนฐาน ?ภูเทิง? ถึงกาล
พินาศ อดใจหายไม่ได้ ถึงแม้จะมีช่วง
เวลาอันน้อยนิด ที่ผมมีโอกาสสังสรรค์
กับผู้พันชาวแม้วคนนี้ แต่ทว่าเหตุการณ์ที่
ผมกับเขาได้ตะลุยเลือดกันมา มันฝัง
แน่นอยู่ในหัวใจของผม มาจนกระทั่งถึง
ทุกวันนี้

   ขอให้ไปดีเถิดเพื่อนรัก สิ่งเดียวที่ผม
กระทำเพื่อเพื่อนก็คือ สละเงินเดือนหนึ่ง
เดือนมอบให้แก่ภรรยาสุดที่รักของเพื่อน
ไปเรียบร้อยแล้ว

   ภาพซ้อนของ ร.ท. คำวงษ์ ศรีวรรณา
ปรากฏพร่าขึ้นมาในมโนภาพของผมอีก
ครั้ง ผมยังจำภาพอันโชกเลือดที่หมวด
คำวงษ์หมดสติอยู่บนเปลสนาม ณ
บริเวณสนามบินถ้ำตำลึง (ไซร้ทเจ็ดสิบ
สอง) ได้เป็นอย่างดี คำวงษ์ได้รับการ
ช่วยเหลือจากทหารปืนใหญ่ ที่แตกมา
จากทุ่งไหหินอย่างจวนเจียนเต็มที พอ
จส่งคำวงษ์ขึ้นชอปเปอร์ เครื่องยังไม่ทัน
พ้นสนามบิน กลุ่มทหารเวียดนามเหนือก็
พรั่งพรูออกจากป่าทึบเข้าโจมตี ?ไซร้
ทเจ็ดสิบสอง? ทันที 

   คำวงษ์ต้องกระเซอะกระเซิงหนีจาก
ฐานภูเทิงมาพร้อมๆกับผมด้วยขาที่เน่า
เฟะทั้งสองข้าง เขากระเสือกกระสนหลบ
หนี ท่ามกลางการตามล่าของทหาร
เวียดนามเหนือที่กระหายเลือดด้วยน้ำใจ
ผิดมนุษย์ คำวงศ์สามารถหนีมาได้

   คำวงษ์ต้องเสียขาทั้งสองข้างเพื่อสกัด
พิษร้ายที่กำลังลุกลามไปทั่วร่างกาย
อนิจจา ต่อจากนั้นไม่นาน คำวงษ์ฆ่าตัว
ตายด้วยปืนพกคู่มือ พร้อมกับทิ้งบันทึก
เอาไว้ก่อนตายด้วยคำพูดที่กินใจว่า

   ?เพื่อนที่รักของคำวงษ์ทุกคน คำวงษ์
ขอลาไปก่อน การตายครั้งนี้ใช่ว่าผมจะ
หาทางหลบหนีสงครามเมืองลาวไปแต่
ลำพังก็หาไม่ ผมจะอยู่ไปทำไม ในเมื่อ
ผมไม่มีขาทั้งสองข้างที่จะใช้เดินเข้า
สังหารข้าศึก ผมจะอยู่ไปทำไมในเมื่อไม่
มีประโยชน์สำหรับแผ่นดินลาว ผมจะอยู่
ไปทำไมให้เสียชายชาตินักรบ ผมขอลา
ก่อน ทุกๆคน?

   ชีวิตการต่อสู้ของ รท.คำวงษ์ ศรี
วรรณา ได้ปิดฉากลงแล้วอย่างน่าสงสาร
ที่สุด เพื่อนเอ๋ย เพื่อนพบกับความสุขใน
บั้นปลายของชีวิตแล้ว โปรดรอกันด้วย
ไม่ช้าไม่นาน เราอาจจะได้พบกัน

   ผมมาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงแว้
ดยาวก้องกังวานแหวกอากาศ จากเนิน
เขาบริเวณหลังที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต
มุ่งหน้าไปยังบริเวณสนามบิน มองเห็น
ประกายไฟที่พ่นออกมาเป็นทางยาว
คล้ายๆกับผีพุ่งไต้

   ?บึ้ม? เสียงระเบิดดังกึกก้อง เรือนโรงที่
ใช้เก็บเครื่องบินลาดตระเวณ ไฟลุกขึ้น
ทันที

   ?เฮ้ย พวกมันถล่มเครื่องบินของอั๊วด้วย
RPG แล้วโว้ย?

   สไปร๊ทตะโกนขึ้นมา พร้อมกับผุดลุก
ชะเง้อศรีษะออกไปนอกกระสอบทราย
ด้วยท่าทางที่เป็นห่วง ?ไอ้ปากหมา?
เครื่องบินคู่ทึกข์คู่ยากของเขาด้วยหัวใจ
จริง


   เนื่องจากเรือนโรงถูกไฟไหม้ ส่งแสง
สว่างไปทั่วอาณาบริเวณ จึงทำให้ข้าศึก
ตรวจการณ์เห็นที่หมายอย่างชัดเจน 

   แว้ดที่สองก็คำรามติดตามมาในระยะ
ใกล้กันอีก

   คราวนี้ RPG กระทบผนังด้านนอกที่
เป็นแผ่นสังกะสี ทะลุล่วงเข้าไปกระทบ
กับ ?ไอ้ปากหมา? ที่จอดซ่อนอยู่ข้างใน
เสียงระเบิดและไฟที่ลุกโชนอยู่ทั่วบริเวณ
โรงเก็บ ?ไอ้ปากหมา? นอนตะแคงไฟลุก
ท่วมตัวอยู่ท่ามกลางโรงเก็บที่สลักหักพัง
นั่นเอง

   ?เสร็จกัน เพื่อนกู?

   สไปร๊ทอุทานออกมา พร้อมกับหดศรี
ษะเข้ามานั่งนิ่งไม่ยอมพูดจาอะไรออก
มาอีกเลย

   ต่อจากนั้น เสียงปืนกล M.60 ปืน M.16
ปืน M.79 ก็รัวเป็นประทัดแตก มุ่งทิศทาง
การยิงไปยังจุดที่หน่วย ?แซปเปอร์?
(กล้าตาย) ของข้าศึกลอบเข้ามาตั้งฐาน
ยิง R.P.G. เข้าใส่สนามบิน

   เหมือนกับไปยั่วยุให้พวกมันเกิดอารมณ์
บ้าดีเดือดขึ้นไปอีก คราวนี้พวกมัน
เปลี่ยนทิศทาง ยิงถล่มเข้าไปในบริเวณ
ตลาดล่องแจ้งและบ้านนายพลวังเปาเป็น
ว่าเล่นทีเดียว

   เสียงปืนกลที่ใช้กระสุนส่องวิถีและ
R.P.G. วิ่งสวนทางกัน มองเห็นประกาย
ไฟตัดกันอย่างสวยงาม ทหารรับจ้างบาง
คนที่ขวัญเสีย พอเห็นเพื่อนๆยิงปืนก็เอา
บ้าง กราดM.16 ไปรอบทิศด้วยท่าทางที่
ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
ในปัจจุบัน

   แฟลร์จากปืน ค.81 ถูกยิงขึ้นไปสว่างโร่
เหนือที่หมาย พอตรวจการ์พบข้าศึก
กำลังวิ่งหนีก็เลยซัลโวกันขนานใหญ่ จน
กระทั่งข้าศึกเงียบเสียงไปแล้ว ก็ยังไม่
ยอมหยุดยิง บก.ล่องแจ้งต้องสั่งหยุดยิง
ไปทางวิทยุ เสียงปืนที่เซ้งแช่อยู่รอบทิศ
จึงสงบเงียบลงเหมือนปลิดทิ้ง

   ต่อจากนั้นเหตุการณ์กลับคืนสู่สภาพ
ปกติ จนกระทั่งเช้า พวกเราจึงออกเคลียร์
พื้นที่ ก็พบหลักฐานที่บ่งใว้ว่า ณ บริเวณ
แห่งนั้น คือพื้นที่-ที่ข้าศึกใช้เป็นที่ ?ตรวจ
การณ์หน้า? คอยปรับทางปืนให้ปืนใหญ่
ของมันทำลายสนามบินนั่นเอง ชะรอย
มันจะเห็น ?ไอ้ปากหมา? ยังอยู่ในสภาพ
เรียบร้อยก็เลยช่วยกันจัดการเสียเลยเป็น
การตัดการสอดแนมทางอากาศไปโดย
ปริยาย

   ผมโดนเรียกตัวเข้าไปพบกับ ?นอร์
แมน? ที่เพิ่งเดินทางมาจากอุดรโดย
เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์แบบพิเศษที่มี
รูปร่างกระทัดรัดกว่าแบบ ?เบลล์? ถึงเท่า
ตัว

   ผมแทบไม่เชื่อประสาทหูตัวเอง ว่าจะ
ฟังภาษาอังกฤษจาก ?นอร์แมน? ผิด
ความหมายไปหรือเปล่า? 

   นอร์แมนสั่งให้ผมขึ้นไปประจำกองพัน
616 เพื่อทำงานร่วมกับ ?เม้าแทร็ป? ซึ่ง
เป็น ?แฟ็ก? ประจำของกองพันทหารรับ
จ้างดังกล่าว 

   คำสั่งย่อมเป็นคำสั่ง ผมพร้อมที่จะออก
เดินทางภายในชั่วโมงนั้นเอง

   ด้วยประสพการณ์ที่ผ่านมา ผมสต็อค ?
เรชั่น? ของ อสร. ชนิดเป็นซองเอาไป
หลายสิบซองทีเดียว ต่อจากนั้นก็ขอยืม
กระติกน้ำเพื่อนๆ เพิ่มขึ้นอีกเป็น 2 ใบ
และสิ่งสุดท้ายที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ
หลวงพ่อทวดของเก่าแก่ที่ผมได้รับจาก
มือของคุณลุง เมื่อตอนกลับไปพักผ่อนที่
ชุมพร อาราธนาเสร็จสรรพยกขึ้นบรรจง
สวมใส่ศีรษะ ขนลุกซู่ไปทั่วสรรพางค์
กาย เป็นอะไรก็เป็นกันซิวะ ผมคิดอยู่ใน
ใจ

   ผมมาถึง ?ชาร์ลี-ชาร์ลี? อันเป็นเนินที่
สูงที่สุดของภูหมอกเมื่อเวลา 12.30 น.
ผมได้มีโอกาสพบกับ ?กองสิงห์? ซึ่งเป็น
ผบ.พันอารมณ์ดีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่
เคยร่วมงานกันมาแล้วที่ บก.ล่องแจ้ง

   ?คุณบิ๊กแมนครับ ผมคิดว่าขบวนรถถัง
ของมันจะต้องหลบซ่อนอยู่ภายในถ้ำ
หรือมิฉะนั้น ป่านนี้ คงจะเคลื่อนที่มาตาม
เส้นทาง เพื่อเข้ามายังฐานปฏิบัติการ
ของพวกเราแล้ว หรือคุณมีความคิดเห็น
อย่างไร?

   ?กองสิงห์? หันมาถามผมในขณะที่นั่ง
ตรวจตราบริเวณซำทองด้วยกล้องสนาม
ขนาดเล็ก   แบบสองตา

   ?จากข่าวที่ฝ่ายเราสามารถดักฟังได้มา
ทหารราบส่วนใหญ่ถูกอำนาจ B.52
ทำลายลงเกือบ 40 % ที่เหลือรอดตาย
เพราะเคลื่อนย้ายกำลังเข้ามาที่ ?บ้านน้ำ
ชา? และรถถังของฝ่ายมันหลังจากสอบ
ถามเชลยศึกที่หนีรอดมาได้ ปรากฏว่า
เหลือเพียง 3 คันเท่านั้น

   ?ถ้าพวกมันมาอยู่บริเวณ ?บ้านน้ำชา?
B.52 ก็ไม่สามารถจะทำงานได้ใช่ไหม
ครับ??

   กองสิงห์ย้อนถามผมมาอีก

   ?แน่นอนครับ ขนาด B.52 ทิ้งที่ซำทอง บนชาร์ลี-ชาร์ลี? ยังสะเทือนไปหมด ขืน
ทิ้งที่ ?บ้านน้ำชา? ทหารรของพวกเรา
เห็นทีแก้วหูจะแตกกันไปหมดแน่ๆเลย
ครับ?

   ?คุณบิ๊กแมนมาอยู่กับพวกผมก็ดีแล้ว
ครับ ผมจะได้ให้เม้าแทร็ปไปอยู่กับกอง
ร้อยที่สอง ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวที่ ?แพ็ค?
โฮเต็ล-โฮเต็ล

   กองสิงห์เสนอแนะขึ้นมาอีก

   ?นอร์แมนจะส่งแฟ็กตนใหม่ขึ้นไปที่ ?
แพ็คโฮเต็ล-โฮเต็ล?  ในวันพรุ่งนี้ครับ สั่ง
มาให้บอกผู้พันว่า เฉพาะพื้นที่ ?ชาร์ลี-
ชาร์ลี? ต้องมีแฟ็สองคน?

   ?นี่แสดงว่า พวกฝรั่งมันต้องรู้แหง๋ๆ
เลยว่าพวกไอ้แกวมันจะเข้าโจมตีเราใน
เร็วๆนี้ อย่างแน่นอนใช่ไหมครับ?

   ?แต่ผมคิดว่าคงอีกนนานครับ พวกมัน
จะต้องเสริมกำลังเพิ่มเติมจากส่วนหลัง
อีก ผมคิดว่าทาง ?สกายไลน์? โน่นแหละ
ครับ เห็นจะโดนจวกก่อนเรา?

   ผมคาดคะเน ตอบไปตามความคิดของ
ผมเอง

   ผมขึ้นมาอยู่กับกองพัน 616 ได้ครบ
หนึ่งอาทิตย์พอดี ปรากฏว่า จะเป็นเพราะ
ดวงของผมดีเหลือจะเดา ฐานปฏิบัติการ
ของ 616 ไม่เคยโดน ?ลูกยาว? ของข้า
ศึกแม้แต่น้อย ทหารรับจ้างส่วนมากเป็น
ชาวเพชรบุรี และ ผบ.พันเองก็เป็นคน
เพชรบุรี ฉะนั้นการปกครองสำหรับทหาร
รับจ้างกองพันนี้ จึงมีระเบียบวินัยดีกว่า
กองพันอื่นๆเท่าที่ผมเคยเห็นมา คงจะ
เนื่องจากว่า บรรดาทหารรับจ้างเหล่านี้
ถูกเลือกเฟ้นเอาแต่เฉพาะลูกน้องเก่าๆ
ในอดีตที่สมัยผู้พันเคยรับราชากรอยู่ ณ
เมืองเพชรนั่นเอง

   ?อยู่ด้วยกันมานาน ย่อมรู้ใจกัน?

   อันนี้แหละครับ ที่ทำให้ ?กองสิงห์?
สามารถปกครองลูกน้องได้อย่างเด็ด
ขาดที่สุด

   สนามบินล่องแจ้ง เปิดการจราจรทาง
อากาศได้แล้ว รันเวย์ถูกซ่อมอย่างรวด
เร็ว คลังอุปกรณ์และกระสุนถูกย้ายไปเก็บ
ไว้ที่สนามบินนาซู ซึ่งอยู่ห่างออกไปใน
ระยะ 15 นาทีบิน

   กองบัญชาการล่องแจ้ง แบ่งออกเป้
นสองส่วน ส่วนหลังถอยไปตั้งมั่นอยู่ที่
นาซู เช่นกัน ปล่อยให้คนบวมๆ ที่มีความ
บ้า คอยเดินหลบ ?ลูกยาว? ที่ไม่รู้ว่าวัน
ไดวันหนึ่ง พวกมันจะส่ง ?ของขวัญ? มา
ให้เราอีก

   สนามบินล่องแจ้งที่เงียบเหงาก็เริ่ม
คึกคักเหมือนอย่างเดิม แต่เมื่อเวลาผม
นั่งรถจิ๊ปผ่านสนามบินคราวไรก็อดเสียว
ขนหัวไม่ได้ ยิ่งมองเห็นซากสลักหักพัง
ของโรงเรือน และบ้านช่องของ
ประชาชนชาวแม้วแล้วอดที่จะหดหู่ใจไม่
ได้ นี่แหละครับ ผลของสงคราม มีแต่คำ
ว่า ทำลาย ทำลาย โดยมิหยุดหย่อน
สร้างเสร็จก็ทำลาย กลายเป็นวงจรที่หมุน
เวียนกันอยู่ชั่วนาตาปี

   เมื่อสถานะการณ์ดีขึ้น ผมก็เลยมี
โอกาสลงมากิน ?เฝ๋อ? ที่ตลาดล่อง
แจ้งอยู่เป็นประจำ

   ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งสงสัยคำว่า ?เฝ๋อ?
นะครับ มันก็ไอ้ก๋วยเตี๋ยวเราดีๆนี่เอง ที่
แปลกออกไปหน่อยก็อีตรงที่ใช้เส้นแกง
ร้อนแทนเส้นก๋วยเตี๋ยวเท่านั้นเอง

เวลาจะกิน ?เฝ๋อ? ต้องคอยสังเกตุให้ดี
ผมเคยเจอเนื้อหมาตั้งหลายครั้ง สะอิด
สะเอียนจนบอกไม่ถูก อย่างว่านั่นแหละ
ครับ คนอื่นๆเขายังนั่งกินกันหน้าตาเฉย
ผมเลยหลับหูหลับตากระเดือกมันเข้าไป
อย่างแกนๆ

ทหารรับจ้างเอาเงินไทยมาทิ้งตลาดล่อง
แจ้งวันหนึ่งๆไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นบาท
อาหารการกินก็ถูก ?คุณแม้ว? ขูดเลือด
อย่างสะเด็ดยาดไปเลย

เป๊บซี่ขวดเล็กขายตั้งแปดบาทถ้วนๆ แม่
โขงจากบางยี่ขัน แบนเล็กที่ตลาดล่อง
แจ้งแบนละ 25 บาทขาดตัว แต่ขอโทษที
ครับ พอขึ้นถึงบนแยวเพิ่มเป็น 30-40
บาทเลยก็มี คนขายไม่เคยง้อเสียด้วย ผู้
ซื้อจะต้องอ้อนวอนจนแทบจะเตะกันตาย
ด้วยความโมโห ถึงจะได้มากินกันพอเป็น
กระสายยา

เรื่งอเหล้าแม่โขง เคยทำให้ทหารรับจ้าง
ขึ้นศาลทหารไปตั้งหลายคน พอเหล้า
เข้าปากก็เห็นช้างตัวเท่าหมูไปเสียแล้ว
ยิงปืนเปรี้ยงปร้างขว้างระเบิดมือเล่น
อย่างสนุกมือ ผู้บังคับบัญชาขอร้องกลับ
ตะโกนด่าพ่อล่อแม่เสียอีก

พอตกตอนเช้า ถูกควบคุมไปล่องแจ้งขึ้น
ศาลทหารฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาต่อ
หน้าอริราชศัตรู โดนเข้าไปเบาะๆ 1 ปี 6
เดือน เจ็บแสบไหมล่ะครับ กฏหมาย
สงครามเมืองลาว และวันที่ผมอยู่บนกอง
พัน 616 ก็ปรากฏเหตุการณ์แบบนี้ครั้ง
หนึ่ง ด้วยความเฉียบขาดของกองสิงห์
ทหารรับจ้างผู้นั้นก็ต้องติดตะรางตามคำ
สั่งศาบทหาร โดยมิได้รับความปราณีแต่
อย่างใด

พวกข้าศึกมันสงบเงียบจนพวกเราตายใจ
ข่าวคราวและการเคลื่อนไหวของพวกมัน
เงียบเหมือนจะยุติการโจมตีอะไรทำนอง
นั้น แม้แต่ข่าวกรองที่ดักฟังทางวิทยุของ
พวกมันก็ๆไม่มีข่าวที่พอจะทำให้เรา
พิจารณาอ่านแผนยุทธวิธีของพวกมัน
ออกว่า พวกมันกำลังจะทำอะไร   

?ลูกยาว? ที่เคยรบกวนสนามบินล่องแจ้ง
ก็หายหน้าหายตาไปจนผิดสังเกตุ

ความเงียบเชียบเหล่านี้ ผมอดสังหรณ์ใจ
ไม่ได้ มันช่างเหมือนกับครั้งที่ผมโดน
โจมตีจนฐานละลายที่ภูเทิงเหลือเกิน
คราวใดที่พวกมันไม่มีการเคลื่อนไหว
คราวนั้นมักจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
เกิดขึ้นทุกที ผมคาดการณืเอาไว้ว่า ไม่
ช้าก็เร้ว พวกมันจะต้อง ทำอะไรซะกอ
ย่างที่สร้างความเสียหายให้กับพวกเรา
อย่างแน่นอน

บทเรียนที่ผมเคยได้รับมา ข้าศึกจะอาศัย
ภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ หรืออาศัยความ
มืด เข้ามาเกาะฐานบังคับการของฝ่าย
เราอย่างชนิดถึงบริเวณรั้วลวดหนามเลย
ทีเดียว

ตามปกติ ทหารจะออกลาดตระเวณเป็น
วงกลมห่างจากฐานไม่เกิน 1 หรือ 2 ก.ม.
แล้วก็กลับเข้าฐาน เท่าที่ผมสังเกตุหน่วย
ทหารรับจ้างบางหน่วย ออกลาดตระเวณ
ดันพกถ้วยไฮโลและไพ่ป๊อกออกไปด้วย
เสียนี่ พอลับตาผู้บังคับบัญชาก็นั่งโจ้ไพ่
ไฮโลกันสบายใจเฉิบไปเลย

ข้าศึกมันเห็นเราอยู่ตลอดเวลา ที่มันยัง
ไม่ทำอะไรเราก็เพราะมันกำลังดำเนินกล
ยุทธตามแบบฉบับของมันเท่านั้น ขอให้
ถึงโอกาสและจังหวะของพวกมันเถิด มัน
จะเข้าขยี้พวกเราอย่างชนิดไม่เกรงกลัว
กับความตายเลยทีเดียว

กองพัน 616 มี ผบ.พันที่ไม่เคยประมาท
อีกทั้ง รอง ผบ.พันก็เป็นนักรบที่ผ่านมา
แล้วทั้งเกาหลีและเวียดนาม ยี่ห้อ ?กอง
ดี? จึงเป็นหลักประกันที่ทหารรับจ้างแทบ
ทุกคนไว้วางใจแทบทุกกรณี

วันดีเดย์ของข้าศึกอาจะใกล้เข้ามาแล้ว
กองพันทหารรับจ้างกองพันไหนจะเป็น
กองพันที่ถูกชิมลางก่อน ก็จะได้รู้กันใน
เร็วๆนี้
บังรอน
เมื่อ มากกว่า 5 ปีที่แล้ว
BangRon - Buffalo forever. กำลังใจแด่ชาวไทยทุกคน
ล่องแจ้ง สมรภูมินรก ตอนที่ 7
   
ตามปกติแล้วยุทธวิธีในการทำสงคราม
ต้องอาศัยกำลังพลจากทหารราบเป็น
หลักสำคัญในการเข้ายึดครองภูมิประเทศ
อันเป็นปราการที่จะป้องกันการเคลื่อน
ย้ายกำลังของข้าศึก ถึงแม้ว่าประเทศใดๆ
ที่มีกองทัพอากาศที่เกรียงไกรสามารถส่ง
ฝูงบินออกไปถล่มข้าศึกให้พังพินาศ แต่
จะไม่เกิดประโยชน์อันใด ถ้าไม่มีกำลัง
ทหารราบเข้าไปยึดรักษาพื้นที่แห่งนั้น
เอาไว้

   แม้กระทั่งอาวุธหนักต่างๆก็เช่นกัน ไม่
ว่าจะเป็นปืนครก ปืนใหญ่ หรือปืนไร้แรง
สะท้อนถอยหลัง ถ้าขาดกำลังทหารราบ
คุ้มกันอย่างพอเพียงแล้ว จะต้องพบกับ
การถอนตัวไม่วาระใดก็วาระหนึ่ง

   แต่อย่างไรก็ดี อำนาจการยิงสนับสนุน
ของอาวุธหนักเหล่านี้ ก็สามารถที่จะช่วย
ให้ภารกิจของทหารราบลุล่วงไปได้มากทีเดียว เข้าทำนอง น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
นั่นแหละครับ

   ก่อนการเข้าโจมต ฐานปฏิบัติการของ
ข้าศึก ปืนใหญ่จากฐานต่างๆของกองพัน
ทหารรับจ้าง จะถูกร้องขอให้กระหน่ำยิง
พิกัดที่ฝ่ายเรามั่นใจว่า จะมีข้าสึกซุก
ซ่อนอยู่ขนาดใหญ่ บางทีระดมยิงกันเป็น
ชั่วโมงๆ ก่อนจะถึงเวลาเข้าตีกันเลยที
เดียว แล้วในขณะที่ปืนใหญ่ของฝ่ายเรา
กำลังซัลโวข้าศึกอยู่นั้น กองพันทหารรับ
จ้างก็เคลื่อนที่เข้าไปหาข้าศึกอยู่ตลอด
เวลา

   ครั้นถึงกำหนดการนัดหมาย การระดม
ยิงของปืนใหญ่ก็จะหมดภาระกิจยิงเป็น
ปลิดทิ้ง คราวนี้แหละครับโอกาสที่ทหาร
ราบจะแสดงฝีมือก็ได้มาถึง ฐานปฏิบัติ
การไหนของข้าศึกที่มี “บังเกอร์” ที่แน่น
หนา หรือว่าฝีมือการยิงปืนใหญ่ของฝ่าย
เราห่วยเกินไป ก็ต้องประสพกับการต้าน
ทานจากข้าศึกอย่างชนิด “ผึ้งหวงรัง”
บางทีเข้าตีมันถึงสามสี่ระลอกก็ยังยึด
ฐานปฏิบัติการของพวกมันไม่ได้ จน
กระทั่งต้องถอนกำลังกลับจุดเดิมก็เคยมี

   ข้อแตกต่างระหว่างข้าศึกกับฝ่ายเราใน
ขณะเข้าตี ก็คือการสนับสนุนด้วยอาวุธ
หนัก แตกต่างกันอย่างเทียบอะไรไม่ได้

   เมื่อข้าศึกจะเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการ
ของฝ่ายเรา พวกมันจะลำเลียงอาวุธหนัก
ทุกชนิดที่กองพันของมันมีอยู่เข้ามาตั้ง
สนับสนุนกำลังพลของมันอย่างใกล้ชิดที
เดียว บางครั้งมันก็กระหน่ำพวกเราเสีย
จนโงหัวไม่ขึ้น พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที...
พวกมันก็ถึงรั้วลวดหนามเสียแล้ว คราวนี้
อะไรจะไปเหลือครับผม

   ผิดกับฝ่ายเรา เวลาจะเคลื่อนย้ายเข้าตี
หมวดอาวุธหนักที่ติดกองพันเอาไปอย่าง
มากก็มีเพียง ค.60 ที่ไม่มีฐานยิง เพียง
กองร้อยละ 2 กระบอกเท่านั้น ลูกกระสุน
ก็มีไม่กี่นัด นอกนั้น “แพ็ค” รอ
ชอปเปอรืหิ้วเอาไปส่งให้เมื่อเข้าตีฐาน
ข้าศึกได้เรียบร้อยแล้ว

   การยิงปืนใหญ่ของฝ่ายเราก็เหมือนกัน
มักจะบังเกิดความผิดพลาดขึ้นบ่อยครั้ง
และแต่ละครั้งก็สร้างความสูญเสียให้กับ
พวกเดียวกันอย่างเหลือคณานับ

   ขอให้ท่านผู้อ่านและผู้ที่สนใจ ลอง
สอบถามทหารรับจ้างที่ท่านบังเอิญรู้จัก
กันเป็นการส่วนตัวดูบ้างสิครับ แทบทุก
คนจะส่ายหน้าเมื่อพูดถึงฝีมือการยิงปืน
ใหญ่ฝ่ายเรา

   ยิงแต่ละครั้ง ห่างเป้าหมายเกือบครึ่ง
กิโลเมตร แถมบางครั้งยิงลูกตกลง
กลางกลุ่มพวกเดียวกันนี่สิครับ มันเจ็บ
ปวดกระดองใจอย่างแสนสาหัสเลยที
เดียว

   แต่สำหรับตัวของผม ผมขอออกความ
เห็นในฐานะที่ผมเคยร่วมงานกับทุกๆฝ่าย
จนสามารถรู้ตื้นลึกหนาบางของสิ่งต่างๆ
เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี...

   ปืนใหญ่ไม่ได้ห่วยหรอกครับ “ผตน.”
หรือ “ผู้ตรวจการณ์หน้า” ที่อยู่กับกองพัน
ทหารรับจ้างเหล่านั้นต่างหากล่ะครับ ที่
เป็นผู้สั่งการยิง มันป็นสิ่งที่พิสูจน์กันไม่
ได้ว่าตรวจการณ์หน้าคนนั้น อ่าน
ลักษณะภูมิประเทศและเป้าหมายที่จะทำ
การยิงผิดไปจากลักษณะความเป็นจริง
หรือไม่...

   ทิวเขาที่สลับซับซ้อน บางแห่งก็มีหุบ
เขาที่ลึกจนกระทั่งมองเห็นต้นไม้ลิบๆอยู่
เบื้องล่าง ต่อให้แน่ขนาดไหนก็ตาม ย่อม
จะมีความผิดพลาดเป็นธรรมดา เมื่ออ่าน
พิกัดไม่ถูกต้อง และส่งพิกัดดังกล่าวร้อง
ขอให้ปืนใหญ่สนับสนุน เรื่องทั้งเรื่อง มัน
ก็ยิงไม่ถูกอยู่วันยังค่ำนั่นแหละครับ และ
บางครั้งเกิดจับพลัดจับผลูซวยขนาด
หนัก ดินขับกระสุนปืนใหญ่เกิดไม่พอ
เพียง ซึ่งตามภาษาสงครามที่เขาเรียกว่า
กระสุน “ช็อต” นั่นแหละครับ   

   แทนที่ลูกมันจะข้ามไปหาข้าศึก ดัน
หมดกำลัง หล่นตุ๊บลงกลางกลุ่มของฝ่าย
เดียวกันเสียฉิบ และเหตุการณ์ดังกล่าวนี้
ก็มีเป็นประจำเสียด้วยสิครับ และก็ไม่มี
ใครรับผิดชอบซะด้วย ไอ้ที่ตายก็ตายไป
ไอ้ที่เหลือก็ห้ำหั่นกันต่อไปอีก จนกระทั่ง
ตายจากกันไปข้างหนึ่งจึงจะหมดเวรหมด
กรรม

   เมื่อตรวจการณ์หน้าร้องขอมา ปืนใหญ่
ก็ยิงสนับสนุน กว่าจะปรับวิถีกระสุนให้อยู่
“เหนือที่หมาย” ได้ พวกข้าศึกก็หลบอยู่
ในรูที่พวกมันขุดชอนไปชอนมาอยู่ใต้ดิน
เบื้องล่างของฐานปฏิบัติการของพวกมัน
นั้นเอง ลูกกระสุนจะต้องผ่านซุงต้น
ใหญ่ๆ หรือบางทีก็ทะลุทะลวงโขดหินซึ่ง
เป็นปราการธรรมชาติอันแสนจะมั่นคง
และแข็งแรง ดังนั้นเปอร์เซนต์ที่มันจะสูญ
เสียจึงมีน้อยมาก

เมื่อพวกมันพ้นจากอำนาจการยิงของปืน
ใหญ่ มันก็ซุ่มสงบเงียบคอยจังหวะที่จะ
ขยี้พวกเราที่กำลังเคลื่อนที่เข้าหาพวกมัน

   แล้วแค่ไอ้อาวุธประจำกายที่พอฟัดพอ
เหวี่ยงกับพวกมัน “พวกแกว” มันไม่ยี่หระ
หลอกครับ ขนาด T-28 ทิ้งระเบิดใส่พวก
มันควันยังไม่ทันจาง พวกมันวิ่งขึ้นจาก
บังเกอร์เต้นกระหย็องกระแหย็ง กันให้
เพ่นพ่านไปหมดอย่างไม่มีความกริ่งเกรง
อะไรทั้งสิ้น

   ผมขอท้าพนันได้เลยว่า ถ้าพวกมันไม่
ขาดแคลนกระสุนหรือเสบียงอาหารอย่าง
ขนาดหนักจริงๆแล้ว “ยากส์ส์” ครับที่
พวกมันจะยอมให้ฝ่ายเราขึ้นไปเดิน
พาเหรดบนฐานของมันได้

   เท่าที่ผมเขียนความเป็นจริงเรื่องนี้ขึ้น
บางท่านอาจจะตำหนิที่ผมเขียนเชียร์
ทหารเวียตนามเหนือ ในด้านความ
สามารถในการสู้รบจนเก่งเกินมนุษย์มนาจนเกินไป

   ผมเขียนตามความจริงครับ ลองคิดดู
อย่างง่ายๆ กองพันทหารรับจ้างได้รับการ
สนับสนุนจาก ซี.ไอ.เอ. อย่างมหาศาล
ไม่ว่าจะเป็น B-52, F-105, T-28 ก็ยังเอา
ชนะทหารเวียดนามเหนือไม่ได้สักครา
พอถึงฤดูแล้งทีไรพวกเราเป็นต้อง “หาง
จุกก้น” เผ่นมาตั้งรับอยู่ ณ บริเวณเนินสกายไลน์ทุกที

   โน่นครับ รอให้ถึงฤดูฝนโน่นแหละ
พวกเราจึงได้อาศัยสภาพสิ่งแวดล้อมที่
เป็นอุปสรรคในการขนส่งลำเลียงกำลัง
พลและอาหารเข้าจู่โจมข้าศึก จนกระทั่ง
ข้าศึกถอยไปตั้งรับฝ่ายเราอยู่ ณ บริเวณ
ทุ่งไหหิน

   ที่ผมเขียนว่า ทุ่งไหหิน ท่านผู้อ่านอย่า
เพิ่งคิดว่าพวกมันจะถอยหนีเราไปจนสุด
ชายทุ่งนะครับ

   ผิดถนัดเลย พวกมันหลอกล่อให้ฝ่าย
เราติดตามมันไปเพียงแค่ชายทุ่ง
รอบนอกทุ่งไหหินเท่านั้นเอง พอกองพัน
ทหารรัจ้างตั้งฐานบังคับการเสร็จไม่ถึง
48 ชั่วโมง มันก็เริ่มถล่มเราด้วยอาวุธ
หนักทุกชนิด ยังไม่ทัน 06.00 น. ดี ทหาร
ราบพร้อมด้วยรถถังของพวกมันก็บุกขยี้
ฝ่ายเราเสียแล้ว

   บุกแล้วก็ถอย...ถอยแล้วก็บุกอีก

   เฮ้อ สงครามลาวนี่เหมือนกับ “การค้า
สงคราม”  เลยนะครับ...ให้ตาย ผมยังเดา
ไม่ออกเลยครับว่าสภาพของสงครามใน
อนาคต มันจะลงเอยในรูปลักษณะเช่นไร

   ฤดูแล้งนี้อีกเช่นเคย ฝ่ายเราก็ต้องเสีย
ทีมัน ทุ่งไหหิน, บ้านนา, ไซร้ท72, มาจน
สนามบินซำทอง อันเป็นประตูหน้าด่านที่
จะเข้าเมืองล่องแจ้ง ก็ตกอยู่ในกำมือ
ของทหารเวียดนามอย่างสิ้นเชิง

   กองพันทหารรับจ้างที่ถอนตัวลงมาต่าง
ก็กระจัดกระจายตั้งฐานบนจุดต่างๆของ
เนินสกายไลน์ที่ล้อมรอบเมืองล่องแจ้ง
เอาไว้อย่างเหนียวแน่น เส้นทาง
คมนาคมต่างๆที่พุ่งเข้าหาเมมืองล่อง
แจ้งถูกตรวจตรา และยึดรักษาด้วยกำลัง
พลที่พรั่งพร้อมไปด้วยอาวุธที่ตระเตรียม
เอาไว้ต่อต้านกับขบวนรถถังของข้าศึก
โดยเฉพาะ

   ปืนใหญ่หลายกระบอก ที่ถูกทำลายเมื่อ
ครั้งทุ่งไหหินและซำทองพังพินาศ เพิ่ง
จะได้รับการเบิกทดแทนจาก “สกาย” ซึ่ง
เป็นหน่วยกลางที่ทำหน้าที่ประสานงาน
ระหว่าง ซี.ไอ.เอ. กับกองบัญชาการ
ทหารรับจ้าง

   หลังจากนั้นเจ้า “สกายเครน” หรือ
เฮลิคอปเตอร์ขนาดยักษ์ก็หิ้วปืนใหญ่
ขนาด 155 ม.ม. ลอยละล่องแกว่งไป
แกว่งมามุ่งไปตั้งฐานยิงบนเนินเขาด้าน
ทิศตะวันตก ของ บก.ล่องแจ้งทันที

   จากโควต้า 4 กระบอกที่ได้รับสดๆ
ร้อนๆ ทำให้ฐานปืน “แคนเดิ้ล” และฐาน
ปืน “เฮอร์คิวลิส” มีหน้าที่ป้องกันเมือง
ล่องแจ้ง และพร้อมที่จะสนับสนุนกองพัน
ทหารรับจ้างในระยะการยิงไม่ต่ำกว่า 14
กิโลเมตรในทันทีทันใด เมื่อสร้างหอ
บังคับการยิงเสร็จ

   ขวัญกำลังใจของทหารรับจ้างที่ตั้งฐาน
เป็นกันชนอยู่บนเนินสกายไลน์เริ่มดีขึ้น
ต่างก็พากันคิดว่าอำนาจการยิงของปืน
ใหญ่ทั้ง 4 กระบอกคงจะสามารถต้าน
ทานการโจมตีของข้าศึกได้อย่างแน่นอน

   ดวงอาทิตย์ตรงศรีษะพอดี ผมและกลุ่มนายทหารของกองพันทหารรับจ้างที่ 616
นั่งรับประทานอาหารกันอยู่บนโต๊ะเล็กๆ
ที่มีร่มชูชีพสีฟ้าขนาดใหญ่ขึงกางบังแดด
เอาไว้อย่างลวกๆ

   อาหารการกินสมบูรณ์ คงจะเนื่องจาก
การจราจรทางอากาศของสนามบินล่อง
แจ้งเป็นปกติแล้วนั่นเอง กองพันของผม
จึงมีทั้งเบียร์และเหล้าซดกันเป็นประจำ
ยิ่งได้พ่อครัวฝีมือเอกอย่างหมอ “พร
ศักดิ์” จากเมืองเพชรเข้าไปด้วยอีกแล้ว
ทำให้แป๊ะซะปลาช่อนตัวเท่าโคนขา
เหลือแต่ก้างในเวลาอันรวดเร็ว

   วิทยุ  PRC.77 ที่มีข่าวการสื่อสารรับฟัง
กันได้ทุกกองพัน เงียบเสียงกันไปชั่ว
ขณะ ชะรอยคงจะถึงเวลาอาหารกลางวัน
ไอ้ข่าวคราวที่ไม่เร่งด่วนและสำคัญก็เลย
ถูก “ดึง” ไปโดยปริยาย

   “ตอนเย็นก่อนเวลา 16.00 น. เล็กน้อย
ผมอยากจะให้ฐานปืน “แคนเดิ้ล” ยิงเข้า
ไปบริเวณถ้ำหน้า “หมู่บ้านน้ำชา” สัก 6-
7 ชุด เพราะเมื่อคืนทหารของเราตรวจ
การณ์เห็นแสงไฟส่องตอบโต้กันคล้ายๆ
กับจะเป็นอาณัติสัญญาณอะไรซักอย่าง
ประเดี๋ยว “กองดี” ให้พนักงานวิทยุส่ง
ข่าวร้องขอการยิงไปที่ “แคนเดิ้ล” ด้วย
นะครับ”

   กองสิงห์ หันไปพูดกับรอง ผบ.พัน
พร้อมกับเลื่อนแก้วเบียร์ที่ล้นปรี่ออกมา
ให้ผมเป็นครั้งที่สาม

   “ผมขอตัวครับ แค่สองแก้วผมก็ชักจะ
มึนๆแล้วประเดี๋ยวตอนดึกๆ “สตริงเกอร์”
กับ “สปุ๊กกี้” จะมาทำงาน เกิดผมลิ้นไก่
สั้นพูดกับนักบินไม่รู้เรื่อง เงินเดือนเดือน
นี้เห็นทีจะต้องไปรับที่ฮานอยโน่นแหละ
ครับ....ไอ้นอร์แมนมันจะต้องเฉ่งผมแน่ๆ
ผมพอละครับ”

   ผมตัดบทออกไปเพราะรู้สึกว่ากระ
เพราะของผมชักจะแสดงอาการไม่เข้า
ท่าเข้าทางขึ้นมาทุกที ก้เลยขอตัวกลับ
เข้าไปพักผ่อนอยู่ในบังเกอร์ ซึ่งได้รับ
ความกรุณาจาก “กองดี” จัดหาทหารรับ
จ้างที่มีฝีมือดีมาสร้างให้อย่างแข็งแรง

   คงจะเนื่องจากอาหารที่ผมสวาปามเข้า
ไปเต็มคราบนั่นเอง ทำให้หนังตาของผม
หย่อนลงทุกที จนกระทั่งปิดสนิทเผลอ
หลับไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

   มาตกใจตื่นอีกทีก็อีตอน
ถูกกระชากอย่างแรงที่ข้อเท้าพร้อมๆกับมี
เสียงตะโกนติดตามเข้ามาอย่างละล่ำ
ละลักของหมอพรศักดิ์ที่พรวดพราดเข้า
มาในบังเกอร์

   “...บิ๊กแมน เตรียมพร้อมครับ กองพัน
617 บนเนินสกายไลน์โดนลูก
ยาวกระหน่ำเดี๋ยวนี้เอง”

   ผมโงศีรษะขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ
ประสาทหูได้ยินเสียงระเบิดเซ็งแซ่อย่บ
นเนินสกายไลน์อย่างถนัดชัดเจน

   ผมโผล่พรวดออกมานอกบังเกอร์ โดย
ไม่ลืมที่จะคว้าเจ้า M-16 อาวุธคู่มือออก
มาด้วยความเคยชิน

   เสียงระเบิดของลูกกระสุนนานาชนิดที่
กำลังถล่มฐานปฏิบัติการของกองพัน
617 ทวีความรุนแรงขึ้นมาทุกขณะ

   “ข้าศึก 3 หมวด กำลังโจมตีกองร้อยที่
2 ห่างจากบริเวณรั้วลวดหนามประมาน
500 เมตร ช่วยให้แคนเดิ้ลสนับสนุนด้วย
ครับ”

   เสียงพนักงานวิทยุจากกองร้อยที่ 2 
ของกองพัน 617 ส่งข่าวถึง บก.ล่องแจ้ง
ดังลั่นออกมาจากลำโพงของวิทยุ PRC-
77 ได้ยินถนัดหู

   “ทหารทุกคนเตรียมพร้อม เข้าประจำ
ร่องสนามเพลาะให้หมด กองจันทร์สั่ง
เตรียมปืน ค 4.2 พร้อมยิงทันทีเมื่อได้รับ
คำสั่ง”

   กองสิงห์ ผบ.กองพัน 616 ออกคำสั่ง
ประจำแนวรบแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยท่า
ทางที่เด็ดขาด และเอาจริงเอาจัง พร้อม
กับใช้กล้องสนามตรวจการณ์ลักษณะ
ภูมิประเทศหน้าฐานปฏิบัติการอย่าง
เอาใจใส่ชั่วครู่

   “พวกมันเล่นงานกองพัน 617 เข้าแล้ว
ผมสังหรณ์ใจชอบกล กลัวมันจะเข้าโจม
ตีพร้อมกันทุกด้าน หรือคุณมีความคิด
เห็นยังไง บิ๊กแมน”

   กองสิงห์หันกลับมาถามผม ซึ่งยืนอยู่
ข้างๆ

   “ผมอ่านแผนของมันไม่ออกหรอกครับ
แต่ที่แน่ๆ ขณะนี้พวกมันเข้าโจมตี “ชา
ร์ลี-แทงโก้” แล้ว แต่ของเรายังเงียบอยู่
แต่ทหารของผู้พันก็พร้อมแล้วมิใช่หรือ
ครับ”

   ผมย้อนถามกลับไปอีก

   “ครับ พร้อมแล้ว ถ้ามันให้โอกาสและ
เวลาผมพอที่จะรู้ล่วงหน้าเหมือนกับใน
ขณะนี้ ก็พอได้ลุ้นกันสนุกละครับ”


   กองสิงห์เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆด้วยท่าทางที่ใจเย็นเอาการ

   เสียงระเบิดบนยอดเนินสกายไลน์-ทู
ยังดำเนินต่อไปอย่างมิได้หยุดยั้ง มัน
ระเบิดเป็นช่วงๆ ติดต่อกันไม่ขาดระยะ
ควันสีดำคละคลุ้งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็น
หย่อมๆ บางครั้งก็มีเสียงรัวถี่ๆ ของปืน
อาร์ก้าสอดแทรกขึ้นมา เสียงอันเล็ก
แหลมของมันผิดแปลกไปจากเสียงปืน
ของฝ่ายเราจนสังเกตุได้ชัด

   ปืนใหญ่ทั้ง 4 กระบอก ไม่สามารถจะ
สนับสนุนกองพัน 617 ได้เนื่องจาก
ภูมิประเทศบังคับ และยิ่งไปกว่านั้น ข้า
ศึกสามารถรุกคืบหน้าเข้ามาเกาะฐาน
บังคับการกองพัน 617 อย่างหนาแน่น
เสียแล้ว

   ฉากการประทะกันระหว่างอาวุธหนัก
และอาวุธประจำกายของข้าศึกกับทหาร
รับจ้างกองพัน 617 ก้ได้เริ่มขึ้นท่ามกลาง
สายตาของทหารรับจ้างกองพันต่างๆที่
พากันส่องกล้องสนามแรงสูง ดูด้วย
ความเป็นห่วงเป็นใยในชะตากรรมของ
เพื่อนร่วมสงคราม

   มันเป็นเวลา 15.30 น. กองร้อย 2 ของ
กองพัน 617 ขออนุญาตถอนตัวไปยัง
บก.ล่องแจ้งอย่างกระทันหัน และในขณะ
ที่ บก.ล่องแจ้งกำลังตัดสินใจที่จะออกคำ
สั่งอย่างหนึ่งอย่างใดอยู่นั้น ข้าศึก 2 กอง
ร้อยก็จู่โจมขึ้นประชิดตัวฐานปฏิบัติการ
เลยทีเดียว

   จากกล้องสนามแรงสูง ผมมองเห็น
กลุ่มทหารรับจ้างวิ่งหนีออกจากฐานที่ตั้ง
มุ่งหน้ามายัง “ชาร์ลี-บราโว่” ซึ่งเป็น
บริเวณที่กองร้อยที่ 3 ของกองพันผมตั้ง
ฐานปฏิบัติการอยู่มองดูเป็นสาย

   ผมเห็นประกายไฟวาบขึ้นมาจากฐาน
ของกองพัน 617 ซึ่งขณะนี้ ทหาร
เวียดนามเหนือพรั่งพรูขึ้นมามองดูยั๊วเยี้ย
ไปหมด ต่อจากนั้นก็มีเสียงระเบิดติดตาม
ขึ้นมาเสียงดังสนั่นหวั่นไหวก้องไปทั่วทั้ง
บริเวณ

   มันเป็นกระสุนปืน ปรส. ขนาด 75 ของ
ข้าศึกที่ยิงเข้าใส่กลุ่มทหารรับจ้างนั่นเอง
และจำเพาะเจาะจงเกิดตกลง
มาระหว่างกลุ่มเสียด้วย มันจะมีอะไร
เหลือครับ ขนาดรถถังโดนเข้ายังพลิก
คว่ำเป็นทอดๆ แล้วนี่เป็นเนื้อหนังของ
มนุษย์ธรรมดาๆ ที่ไม่ได้กินเหล็กไหลมา
จากไหน หลายสิบคนทีเดียวที่ผมเห็นล้ม
ระเนระนาดสุมกันอยู่บนเนินสกายไลน์นั่น
เอง

   “ศรคีรีจากกองสิงห์ เปลี่ยน”

   ผบ.พัน 616 เรียกกองร้อยที่ 3 ที่ตั้งฐาน
อยู่บริเวณใกล้เคียงกับกองพัน 617
พร้อมกับสั่งวางแผนการต่อไปอีกทาง
วิทยุสนามนั่นเอง

   “ศรคีรีจากกองสิงห์ ให้คอยรับทหาร
จากจากกองพัน 617 ที่ถอนตัวมาหาพวก
เราด้วย ให้เข้าแนวเสริมที่มั่น อย่าให้
ผ่านขึ้นมาบน ชาร์ลี-ชาร์ลี เป็นอันขาด
เพราะบริเวณทางเดินเต็มไปด้วยกับ
ระเบิด ถ้าพวกเขาจะลงไป บก.ล่องแจ้งก็
ปล่อยเขาไป”

   “กองสิงห์จากศรคีรี รับทราบ รับปฏิบัติ
เปลี่ยน”

   รอง ผบ.ร้อย อดีตนักรบจากเพชรบุรีซึ่ง
เคยผ่านการรบในป่าจากมาเลเซียมาแล้ว
ตอบรับคำสั่งกับผู้บังคับบัญชาของเขา
อย่างห้วนๆ อันเป็นแบบฉบับในการทำ
งานในระหว่างสงครามที่ไม่ต้องการคำ
พูดแบบยืดเยื้อโดยไม่จำเป็น
เสนอบทวิจารณ์กระทงด้วย Facebook
โปรดละเว้นการโพสข้อความหรือภาพอันผิดกฎหมาย หรือลบหลู่สถาบันหลักของชาติ ระบบจะบันทึก IP Address ของท่านตามกฎของกระทรวง​หากเราถูกดำเนินคดี ข้อมูลของท่านจะถูกส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป
ขอความกรุณาอย่างพึ่งโพสต์ กระทง/กระทู้/บทวิจารณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ขอบคุณค่ะ